posttoday
ชั้นเชิงและท่าทีในการทำดี สิ่งเล็กๆ ที่ส่งผลแตกต่าง

ชั้นเชิงและท่าทีในการทำดี สิ่งเล็กๆ ที่ส่งผลแตกต่าง

29 พฤษภาคม 2559

1.เปี้ยนฮูหยิน เป็นภรรยาที่โจโฉชื่นชอบที่สุด แม้ต้นกำเนิดเธอจะเป็นนางระบำ แต่ก็มีพฤติกรรมจรรยาดีสมเป็นศรีภรรยา เธอคือมารดาผู้ให้กำเนิด โจผี โจเจียง และโจสิด

โดย...นิธิพันธ์ วิประวิทย์

1.เปี้ยนฮูหยิน เป็นภรรยาที่โจโฉชื่นชอบที่สุด แม้ต้นกำเนิดเธอจะเป็นนางระบำ แต่ก็มีพฤติกรรมจรรยาดีสมเป็นศรีภรรยา เธอคือมารดาผู้ให้กำเนิด โจผี โจเจียง และโจสิด ลูกๆ แต่ละคนของเปี้ยนฮูหยินคุณภาพคับแก้วทั้งสิ้น

เปี้ยนฮูหยินใช้ชีวิตสมถะมาตลอด แม้สามีนางจะเป็นถึงมหาอุปราช เสื้อผ้าของนางกลับไม่มีลายปักสดสวย เครื่องประดับก็ไร้หยกไร้อัญมณี เครื่องเรือนเครื่องใช้ในตำหนักก็ไม่ได้ตกแต่งวิจิตรหรือทาสีสวยงามแต่อย่างใด

ครั้งหนึ่งโจโฉได้ต่างหูสวยงามมาหลายคู่ นึกถึงภรรยาคนโปรดคนนี้ เลยคิดจะนำกลับมาให้เปี้ยนฮูหยินเลือกใช้ เมื่อเปี้ยนฮูหยินเห็นต่างหูทั้งสามคู่อยู่ตรงหน้า เธอเลือกอันที่ดูกลางๆ ไม่ใช่อันที่สวยมากที่สุด หรือสวยน้อยที่สุด

โจโฉประหลาดใจ ทนไม่ได้ที่จะถามเปี้ยนฮูหยินว่าเหตุใดจึงเลือกชิ้นที่ดูกลางๆ ฮูหยินตอบว่า “หากเลือกชิ้นที่งดงามสุดคือมีจิตใจละโมบ หากเลือกชิ้นที่ดูแย่ที่สุดคือคิดหลอกลวงสร้างภาพ ดังนั้นจึงเลือกชิ้นที่กลางๆ”

2.ขณะที่สถานการณ์บ้านเมืองกำลังเละเทะสุดขีดในยุคสามก๊ก เมืองหลวงถูกเผาวอดจากศึกการชิงอำนาจของตั๋งโต๊ะและกลุ่มพันธมิตร 18 หัวเมือง หลังตั๋งโต๊ะถูกโค่นล้ม พระเจ้าเหี้ยนเต้ก็ระหกระเหินเร่ร่อนกลับไปลกเอี๋ยง เมืองหลวงที่วอดวายและเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ชีวิตพระเจ้าเหี้ยนเต้และข้าราชบริพารไม่ต่างจากคนยากไร้พเนจร

ขุนศึกหลายต่อหลายคนกำลังดูเชิง บ้างคิดตั้งตัวเป็นฮ่องเต้ บ้างคิดจะยกพระญาติคนอื่นที่ควบคุมได้ง่ายกว่าเป็นแทน โจโฉตัดสินใจเดินหมากทางการเมือง เลือกเข้าอุ้มชูพระเจ้าเหี้ยนเต้เพื่อเป็นศูนย์กลางในการบัญชาขุนศึกที่แตกแยก และรวบรวมขุนนางกอบกู้ราชวงศ์ฮั่นขึ้นมาใหม่

โจโฉไปรับพระเจ้าเหี้ยนเต้ที่ลกเอี๋ยง และขอให้พระเจ้าเหี้ยนเต้แปรพระราชฐานไปยังเมืองใหม่ เมืองที่อยู่ในอิทธิพลของโจโฉ เมืองฮูโต๋

เมื่อพระเจ้าเหี้ยนเต้มาถึงเมืองฮูโต๋ โจโฉย้ายของออกจากตำหนักของตัวเอง แล้วมอบตำหนักนี้ให้เป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราวของพระเจ้าเหี้ยนเต้ ต้อนรับฮ่องเต้อย่างนบนอบ พิถีพิถัน ครบถ้วนทั้งพิธีกรรม และมารยาท ตรงข้ามกับที่บรรดาขุนศึกทั้งหลายเคยกระทำและคิดจะทำ

โจโฉจัดการชีวิตประจำวันของพระเจ้าเหี้ยนเต้อย่างรอบคอบ ทำตัวเสมือนพ่อบ้านมากกว่าแม่ทัพขุนศึก จริงๆ อาจเรียกได้ว่าโจโฉเป็นผู้ชุบชีวิตใหม่ให้พระเจ้าเหี้ยนเต้

ซึ่งในตอนนั้นแม้จะเป็นถึงฮ่องเต้ แต่ด้วยในสถานการณ์ตกอับ อาจจะไม่มีแม้กระทั่งอ่างล้างหน้าที่เป็นรูปเป็นร่างสมบูรณ์

โจโฉจึงจัดการนำเครื่องใช้ที่ฮ่องเต้พึงจะมีถวายให้แก่พระเจ้าเหี้ยนเต้

ที่น่าประทับใจกับพระเจ้าเหี้ยนเต้คือ โจโฉเขียนถวายพร้อมข้าวของเครื่องใช้ว่า

“เครื่องใช้ทั้งหมดที่ถวายให้แก่พระองค์ คือบรรดาสิ่งของที่ฮ่องเต้องค์ก่อนๆ พระราชทานให้กับปู่และบิดาของข้าพเจ้า เครื่องใช้เหล่านี้ ปู่และบิดาของข้าพเจ้าไม่เคยนำออกมาใช้ เพราะเห็นเป็นพระกรุณาของฮ่องเต้องค์ก่อนๆ ทั้งหลาย จึงเก็บไว้อย่างดี ขณะนี้ข้าพเจ้าเห็นว่าถึงเวลาอันควรที่จะถวายคืนกลับให้แก่พระองค์!”

3.เล่าเปียว ขุนศึกใหญ่คนหนึ่งในยุคปลายราชวงศ์ฮั่น เป็นตัวเก็งคนสำคัญในยุคสามก๊กกำลังก่อตัว โลซกเคยมองอนาคตของแผ่นดินจีนว่าจะแยกเป็นของ โจโฉ ซุนกวน และเล่าเปียว

ชื่อชั้นของเล่าเปียวในพงศาวดารสามก๊กอาจจะทิ้งภาพจำของเล่าเปียวไว้ไม่ค่อยดีนัก แต่ช่วงวัยหนุ่มและวัยกลางคนของเล่าเปียวไม่ธรรมดาเลยซักนิดเดียว ครบรสทั้งขุนศึก นักปกครอง และปัญญาชน

เล่าเปียวมีจุดยืน มีความสามารถในการครองใจคนและสยบความวุ่นวายในแดนเกงจิ๋ว ทำให้เกงจิ๋วมั่นคง จนกลายเป็นที่หลบภัยของเหล่าปัญญาชนทั้งหลาย

เล่าเปียวในช่วงวัยรุ่น มีอาจารย์ชื่อหวางชางเป็นเจ้าเมืองลำหยง เห็นประชาชนชาวลำหยงฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย หวางชางจึงคิดจะทำตัวประหยัดมัธยัสถ์เพื่อเป็นตัวอย่าง (กดดัน) ให้ผู้คนปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต แต่ว่าวิธีประหยัดของหวางชางทำเกินกว่าเหตุ ชาวบ้านชาวช่องยากจะศึกษาเอาเยี่ยงอย่างได้ เล่าเปียวจึงออกมากล่าวกับอาจารย์ว่า

“ฟุ่มเฟือยก็อย่าเกินเบื้องบน ประหยัดก็อย่าทำจนกดดันเบื้องล่าง ในหลักทางสายกลางของท่านขงจื่อ มันก็คือเรื่องฉีป๋ออวี้ละอายที่จะเป็นคนประเสริฐโดยลำพัง (บุคคลในประวัติศาสตร์ที่มีพฤติกรรมจรรยาดีอยู่คนเดียวจนแปลกแยก) หากท่านเจ้าเมืองไม่สนใจคำสอนของท่านขงจื่อ แต่ลอกเลียนแบบจริยธรรมฉาบฉวย ก็คงไม่พ้นที่จะต้องโดนทอดทิ้งให้ไร้ประโยชน์ต่อโลกนี้มิใช่หรือ!”

....เปี้ยนฮูหยินเลือกต่างหูอันที่ดูกลางๆ เพราะเดิมก็ไม่ใช่คนติดยึดกับความสวยหรู แต่จะเลือกเอาของที่แย่ที่สุดก็ไม่ คงเพราะคิดว่าจะทำให้ดูเหมือนเรียกร้องให้สนใจในความเรียบง่าย สมถะของตน

โจโฉให้เหตุผลในการมอบข้าวของเครื่องใช้ให้แก่ฮ่องเต้ตกอับด้วยคำว่า “ถวายคืน” ข้าวของทั้งหมดที่บรรพบุรุษเคยได้รับจากฮ่องเต้องค์ก่อน มิได้ตีฆ้องร้องเป่าว่ามอบให้ด้วยความซื่อสัตย์กตัญญู เพื่อเรียกร้องบุญคุณหรือคุณงามความดีเข้าหาตัว เปิดช่องทางให้พระเจ้าเหี้ยนเต้รับด้วยความสบายใจ ไม่ติดหนี้บุญคุณ ไม่ได้ถูกลดคุณค่าเป็นแค่ผู้รับน้ำใจแต่ฝ่ายเดียว

หนุ่มน้อยเล่าเปียวกล่าวเตือนสติอาจารย์ว่าอย่ากดดันด้วยความดีเกินควรจนผู้คนเบื้องล่างอึดอัด การกดดันเกินเหตุด้วยพฤติกรรมดีเกินขั้น ก็เท่ากับการจับความคุณธรรมเรื่องความมัธยัสถ์เป็นตัวประกัน โดยถ้าใครไม่ประหยัดตาม คนนั้นคือฝ่ายตรงข้ามกับคุณธรรม

ทั้งหมดคือความละเมียดใส่ใจในการแสดงออกซึ่งความดี

เพราะบางที “ท่าที” ต่อการใช้พฤติกรรมดีก็ถูกใช้เป็นอุปกรณ์สร้างความกดดันให้กับคนข้างเคียง ไม่ว่าโดยตั้งใจหรือโดยสัญชาตญาณ ไม่ต้องแปลกใจว่าคำคมอวดอ้างคุณธรรมและสติปัญญาในหลายต่อหลายครั้ง ถูกใช้เป็นอาวุธทิ่มแทงคนอื่นมากกว่ากล่อมเกลาตัวเอง

ดีเพื่อแสดงความดี ดีเพื่อแสดงตัวตน หรือดีเพื่อกดคนอื่นให้ต่ำลงและยกตัวตนของผู้กระทำให้สูงกว่า จึงทำให้เกิดความอึดอัด และต่อต้านกับคนที่เราสื่อสารด้วย

เส้นแบ่งเขตบางๆ ที่กั้นระหว่างคนทำดีเท่าไหร่ก็ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ กับคนทำดีที่มีพลังช่วยผลักดันคนรอบข้างให้เห็นดีเห็นงามกับความดีนั้นๆ จึงอยู่ที่ท่าทีที่ว่า ความดีที่แสดงออกไป มันไปกดดัน ประชดประชัน หรือเหยียดอะไรใครรอบข้างหรือไม่ อย่างไร

เรื่องแบบนี้ไม่มีหลักการตายตัว อาศัยก็แต่ความเข้าใจในใจเขาใจเรารวมถึงความละเอียดในศิลปะการใช้ชีวิต

จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย

ยากที่ว่าเรื่องนี้ไม่มีคำสอนประเภท How to ให้ทำตามสเต็ป ง่ายที่ว่าขอแค่ตั้งหลักจะทำดีด้วยความใจกว้าง ไม่ได้เพื่อโด่งดัง เพื่อให้เป็นหนี้บุญคุณ เพื่อกดดันหรือเหยียดคนอื่น เท่านั้นก็อยู่ในข่ายความละเมียดนี้ไปเกินครึ่ง

ชั้นเชิงในการทำความดีพวกนี้มีอยู่จริง และสัมผัสได้ ว่าความดีแบบไหนน่าอึดอัด ความดีแบบไหนน่าอุ่นใจ

คือสิ่งละอันพันละน้อยที่ให้การกระทำคล้ายๆ กันมีผลแตกต่าง และอาจเป็นหนึ่งในกุญแจที่แก้ปัญหา “ทำดีแล้วไม่มีใครรัก”

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง