
‘คลับเทรดหุ้น’ แหล่งรวมนักลงทุนรุ่นใหม่
ห้วงเวลาที่ “ธุรกิจสตาร์ทอัพ” กำลังเบ่งบาน การที่กลุ่มคนหนุ่มสาว 4 คนรวมตัวกัน
โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์
ห้วงเวลาที่ “ธุรกิจสตาร์ทอัพ” กำลังเบ่งบาน การที่กลุ่มคนหนุ่มสาว 4 คนรวมตัวกัน นำประสบการณ์การลงทุน ที่ประสบความสำเร็จจนเรียกว่าชำนาญและเชี่ยวชาญในการลงทุน ต่อยอดธุรกิจ ด้วยการเปิดบริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ รีพับบลิค ทำธุรกิจเปิดพื้นที่หรือคลับเพื่อเป็นศูนย์รวมของนักลงทุนหน้าใหม่ หรือนักลงทุนที่ต้องการพื้นที่ในการรวมตัวกันซื้อขาย (เทรด) หุ้นภายใต้ ชื่อ “SUPPER TRADER REPUBLIC INVESTMENT ACADEMY” หรือหากพูดในแบบภาษาที่เข้าใจง่าย คือ การจัดตั้งคลับเพื่อการเทรดหุ้น
คลับเฮาส์ แห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 400 ตารางเมตร บนตึกเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ชั้น 19 ซึ่งภายในพื้นที่แห่งนี้จะถูกเนรมิตให้เป็นสุนทรีย์การเรียนรู้ทางด้านการเงินและการลงทุน และเป็นโค-เทรดดิ้ง สเปซ แห่งแรกในเมืองไทย ซึ่งในทีมผู้จัดตั้งทั้ง 4 คน หวังไว้ว่าจะใช้พื้นที่แห่งนี้รองรับไลฟ์สไตล์นักลงทุนรุ่นใหม่ที่ต้องการเรียนรู้ทางด้านการเงินการลงทุน สร้างนักลงทุนมืออาชีพให้กับตลาดหุ้นไทย และต้องการสร้างเวทีในการถ่ายทอดความรู้ด้านการลงทุนให้กับคนรุ่นใหม่หรือกลุ่มนักลงทุนที่สนใจเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาตลาดทุนไทย
ประจวบเหมาะกับการลงทุนในตลาดหุ้นหรือตลาดหุ้นไทยที่ผันผวน ดัชนีมีทั้งขึ้นและลงเมื่อมีปัจจัยทั้งในและนอกประเทศเข้ามากระทบ ซึ่งหากการลงทุนเกิดขึ้นในช่วงจังหวะและเวลาที่เหมาะสม นักลงทุนเลือกหุ้นถูกตัว ลงทุนด้วยความรู้ความเข้าใจ และเจอหุ้นที่เป็นบิ๊กช็อต เข้าอย่างจังก็ไม่แน่ว่าอนาคต คลับเทรดหุ้นแห่งนี้อาจจะเป็นศูนย์รวมนักลงทุนรุ่นใหม่ที่มีพอร์ตลงทุนฟูๆๆ ก็เป็นไปได้ !!
เห็นได้จากบรรยากาศในวันเปิดคลับเทรดหุ้นแห่งนี้ได้รับความสนใจและได้รับเกียรติจากนักลงทุนรายใหญ่ และขึ้นชื่อของตลาดหุ้น ไม่ว่าจะเป็นเสี่ยปู่ “สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล” เสี่ยยักษ์ วิชัย และเสี่ยป๋องวัชระ แก้วสว่าง ที่ได้มาแสดงความยินดีและดีใจกับคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดในการร่วมกันพัฒนา
เสี่ยปู่ที่วันนี้เป็นเจ้าของพอร์ตลงทุนที่เติบโตอย่างมาก กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่คนรุ่นใหม่ ที่ประสบความสำเร็จลุกขึ้นมาจัดทำพื้นที่เพื่อรองรับและให้ความรู้การลงทุนต่อนักลงทุนรุ่นใหม่
เช่นเดียวกับเสี่ยยักษ์ ที่บอกว่าคนรุ่นใหม่ต้องพัฒนานักลงทุนรุ่นใหม่ก็ต้องลงทุนด้วยความรู้ ต้องพัฒนาซึ่งต่างจากรุ่นผมที่ตอนนี้ต้องมุ่งในการดูแลในเรื่องสุขภาพแล้วและพร้อมที่จะให้การสนับสนุนแนวคิดดีที่เกิดขึ้น
ซึ่งในวันที่คลับนี้เปิดตัวมูลค่าการซื้อขายจากนักลงทุนรายใหญ่อาจวูบหายไปชั่วขณะเพราะทั้งสามขาใหญ่ปรากฏตัวในงานนี้ในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นเปิดซื้อขาย
การจะพาตัวเองเข้าไปในพื้นที่แห่งนี้จะต้องสมัครเป็นสมาชิก ซึ่งอัตราค่าสมาชิกต่อปีจะอยู่ที่ 4.9 หมื่นบาท ซึ่งเมื่อสมัครเป็นสมาชิกแล้วก็สามารถที่จะเข้าไปใช้พื้นที่ในคลับนี้ได้และยังมีการจัดอบรมสัมมนาเพื่อให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ และยังมีการจัดกลุ่มเพื่อนำไปพบและขอข้อมูลจากบริษัทที่ได้ผ่านมาวิเคราะห์และหารือกันแล้วเพื่อให้ได้รับข้อมูลและเข้าใจอย่างแท้จริงก่อนที่จะเข้าลงทุนด้วย
“กระทรวง จารุศิริ” ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งและเป็นประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ กรุ๊ป กล่าวว่า ซุปเปอร์เทรดเดอร์ รีพับบลิคอินเวสท์เมนท์ อะคาเดมี่ ตั้งขึ้นเพราะ ตั้งใจจะพัฒนาองค์ความรู้ ความสามารถด้านการเงินการลงทุนและสร้าง “อาชีพเทรดเดอร์” ให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง เพื่อให้การลงทุนเป็น “ส่วนหนึ่ง” ของชีวิตผู้คน จึงตั้งใจสร้าง “Super Trader Republic” ให้เป็นสถานที่ในการเผยแพร่ความรู้ด้านการลงทุนในตลาดทุน “ทุกอย่าง” ที่นักลงทุนรายย่อยในตลาดต้องการ และสร้างนวัตกรรมใหม่ที่เป็นประโยชน์กับนักลงทุนรายย่อยสูงสุด
พื้นที่ดังกล่าวจัดทำเป็นระบบสมาชิกในปีแรก 150 คน และเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยอื่นที่ได้ใช้พื้นที่ในอัตราเช่นเดียวกับการใช้งานพื้นที่เช่าร่วมทำงานทั่วไป
มีสมาชิกเต็มแล้ว 150 คน ซึ่งเป้าหมายต่อไปในอนาคตก็จะเพิ่มสาขาเพื่อที่จะให้รองรับสมาชิกที่คาดหวังว่าจะเพิ่มขึ้นในอีก3 ปีข้างหน้าที่คาดหวังไว้ที่ 500 คน ซึ่งหวังเป็นอย่างมากว่าการมีพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนจะทำให้นักลงทุนของตลาดหุ้นไทยเป็นนักลงทุนที่มีการลงทุนด้วยความรู้ความเข้าใจ และต้องการพัฒนาในรูปแบบสาขาในอนาคต ทั้งในบริเวณในเมืองและชานเมืองโดยเน้นเป็นรูปแบบ Stand Alone เพื่อเน้นการเทรดสินค้าต่างประเทศ รวมไปถึงพื้นที่ในบริเวณศูนย์การค้า เพื่อให้ผู้คนได้เข้าถึง Super Trader Republic ได้ง่ายขึ้นด้วย
บริษัทตั้งเป้าหมายจะพัฒนาการอบรมผ่านทางระบบออนไลน์ เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนในต่างจังหวัด และนักลงทุนไทยในต่างประเทศ ตลอดจนกระทั่งการพัฒนาบุคลากรในแวดวงการลงทุนให้เพิ่มมากขึ้นเพื่อการพัฒนาความรู้ด้านการลงทุนในตลาดหุ้นไทย
สำหรับสมาชิก 150 คน ที่เข้ามานั้นส่วนใหญ่จะเป็นเทรดเดอร์อาชีพคือเทรดหุ้นเป็นงานหลัก และ 20% ของสมาชิกคือ คนเก่งที่มีพอร์ตลงทุนตั้งแต่ 1-40 ล้านบาท ซึ่งคนกลุ่มนี้เรียนรู้และเข้าใจในการลงทุนเป็นอย่างดีและพร้อมที่จะแบ่งปันเทคนิคและความรู้ต่อไปให้กับกลุ่มนักลงทุนใหม่ที่เข้ามา และอีก50% เป็นเทรดเดอร์หุ้นที่อยู่ในช่วงของการสะสมความรู้ยังไม่มากและพร้อมที่จะเข้ามาเรียนรู้กับเราและอีก 30% ของสมาชิกคือคนที่มีประสบการณ์ด้านลบคือเคยขาดทุนจากการลงทุน ท้อ และอยากมีที่ปรึกษามีเพื่อนในการลงทุนเพื่อได้แรงบันดาลใจในการลงทุนต่อ
คนในกลุ่มนี้บางคนเคยมีพอร์ตลงทุน 100 ล้านบาท และขาดทุนจนเหลือ 10 ล้านบาท หรือขาดทุนไปกว่า 80% ซึ่งคนกลุ่มนี้เขาบอกเลยบางครั้งท้อแท้หมดหวังจึงอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งและอยากเป็นหนึ่งของคนที่ประสบความสำเร็จด้วย
