
บันเทิงเกาหลีในไทย ยังสบายดีหรือเปล่า?
หากใครยังพอจำได้ คงจะรู้ดีว่าราวๆปี 2548 ถือเป็นปีที่ศิลปินเกาหลี หรือละครซีรี่ส์เกาหลี เริ่มตีตลาดในบ้านเรา
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ... คลังภาพโพสต์ทูเดย์
หากใครยังพอจำได้ คงจะรู้ดีว่าราวๆปี 2548 ถือเป็นปีที่ศิลปินเกาหลี หรือละครซีรี่ส์เกาหลี เริ่มตีตลาดในบ้านเราอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นวงดงบังชินกิ หรือละครซีรี่ส์เรื่องฟูลเฮาส์ รวมทั้งเป็นปีที่วงซูเปอร์จูเนียร์ถือกำเนิดขึ้นอีกด้วย จากนั้นเป็นต้นมา เราจะเห็นได้ว่ากระแสเกาหลีฟีเวอร์ในบ้านเราเริ่มหนักแน่น มั่นคง และครองใจแฟนๆ ชาวไทยได้อย่างไม่เสื่อมคลาย(รวมทั้งเป็นหนทางให้มีคนหันมาจัดคอนเสิร์ต เปิดตัวนิตยสารใหม่ หรือทำรายการโทรทัศน์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งล้วนแล้วแต่ใช้กระแสเกาหลีฟีเวอร์มาสร้างรายได้ให้กับตัวเองได้อย่างมากมายมหาศาล)
ผ่านมา 11 ปี ถามว่าศิลปินเกาหลีหรือละครซีรี่ส์เกาหลียังฟีเวอร์อยู่หรือเปล่า วันนี้เราจะมาตรวจเช็กความเป็นไปว่ายังอยู่ดีหรือไม่ หรือเริ่มโรยรา จากนานาทัศนะของเหล่ากูรูบันเทิงเกาหลี
บันเทิงเกาหลี ถึงดร็อป แต่ยังได้อยู่
เริ่มต้นที่ มด-สวรรยา นานาเสถียรกุลนักเขียนนิยายชื่อดัง ที่อดีตเคยเป็นนักข่าวสายบันเทิงเกาหลี ของนิตยสารเดอะบอยกิมจิ สวรรยาได้บอกเล่าถึงภาพรวมของบันเทิงเกาหลีในบ้านเราว่า ตอนนี้ถือว่าดร็อปลง “ดร็อปลงจากเมื่อสามสี่ปีก่อน ที่บันเทิงเกาหลีในบ้านเรานั้นพีกมาก จุดพีกที่สุดต้องยกให้วงซูเปอร์จูเนียร์และบิ๊กแบง คอนเสิร์ตเปิดกี่รอบ บัตรขายหมด แพงแค่ไหนก็ขายหมดสื่อต่างๆ ต้องเล่นข่าวของพวกเขา ไม่เล่นถือว่าพลาด”
สวรรยาเผยว่า การคลายตัวของบันเทิงเกาหลีในบ้านเราถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะว่าคนรุ่นใหม่ย่อมมีอะไรต่างๆ มากมายมาแบ่งความสนใจไปจากบันเทิงเกาหลี “แต่คนเกาหลีเขาก็ยังใช้เทคนิคพิเศษที่ทำให้เราโฟกัสอยู่กับศิลปิน หรือผลงานบันเทิงของเขาได้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งนั่นคือความต่อเนื่องและคุณภาพ ต่อให้เป็นศิลปินวงใหม่ ก็ยังมีเสน่ห์อยู่ เพราะการคัดสรรศิลปินและเคี่ยวกรำในการทำงานของเขานั้นเข้มข้นมาก เมื่อปล่อยผลงานออกมาปุ๊บ มันก็โดนปั๊บ”
หากพูดถึงนักร้องเกาหลีหน้าใหม่สวรรยาเผยว่า ตอนนี้ยังมีออกมาเรื่อยๆเพียงแต่ที่จะโดดเด่นจริงๆ อาจจะมีไม่เยอะ “ช่วงนี้ศิลปินเพลงอาจดร็อปลงไป แต่ก็มีละครซีรี่ส์ที่โดดเด่นขึ้นมาซึ่งทำให้นักแสดงจากในเรื่องโด่งดังตามไปด้วย เช่น ซงจุงกิ ที่รับบทกัปตันยูชีจินในละครซีรี่ส์เรื่อง Descendants of the Sun ที่ดังได้ดังดี เพราะส่วนผสมมันลงตัว ทั้งบท ทั้งคาแรกเตอร์ของตัวละคร ทั้งเรื่องราวชีวิตจริงของนักแสดงที่เข้ากับบทบาท ที่เพิ่งออกจากกรมทหาร แล้วมารับบททหาร และตัวของนักแสดงเองที่เหมาะสมกับบทนั้นจริงๆที่แน่ๆ ตัวละครอย่างกัปตันยูชีจิน มันเป็นตัวละครที่ผู้หญิงใฝ่ฝันถึง และก็เป็นของหายาก (หัวเราะ)”
อย่างไรก็ตาม สวรรยาอยากให้เราจับตามองละครซีรี่ส์ของจีน ซึ่งคาดว่าจะโด่งดังและครองใจแฟนๆ ชาวไทยไม่แพ้ละครซีรี่ส์เกาหลีอย่างแน่นอน “ตอนนี้นิยายจีนขายดีมาก พอนิยายขายดี ก็จะมีคนซื้อลิขสิทธิ์ไปทำเป็นละครซีรี่ส์ พอนิยายดังแล้ว จนทำให้ละครซีรี่ส์ดังไปด้วย พระเอกของเรื่องก็จะดัง ทำให้มีคอนเสิร์ตหรือแฟนมีตติ้งตามมาอย่างแน่นอน”
ท้ายสุด สวรรยาเผยว่า แฟนๆ ชาวไทยเมื่อรักศิลปินเกาหลีคนไหน หรือวงไหนแล้ว ก็จะรักแล้วรักเลย ไม่เคยที่จะหยุดรัก “ซึ่งนี่ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ถึงแม้บันเทิงเกาหลีในบ้านเราจะดร็อปลง แต่ความรักที่มีให้ก็ไม่เคยดร็อปลงไป มันยังคงอยู่ และความรักนี้นี่แหละ ที่จะทำให้เพลงเกาหลี ศิลปินเกาหลี ละครซีรี่ส์เกาหลี และนักแสดงเกาหลียังจะคงอยู่ในหัวใจของแฟนๆ ชาวไทยไปอีกนานแสนนาน”
ค่ายเพลง ศิลปิน และแฟนคลับ
มาถึงผู้สื่อข่าวสายดนตรีแห่งเว็บไซต์เอ็มไทย ปอ-ชนากานต์ จินดารักษ์ ที่ถือว่าเป็นทั้งแฟนคลับและกูรูบันเทิงเกาหลีตัวจริงเสียงจริง ได้เผยถึงสถานการณ์ศิลปินเกาหลีที่มาเปิดคอนเสิร์ตในเมืองไทยว่า ช่วงนี้ศิลปินที่มาเมืองไทยมักเป็นเบอร์เล็กๆ หรือเบอร์ใหม่ๆ “นานๆ ที เบอร์ใหญ่ๆ เช่น ซูเปอร์จูเนียร์ จะมาจัดคอนเสิร์ตที่ไทยอาจเป็นเพราะช่วงเวลาที่บรรดาศิลปินของวงเบอร์ใหญ่ๆ ต่างแวะเวียนเข้ากรมทหารทำให้ไม่อาจรวมตัวครบวงมาเปิดคอนเสิร์ตที่ไทยได้”
อีกประเด็นที่ชนากานต์ได้รับรู้ คือ ศิลปินเบอร์ใหญ่ๆ ที่มาพบปะแฟนๆ ชาวไทยบ่อยครั้งแล้ว เขาก็จะเริ่มทัวร์ทางฝั่งยุโรป หรือสหรัฐเพื่อทำให้คนทั่วโลกได้รับรู้ว่า เขาสามารถทำให้แฟนๆ ฝั่งนั้นติดตามผลงานของเขาได้ “จากที่เคยบินไปดูคอนเสิร์ตของบิ๊กแบงที่เกาหลี ก็ทำให้ได้รับรู้ว่า เขามีฐานแฟนเพลงที่เป็นชาวตะวันตกมากมายจริงๆ มากมายถึงขนาดบินมาดูคอนเสิร์ตของเขาที่เกาหลี จากปรากฏการณ์นี้ ก็ถือเป็นโอกาสดีที่ศิลปินเบอร์ใหม่ๆ ที่เพิ่งเดบิวต์ในเกาหลีจะได้แวะเวียนมาพบปะแฟนๆ ชาวไทย และประเทศใกล้เคียงเพื่อสร้างฐานแฟนคลับให้กับตนเอง”
ชนากานต์ได้พูดถึงสถานการณ์ของแฟนคลับศิลปินเกาหลีที่เป็นคนไทยว่า ตอนนี้รูปแบบการเป็นแฟนคลับได้เปลี่ยนแปลงไป“จากแต่ก่อน ชอบเรน ก็จะเป็นแฟนคลับเรนชอบซูเปอร์จูเนียร์ ก็จะเป็นแฟนคลับของซูเปอร์จูเนียร์ และสนับสนุนผลงานของศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ แต่เดี๋ยวนี้พวกเขาจะใช้ชื่อแทนตัวว่าเป็นแฟนคลับเค-ป๊อป โดยมีศิลปินที่เป็นเมนหลักอยู่หลายคนหรือหลายวง อาจเป็นเพราะแนวเพลงของศิลปินที่เป็นเมนหลักของพวกเขามีความใกล้เคียงกัน”
จากปรากฏการณ์นี้ ก็มีกระทบต่อการเงินของแฟนคลับอยู่มากมายทีเดียว “อย่างที่ทราบมา คนที่เป็นแฟนคลับของศิลปินหลายวง พอมีคอนเสิร์ตของศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบมากมาย หรือบ่อยครั้ง ก็ทำให้พวกเขาลำบากใจมากพอดูที่จะซื้อบัตรไปดูคอนเสิร์ตของศิลปินเมนหลักที่ตนเองชื่นชอบ รวมทั้งปรากฏการณ์นี้ก็ได้ทำให้ผู้นำเข้าศิลปินเกาหลีมาไทยคิดหนักคิดเยอะถึงการนำเข้าอยู่พอควร ทั้งสถานที่ราคาบัตร หรือสปอนเซอร์”
ท้ายสุด ชนากานต์ได้บอกเล่าว่า บันเทิงเกาหลีไม่มีทางตายไปจากบ้านเราอย่างแน่นอน ต่อให้แฟนคลับที่เคยชื่นชอบจะหันไปชอบศิลปินอื่นๆ หรือแนวเพลงอื่นๆ ตามวัยของตนเอง แต่ก็จะมีแฟนคลับรุ่นใหม่เกิดขึ้นมา รวมทั้งมีศิลปินใหม่ๆ เกิดขึ้นมา“ในเกาหลี ค่ายเพลงต่างๆ ก็พยายามสร้างอะไรใหม่ๆ หรือพยายามฉีกหนีสิ่งที่เคยมีอยู่เดิม เช่น มีนักร้องที่ทำเพลงเองได้ ทำดนตรีเองได้ หรือครีเอทท่าเต้นเองได้ ทำให้บันเทิงเกาหลีไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่”
กับงานคอนเสิร์ต และแฟนมีตติ้ง
เมื่อได้พูดคุยกับ จิ๋ม-อัญชนา ยาณะรังษีนักข่าวจากฝ่ายข่าวและบทความนิตยสารเอ-สตาร์ ได้เผยถึงความเฟื่องฟูของบันเทิงเกาหลี ณ ปัจจุบัน ซึ่งเธอเผยว่ามันยังเฟื่องฟูและได้รับความนิยมอยู่เหมือนเดิม “ในเกาหลีมีค่ายเพลงเล็กใหญ่ปะปนกันไป หากเป็นศิลปินของค่ายใหญ่ ก็จะมีคนคอยซัพพอร์ตและออกผลงานมาเมื่อไหร่ก็จะติดตลาดได้เร็วกว่า แต่ค่ายเล็กก็ไม่ใช่ว่าจะด้อยกว่าไปเสียทั้งหมด บางค่ายก็มีศิลปินเบอร์ใหญ่ๆ และดังอยู่ในมือเหมือนกัน”
