posttoday
10 ข้อ ที่ได้เรียนรู้จาก 10 นาที กับ สัตยา นาเดลลา

10 ข้อ ที่ได้เรียนรู้จาก 10 นาที กับ สัตยา นาเดลลา

31 พฤษภาคม 2559

โดย...เอกศาสตร์ สรรพช่าง

โดย...เอกศาสตร์ สรรพช่าง

สัปดาห์ที่แล้วผมมีโอกาสได้ไปร่วมงานสัมมนาที่ไมโครซอฟท์จัดขึ้น ในชื่อ Technology for Good ผมเพิ่งรู้แค่สองวันก่อนวันงานเริ่มว่างานนี้จะมีประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไมโครซอฟท์ สัตยา นาเดลลา มาร่วมงานด้วย แม้จะเป็นเวลาสั้นๆ แต่ได้หลายอย่างที่น่าเอามาคิดต่อดังนี้

เทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากทุกที ผมว่าอีกไม่นาน การวางแผนพัฒนาในพื้นห่างไกล สิ่งจำเป็นอันดับแรกคือเทคโนโลยีการสื่อสาร น่าจะมาก่อนถนนคอนกรีตด้วยซ้ำ สัตยาเอง
ก็พูดในงานสัมมนาครั้งนี้เช่นกันว่า ถึงเวลาที่เราต้องรับรู้ว่า การเข้าถึงเทคโนโลยีเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานของชีวิตมนุษย์

Tech for Good ไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียว เรารู้มานานแล้วว่าอินเทอร์เน็ตสามารถเพิ่มช่องทางของการศึกษาได้ แต่เราแค่ลืมไปว่ามันไม่ได้ช่วยแค่เรื่องการศึกษา ผมว่ามันช่วยได้กว้างกว่านั้น เช่น เรื่องโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้ การสร้างการรับรู้ถึงเสรีภาพของมนุษย์ การมีเทคโนโลยีเพื่อมวลชน ยังช่วยลดช่องว่างระหว่างชนชั้นได้มาก เทียบง่ายๆ ครับว่าประเทศที่ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในอินเทอร์เน็ตมากเท่าไรโดยไม่โดนแทรกแซง ประเทศนั้นคนก็มีสิทธิมีเสียงในการกำหนดทิศทางบ้านเมืองมากกว่าประเทศที่โดนกีดกัน บรรยากาศแบบนี้จำเป็นต้องช่วยกันสร้าง โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งอยู่ในช่วงคาบลูกคาบดอก

แต่เชื่อว่าเราก็จะผ่านไปได้ เพราะดูจากยอดใช้งานคนไทยในเฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาแกรม และอื่นๆ...ขอใส่แฮชแท็ก #ประเทศไทยไม่น้อยหน้าใครในโลก   

บนเวทีเสวนายังมี มีชัย วีระไวทยะ  (ณัฐฐา โกมลวาทิน เป็นพิธีกร) แปลกใจเล็กน้อยครับว่าไมโครซอฟท์และมีชัยทำงานร่วมกันมากว่าสิบปีในการสร้างโอกาสให้กับเด็กยากจนในบุรีรัมย์ มีชัยนั้นไม่ได้รณรงค์แค่เรื่องถุงยางนะครับ แต่ยังอยู่เบื้องหลังโรงเรียนที่คิด “นอกกรอบ” สองแห่ง คือ โรงเรียนลำปลายมาศและโรงเรียนมีชัยพัฒนา สองแห่งนี้เป็นโรงเรียนที่ไม่ได้ “สอน” แบบครูมายืนสอนหน้าชั้น ไม่มีการเคารพธงชาติ ไม่ต้องแต่งชุดนักเรียน ไม่ต้องใช้เงินสักบาท แถมพ่อแม่มาเรียนกับลูกได้ด้วย เด็กจะได้เรียนในสิ่งที่เขาอยากรู้ มีครูกับเทคโนโลยีนี่แหละที่เป็นตัวช่วยพวกเขาในการทำการค้นคว้า ทั้งจากพื้นที่จริงและจากอินเทอร์เน็ต โดยหวังผลสัมฤทธิ์ว่าเด็กๆ จะสามารถคิดเองได้ ไม่ลืมรากเหง้าของตัวเอง เมื่อจบ ม.6 พวกเขาจะมีมุมมองที่แข็งแรงต่อการใช้ชีวิต

ผมไปค้นเจอในอินเทอร์เน็ตพบว่า โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาเป็นโรงเรียนในชนบทห่างไกลที่ได้มาตรฐานระดับโลกจากการประเมินของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทัสมาเนีย ออสเตรเลีย เมื่อปี 2549-2550 และผลการประเมินของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เอง โรงเรียนนี้ก็ผ่านการประเมินในระดับ “ดีมาก” เช่นกัน...ขอใส่แฮชแท็ก # ชื่นชมคุณมีชัย

เกิดคำถามตามมาว่า แล้วโรงเรียนที่ใช้ต้นทุนต่ำ ห่างไกล ไม่มีกระทั่งชุดนักเรียน สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ขนาดนี้ ทำไมรัฐถึงไม่เรียนรู้จากกรณีนี้ล่ะ?

ข้อหนึ่งที่สัตยายกตัวอย่างของเทคโนโลยีว่าเขาทำให้เด็กๆ ในเคนยามีโอกาสได้เข้าใจทฤษฎีฟิสิกส์ผ่านเทคโนโลยีคลาวด์ โอเคว่ามันอาจจะเป็นความรู้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนที่นั่นโดยตรง แต่ก็จุดประกายความคิดว่าคนเราทุกคนควรมีโอกาสได้เข้าถึงความรู้แบบนี้ โดยไม่ต้องอยู่ในมหาวิทยาลัย เขาก็มีสิทธิที่จะเลือกและเรียนรู้กันเอง และหวังว่าเทคโนโลยีในวันข้างหน้าอาจทำให้เราไม่ต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อหาความรู้ไปซะทุกอย่าง ทว่าสามารถรับรู้ได้ราวกับไปอยู่ที่นั่นจริงๆ ก็เป็นไปได้  

“เราต้องหาทางให้คนรุ่นใหม่ จริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่คนรุ่นใหม่เท่านั้น ผู้สูงอายุก็เช่นกัน พวกเขาควรได้มีโอกาสเรียนรู้เทคโนโลยีเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและในทางที่ดีขึ้น” ผมชอบประโยคนี้ที่สัตยาพูด ภาพของพ่อกับแม่ส่งไลน์รูปดอกไม้พร้อมข้อความ “สวัสดีวันศุกร์” ลอยเข้ามาในหัวสมอง มันเป็นตัวอย่างที่ดีของการเข้าถึงเทคโนโลยีที่กระทบกับคน และหากมองไกลกว่านั้น เทคโนโลยีอาจลดช่องว่างของคนที่อยู่ในเรือนจำ สถานกักกัน ค่ายผู้ลี้ภัย ฯลฯ เทคโนโลยีจะช่วยให้เขามีชีวิตที่เปลี่ยนไปแน่ๆ หากใช้ในทางที่เหมาะสม

ผมคิดว่าตัวอย่างของ Tech for Good ที่ดีที่สุดตัวอย่างหนึ่งก็คือ ตัวสัตยาเอง จากครอบครัวคนอินเดียที่ย้ายถิ่นมาอยู่สหรัฐ เป็นพลเมืองชั้นสอง แต่การศึกษาและเทคโนโลยีนี่แหละที่ผลักดันให้สัตยาขึ้นเป็นหนึ่งในคนที่กุมบังเหียนหนึ่งในบริษัทที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกได้ มันสร้างแรงบันดาลใจได้มากกว่าฟังทายาทเศรษฐีสักคนมาพูดเรื่องไลฟ์สไตล์วันหยุดกับการเลือกสีเสื้อในวันทำงาน

ซึ่งน่าเสียดายว่าในบางประเทศ ประชากรส่วนใหญ่ชื่นชมคนในกลุ่มหลังมากกว่า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท