
ก้าวที่เติบโตของ แซค แอฟรอน
พระเอกหนุ่มตาหวาน แซค แอฟรอน ที่โด่งดังมาจากหนังขวัญใจวัยรุ่นอย่าง High School Musical, Hairspray และ 17 Again ตอนนี้เขากลับมาอีกครั้งกับหนังดรามาอย่าง Charlie St. Cloud ผลงานของผู้กำกับ เบอร์ สเทียร์ส (ที่เคยร่วมงานกันใน 17 Again) กับบทบาทใหม่ที่ดูแตกต่างไปจากเดิม ด้วยเรื่องราวที่มีเนื้อหาหนักแน่นและโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น
พระเอกหนุ่มตาหวาน แซค แอฟรอน ที่โด่งดังมาจากหนังขวัญใจวัยรุ่นอย่าง High School Musical, Hairspray และ 17 Again ตอนนี้เขากลับมาอีกครั้งกับหนังดรามาอย่าง Charlie St. Cloud ผลงานของผู้กำกับ เบอร์ สเทียร์ส (ที่เคยร่วมงานกันใน 17 Again) กับบทบาทใหม่ที่ดูแตกต่างไปจากเดิม ด้วยเรื่องราวที่มีเนื้อหาหนักแน่นและโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น
โดย....ทวิตตี้ ภาพ Ben Watts/Universal Pictures International
ซึ่งเรื่องนี้แซครับบทเป็นชาร์ลี นักกีฬาเรือใบที่เก่งกาจจนได้รับทุนการศึกษาเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดัง ซึ่งอาศัยอยู่กับแม่และแซม น้องชายที่เขารักมาก แต่อนาคตที่สดใสต้องเปลี่ยนไปเพราะอุบัติเหตุที่ทำให้สูญเสียน้องชายไปในขณะที่เขาเองรอดมาได้ ชายหนุ่มทอดทิ้งชีวิตและความฝันของตัวเองเพื่อรักษาสัญญากับน้องชายที่ตายไป และจมอยู่กับความรู้สึกผิด จนเมื่อเขาได้กลับมาเจอกับเทสส์ เพื่อนนักเรียนไฮสกูลที่ทำให้เขากลับมามีความรักและความหวังที่จะพาตัวเองหลุดพ้นจากพันธนาการของความรู้สึกผิดเพื่อก้าวต่อไป
พลิกบทบาทจากบทวัยรุ่นร่าเริงสดใสมาเป็นเด็กมีปัญหา ดรามาหนักหน่วงขนาดนี้จะเป็นยังไงบ้าง วันนี้เรามีบทสัมภาษณ์เขากับหนังเรื่องใหม่มาฝากกัน
ตอนที่คุณได้อ่านบทครั้งแรก คุณรู้สึกยังไงคะ?
แซค : ทันทีที่ผมได้อ่านบท ผมรู้เลยว่าความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของผมคือการจำเป็นต้องไปยังที่ที่อ่อนไหวต่อความรู้สึกและรักษาอารมณ์แบบนั้นไว้ และถ้าจะมีใครสักคนที่จะช่วยให้ผมทำมันได้สำเร็จ ผมก็รู้ว่าต้องเป็น เบอร์ สเทียร์ส (ผู้กำกับ)
คุณรู้สึกมีส่วนคล้ายตัวละครบ้างไหม?
แซค : ผมคิดว่าผมเข้าใจการที่ ชาร์ลี เซนต์ คลาวด์ เติบโตขึ้นมาในครอบครัวยากจนโดยไม่มีพ่อและต้องดูแลน้องชายตัวน้อยของเขา แต่ก็ยังสามารถจัดการชีวิตให้ตัวเองมีชื่อเสียงขึ้นมาได้ ผมรู้สึกว่าผมคล้ายกับเขา โดยเฉพาะในเรื่องความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับน้องชายนะ และผมก็มักจะเอารูปน้องชายของผมในช่วงหลายปีที่ผ่านมาออกมาดูบ่อยๆ เพื่อช่วยสร้างอารมณ์
แต่หลังจากนั้นทุกอย่างก็เปลี่ยนไป...?
แซค : ใช่ครับ ทุกอย่างมันหายไปหมดนับแต่ตอนที่เขาสูญเสียน้องชายไปในอุบัติเหตุรถยนต์ ในเรื่องของความรู้สึก ผมไม่สามารถจินตนาการได้เลยนะว่าความรู้สึกสูญเสียแบบนั้นมันจะแย่ขนาดไหน เพราะผมคงไม่รู้ว่าผมจะรับมือกับความรู้สึกผิดของชาร์ลีและอยู่ได้ยังไงโดยไม่มีน้องชายของผม
หนังเรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นการฉีกไปจากงานเรื่องก่อนๆ หน้าของคุณ นี่เป็นอีกเหตุผลที่รับเล่นหนังเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า?
แซค : ใช่เลยครับ! บทแบบนี้ไม่มีมาให้เลือกเล่นบ่อยนักหรอกครับ และนี่ก็เป็นโอกาสดีที่จะได้ทำอะไรใหม่ๆ โดยการรับบทเป็นตัวละครที่หมกมุ่นกับชีวิตแบบนี้
ชาร์ลี เซนต์ คลาวด์ ในสายตาคุณเป็นคนยังไง?
แซค : เขาเป็นเหมือนนักรบ ที่มีเสน่ห์ดึงดูดคนและมันดูแปลกประหลาดเมื่อเขาเสียศูนย์จนต้องออกจากเส้นทางนั้นไปยังสถานที่มืดหม่นหดหู่ เขาเดาว่าเขาคงเป็นคนดีเกินกว่าที่จะยอมสลัดเรื่องพวกนั้นออกไป และผมคิดว่ามันเกิดขึ้นกับคนจำนวนมากในยามที่พวกเขาเผชิญหน้ากับการสูญเสียแต่อย่างน้อยชาร์ลีก็ยังสามารถที่จะตั้งหลักกลับมาได้
แล้วตัวละครเทสส์เปลี่ยนชีวิตเขาไปยังไงบ้าง?
แซค : เทสส์เป็นเหมือนกุญแจไขไปสู่อนาคตของชาร์ลี ในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างน้องชายที่ตายไปแล้วของเขาเป็นสิ่งที่สะท้อนด้านที่เขายังคงยึดติดอยู่กับอดีต
แล้วคุณคิดยังไงกับการที่ อาแมนดา ครูว์ มารับบท เทสส์ คาร์โรลล์?
แซค : อาแมนดาเป็นนักแสดงที่นิสัยดี เป็นคนแบบง่ายๆ สบายๆ และไม่กลัวที่จะทดลองอะไรใหม่ๆ ดังนั้นพวกเราก็เลยคุยกันเยอะและไว้ใจกัน
คุณดูเข้ากันได้ดีกับเธอมาก
แซค : ผมคิดว่ามันเห็นได้ชัดตั้งแต่ต้นนะว่าเราถูกชะตากัน ซึ่งมันช่วยให้เราสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีนอกกองถ่ายได้และเขาก็ไปกันได้ดี เมื่อคุณรู้สึกถึงความเป็นเพื่อนระหว่างกันที่ทำให้สบายใจจนคุยกันได้ทุกเรื่อง ท้ายที่สุดมันก็ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น
ในหนังเรื่องนี้คุณยังได้ร่วมงานกับนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง เรย์ ลีอ็อตตา และคิม เบซิงเจอร์ ที่มารับบทสมทบด้วย! รู้สึกตื่นเต้นไหมคะ?
แซค : ผมช็อกมากตอนที่ได้ยินว่าพวกเขาเซ็นสัญญามาเล่นหนังเรื่องนี้ แต่เวลาเดียวกันก็ตื่นเต้นมากที่จะได้ร่วมงานกับพวกเขา เพราะทั้งคู่เป็นนักแสดงในดวงใจของผมเลยล่ะ เรย์เป็นคนที่ตลก ฉลาด และมีเสน่ห์มาก แต่เขาก็ดูเป็นคนมีมาดนิดๆ ที่ทำให้เขาดูคูลมาก และผมนึกไม่ออกเลยว่าจะมีผู้หญิงคนไหนที่เพอร์เฟกต์ไปกว่าคิม เธอเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมาก
นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่ได้ทำงานกับผู้กำกับ เบอร์ สเทียร์ส?
แซค : ข้อดีคือพวกเราไม่ต้องเสียเวลาในสัปดาห์แรกๆ ของการทำงาน ซึ่งปกติเป็นระยะเวลาที่ผมกับผู้กำกับจะใช้ทำความรู้จักกัน ดังนั้นผมก็จะรู้ว่าจะทำงานด้วยกันกับเขายังไง เบอร์เป็นคนที่ใจดีมากและเป็นคนที่ดีมากๆ ครับ
แล้วในฐานะผู้กำกับเขาเป็นยังไงบ้างคะ?
เขาเป็นผู้กำกับที่เก่งมาก ซึ่งรู้ดีว่าตัวเองต้องการอะไร เขาเป็นคนขยันและให้ความสำคัญกับเรื่องการแสดง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผม เพราะผมได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก เบอร์ยังเป็นพวกชอบความสมบูรณ์แบบ ซึ่งเขาจะไม่ยอมให้คุณหยุดง่ายๆ และนั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราอุ่นใจ เพราะคุณรู้ว่าถ้าเขาบอกว่าพวกเราทำดีแล้วก็หมายความแบบนั้นจริงๆ ผมเลยรู้สึกปลอดภัยเมื่อทำงานกับเขา
ในหนังเรื่องนี้ ตัวละครของคุณเป็นนักแล่นเรือใบที่มีชื่อเสียง แต่คุณต้องมาฝึกฝนทักษะพวกนี้ มันให้ประสบการณ์อะไรกับคุณบ้าง?
แซค : ตอนแรกผมแค่คิดว่าเมื่อลมพัดมาทางเรือของคุณ คุณก็แค่บังคับมันไปตามนั้น ดังนั้นมันจะไปยากอะไร? แต่จริงๆ แล้วมันยากมากเลยครับ! โดยปกติผมเป็นคนที่เรียนรู้ทักษะอะไรใหม่ๆ ได้เร็วนะ แต่เรื่องแล่นเรือใบนี่ไม่ง่ายแบบนั้นเลย เพราะคุณต้องคอยปรับตัวไปตามทิศทางลมที่พัดมาและเวลาที่กระแสลมเปลี่ยนไป มันทำให้คุณต้องทำอะไรหลายๆ อย่างไปพร้อมกัน
แต่ตอนนี้คุณก็แล่นเรือใบเป็นแล้ว คุณยังคิดว่าจะเล่นต่อเป็นงานอดิเรกไหม?
แซค : ผมอยากแล่นเรือใบต่อนะ ซึ่งนั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมอยากจะให้แน่ใจว่าผมเรียนรู้มากพอแล้ว มันเป็นทางที่ดีที่จะได้เห็นโลกนี้ได้กว้างขึ้น
สำหรับแฟนๆ พ่อหนุ่มแซค แอฟรอนก็อดใจรอสักนิดก่อนจะได้ชมบทบาทใหม่ของเขาใน Charlie St. Cloud ที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงว่าเป็นหนังแนว Sixth Sense ผสมกับ Field of Dreams จะน่าสนใจและประทับใจแค่ไหน ติดตามชมกันได้เดือน ต.ค.นี้ค่ะ