สำหรับแฟนเพลงชาวไทย ในมุมของอัญชนา เธอมองว่า แฟนเพลงชาวไทย เมื่อรักใครชอบใคร ก็ยังรักยังชอบยังเหนียวแน่นอยู่ เพียงแต่ก็ไปกรี๊ดวงใหม่ๆ ที่มาจากค่ายเพลงของศิลปินที่ตัวเองรักและชื่นชอบเพิ่มมากขึ้นด้วย
“ปัจจุบันคอนเสิร์ตหรือแฟนมีตติ้งอาจจะลดน้อยลง แต่ไม่น่าเชื่อว่าราคาบัตรกลับแพงขึ้น เป็นเพราะค่าตัวของศิลปินสูงขึ้น สเกลงานเล็กลง สถานที่เล็กลง หรือสปอนเซอร์น้อยลง จึงทำให้ราคาบัตรแพงขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เบอร์ใหญ่ๆ อย่างซูเปอร์จูเนียร์เกิร์ลเจเนอเรชั่น บิ๊กแบง หรือเอ็กโซ แฟนเพลงยังเหนียวแน่นและเป็นแฟนคลับกลุ่มใหญ่สามารถจัดทำเป็นสเกลงานที่ใหญ่ได้ และบัตรก็ขายหมดเกลี้ยง”
อัญชนาเผยว่า ความดังของศิลปินเกาหลีแบ่งความดังเป็น 2 ประเภท คือ 1.ดังในเกาหลี 2.ดังที่ต่างประเทศ “ศิลปินที่ดังที่เกาหลี แต่ในต่างประเทศคนรู้จักน้อยเวลาไปจัดคอนเสิร์ตตามคำเรียกร้อง ก็จะมีแฟนคลับกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น ทำให้ผู้จัดต้องพยายามเซฟตัวเองให้ได้มากที่สุด โดยจัดงานด้วยสเกลเล็กๆ จะได้ไม่ขาดทุน ในบ้านเรามีการทำสำรวจด้วยนะ โดยการนำแบบสำรวจไปหย่อนตามบ้านแฟนคลับที่เป็นตัวแม่ของศิลปินแต่ละวง ซึ่งเมื่อได้ผลสำรวจ ผลสำรวจนี้ก็จะส่งไปถึงมือผู้จัดคอนเสิร์ต ทำให้เขารู้ความต้องการของแฟนคลับของศิลปินวงต่างๆ ได้อย่างชัดเจนมากขึ้น”
ปัจจุบันมีผู้จัดคอนเสิร์ตหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย ส่งผลให้สปอนเซอร์ค่อนข้างที่จะเลือกที่จะสนับสนุนเป็นรายๆ ไป“สปอนเซอร์ส่วนใหญ่จะเลือกสนับสนุนศิลปินที่ดังจริง บางงานก็ไม่มีสปอนเซอร์ แต่บัตรกลับขายหมด ปรากฏการณ์นี้แสดงให้เราได้เห็นว่าศิลปินหรือนักแสดงคนนั้นต้องดังจริงๆ”
ท้ายสุด อัญชนาเผยว่า ค่ายเพลงเกาหลีต่างมีกลยุทธ์มากมายในการทำให้แฟนคลับคลั่งไคล้ศิลปินของตน โดยทำให้แฟนคลับได้ตามติดศิลปินของตนเองอย่างใกล้ชิดในทุกๆ ช่องทางการสื่อสาร ซึ่งสิ่งเหล่านี้นี่แหละ ที่ทำให้ศิลปินเกาหลีไม่มีทางล้มหายตายจากไปอย่างแน่นอน