สำหรับการเปิด โค-เทรดดิ้ง สเปซ เป็นอีกก้าวของทีมงาน ที่เดินหน้าต่อจากโครงการ Super Trader Thailand ที่ประสบความสำเร็จทั้งปีที่ 1 และปีที่ 2 ด้วยพันธกิจหลักที่ตั้งใจจะพัฒนาองค์ความรู้ ความสามารถด้านการเงินการลงทุนและสร้าง “อาชีพเทรดเดอร์” ให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง เพื่อให้การลงทุนเป็น“ส่วนหนึ่ง” ของชีวิตผู้คน จึงตั้งใจสร้าง “Super Trader Republic” ให้เป็นสถานที่ในการเผยแพร่ความรู้ด้านการลงทุนในตลาดทุน “ทุกอย่าง”ที่นักลงทุนรายย่อยในตลาดต้องการ และสร้างนวัตกรรมใหม่ที่เป็นประโยชน์กับนักลงทุนรายย่อยสูงสุด โดยพื้นที่ดังกล่าวจัดทำเป็นระบบสมาชิกในปีแรก 150 คน และเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยท่านอื่นที่ได้ใช้พื้นที่ในอัตราเช่นเดียวกับการใช้งานพื้นที่เช่าร่วมทำงานทั่วไป
นิติการณ์ วณิชจินดาภัสร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ รีพับบลิค กล่าวถึงรูปแบบการดำเนินธุรกิจของบริษัทว่า ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ธุรกิจ Co-Trading Space โดยบริษัทนับว่าเป็น โค-เทรดดิ้ง สเปซ เจ้าแรกในประเทศไทย ให้บริการสมาชิกรายปีจำนวนจำกัดที่ 150 ท่านเพื่อการดูแลที่ทั่วถึง และความเป็นพรีเมียมของผู้ใช้งาน ด้วยห้องสัมมนา และมุมอ่านหนังสือ พร้อมทั้งทีมงานที่จะหมุนเวียนกันมาให้คำปรึกษาตลอดทั้งสัปดาห์
สำหรับ Co-Trading Space แห่งแรกตั้งอยู่บนพื้นที่ชั้น 19 ของตึกเอมไพร์ทาวเวอร์มีค่าสมาชิก 4.9 หมื่นบาท/ปี โดยสามารถเข้ามาใช้พื้นที่ได้ตลอดทั้งปี รวมไปถึงสัมมนาฟรีจากผู้ทรงคุณวุฒิรวม 12 ครั้งโดยประมาณ
ธุรกิจ Investment Academy บริษัทวางเป้าหมายจะจัดคอร์สสัมมนาให้ความรู้ด้านการลงทุนในตลาดหุ้นกับมือใหม่จนถึงมืออาชีพ ในทุกผลิตภัณฑ์การลงทุน (Product) อาทิ หุ้น อนุพันธ์ รวมไปถึงสินค้าในตลาดต่างประเทศ เช่น Index Future, Forex, Options ภายใต้คอนเซ็ปต์จาก “รายย่อยสู่รายย่อย” (Peer to Peer Platform) ด้วยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่หมุนเวียนกันมาให้ความรู้ตลอดทั้งปี
ธุรกิจ Investors Community บริษัทมีห้องสัมมนาหลากหลายรูปแบบ ทั้งเป็นห้องบรรยาย และแบบห้องประชุม (Meeting Room) เพื่อให้บริษัทจดทะเบียน และบริษัทหลักทรัพย์ ได้มีสถานที่ในการพบปะกับนักลงทุนรายย่อย และจัดกิจกรรมกับนักลงทุน เช่น การนำเสนอผลิตภัณฑ์ (Product) ทางการเงินใหม่ให้กับนักลงทุน หรือการแจ้งข่าวสารใหม่ โดยต่อยอดช่องทางการประชาสัมพันธ์ในรายการแข่งขัน โครงการ Super Trader Thailand
บริษัทมีวิทยากรผู้สอนประจำที่เป็นนักลงทุน และเทรดเดอร์ มืออาชีพ (Full-Time Trader) มากมาย มีการจัดระบบการติดตาม (Follow up) และให้คำแนะนำพอร์ตของสมาชิก ขณะที่คอร์ส-สัมมนา จะมีความหลากหลาย และสามารถออกแบบได้ตามความต้องการของสมาชิก หรือที่เรียกว่า “Tailor Made” เพื่อปรับรูปแบบการลงทุนให้เหมาะกับเงื่อนไขของแต่ละบุคคล เช่น “Trading For Living” เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออกมาเป็นนักลงทุนมืออาชีพ (Full-Time Trader) เต็มตัว “Investment For Kids”
สำหรับเด็กที่สนใจการลงทุนในหุ้นตั้งแต่พื้นฐาน “Senior Trader” สำหรับผู้สูงวัยที่ชื่นชอบในการเทรดดิ้ง “Salaryman Curriculum” เหมาะกับมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการแบ่งเวลามาลงทุน และทำความเข้าใจโครงสร้างการทำกำไรของบริษัทเพื่อสามารถนำไปใช้ในการทำงานได้จริง “Global Trading Strategies” เพื่อผู้ที่ต้องการเปิดโอกาสไปลงทุนในต่างประเทศ เช่น Forex, Options และ Expert IC สำหรับทีม Marketing ของบริษัทหลักทรัพย์ที่ต้องการต่อยอดเป็น Prop. Trade และ Fund Manager เป็นต้น







