posttoday
‘ปลูกเลย!’ จากกระแสโซเชียล สู่ไอเดียพลิกฟื้นเขาหัวโล้น

‘ปลูกเลย!’ จากกระแสโซเชียล สู่ไอเดียพลิกฟื้นเขาหัวโล้น

26 พฤษภาคม 2559

ไม่น่าเชื่อว่า ภาพถ่ายเพียงไม่กี่ภาพจะสร้างแรงสั่นสะเทือนได้มากขนาดนี้

โดย...อินทรชัย พาณิชกุล ภาพ... จากเฟซบุ๊ก ปลูกเลย

ไม่น่าเชื่อว่า ภาพถ่ายเพียงไม่กี่ภาพจะสร้างแรงสั่นสะเทือนได้มากขนาดนี้

ภาพถ่ายมุมสูงของภูเขาหัวโล้นยาวไกลสุดสายตาบรรยากาศแห้งแล้ง เวิ้งว้าง ชวนหดหู่ใจ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผืนป่าของเมืองไทยกำลังถูกคุกคามอย่างหนักเข้าขั้นวิกฤต

ภาพดังกล่าวถูกแชร์ไปอย่างกว้างขวางในโลกโซเชียลจากเพจใหญ่สู่เฟซบุ๊กคนดัง กลายเป็นกระแสตื่นตัวนำไปสู่การตั้งกลุ่ม “ปลูกเลย!” เพื่อระดมทุนปลูกป่าหวังฟื้นฟูเขาหัวโล้นให้กลับมาเขียวขจีดังเดิม โดยมีแกนนำคือศิลปินนักร้องชื่อดัง โจอี้บอย-อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต ดีเจโต้-สุหฤท สยามวาลา ผู้กำกับโฆษณาชื่อดัง ต่อ-ธนญชัย ศรศรีวิชัย จุลพร นันทพานิช สถาปนิกและอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สันติ โอภาสปกรณ์กิจ อุปนายกสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย อาจารย์ยักษ์-วิวัฒน์ ศัลยกำธร ผู้ก่อตั้งศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง เป็นต้น

พวกเขาไม่ได้ทำกันเล่นๆ หรือเห่อตามกระแส แต่ทุ่มเททั้งสติปัญญา เวลา ความสามารถ ระดมสมอง ระดมเงิน ดำเนินการอย่างจริงจังและเป็นระบบ มีการประชุมวางแผน ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ลงพื้นที่ไปสังเกตการณ์ด้วยตัวเองพูดคุยกับชาวบ้าน รวมทั้งประสานกับหน่วยงานราชการ มิใช่นั่งทอดหุ่ย เสิร์ชหาข้อมูลจากกูเกิลอยู่แต่ในห้องแอร์   

เป้าหมายแรกคือ พื้นที่เขาหัวโล้นประมาณ 500 ไร่ ใน อ.สันติสุข จ.น่าน ทว่าคำถามที่หลายคนอยากรู้คือ ควรปลูกหรือไม่ แล้วจะปลูกอะไร ปลูกอย่างไร จะเริ่มต้นยังไงกันดี

นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ นักอนุรักษ์ชื่อดัง กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า การทำลายป่าของเราที่ผ่านมาไม่ได้เพียงทำลายพื้นที่ป่าไม้ แต่เราได้ทำลายศักยภาพของป่าในการฟื้นฟูตนเองด้วย

ทั้งนี้ เราได้ล่าสัตว์น้อยใหญ่จนหมดสิ้นจากป่าที่เหลืออยู่ด้วยศัพท์เทคนิคเรียก “Defuanation” สัตว์เหล่านี้มิได้เป็นเพียงสิ่งสวยงามประดับป่า แต่มันคือชีพจรของป่า วิวัฒนาการมาร่วมกัน พึ่งพากันมาหลายล้านปี พันธุ์ไม้ในป่ามีมากมายหลายชนิด แต่ละชนิดมีวิธีกระจายเมล็ดพันธุ์ที่แตกต่างกันออกไป ต้นยางพยอม เหียง ประดู่ป่า มีผลติดปีก อาศัยลมพัดพาไปไกลๆ ได้ ขณะที่มีพันธุ์ไม้ป่าอีกหลายชนิดใช้วิธีออกผลสีสด มีเนื้อนุ่ม รสอร่อย เชื้อเชิญให้สัตว์มากิน กลืนเมล็ดเข้าไป และไปถ่ายเมล็ดในที่ห่างไกลออกไป

นพ.รังสฤษฎ์ อธิบายว่า การสูญพันธุ์ของสัตว์ที่กินผลไม้เป็นอาหารหลักไปจากพื้นที่มีผลอย่างมากต่อความสามารถในการกระจายพันธุ์ และศักยภาพในการฟื้นฟูตนเองของป่าดิบเขตร้อน แม้ว่าในบางพื้นที่ยังเหลือนกเล็กๆ และค้างคาวกินผลไม้ทำหน้าที่ดังกล่าว แต่พันธุ์ไม้หลายชนิดมีวิวัฒนาการมาจำเพาะให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น ชะนี หมี หรือนกขนาดใหญ่อย่างนกเงือกเป็นตัวกระจายพันธุ์ พันธุ์ไม้เหล่านี้ เช่น ตาเสือ มะเกิ้ม ยางโอน กำลังเลือดม้า ฯลฯ มีเมล็ดขนาดใหญ่เกินกว่าปากนกตัวเล็กๆ จะกลืนลงไปได้ มันจึงต้องพึ่งพาสัตว์ใหญ่เท่านั้น หากสัตว์ใหญ่พวกนี้สูญพันธุ์ไป เมล็ดพันธุ์ไม้เหล่านี้ก็จะร่วงหล่นที่โคนต้นอย่างหนาแน่น โดนสัตว์ฟันแทะกัดกินเมล็ดและเน่าเสียหายเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้เมล็ดพันธุ์ไม้เหล่านี้ได้รับการออกแบบมาให้โดนน้ำย่อยในลำไส้นก กระตุ้นเสียก่อนจึงจะงอกได้ดี ดังนั้นโอกาสที่เมล็ดที่หล่นโคนต้นจะงอกเป็นต้นใหม่นั้นแทบไม่มีเลย

หากป่าถูกทำลายพร้อมกับสัตว์ป่า พันธุ์ไม้เหล่านี้ก็จะไม่สามารถฟื้นกลับมาได้ มนุษย์เราต้องช่วยด้วยส่วนหนึ่ง มิเช่นนั้นความหลากหลายพันธุ์ไม้ในป่าที่ฟื้นใหม่จะมีเพียงไม้เบิกนำบางชนิดที่กระจายพันธุ์โดยลมและนก หรือค้างคาวขนาดเล็กเท่านั้น

“หากถามผมว่าเราต้องปลูกป่าหรือไม่ ผมขอตอบว่า ต้องปลูก แต่ต้องปลูกอย่างถูกวิธี อิงข้อมูลทางวิชาการและเวลาในการฟื้นฟูป่าที่ดีที่สุดคือ เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ส่วนเวลาที่ดีรองลงมาคือวันนี้ อย่างไรก็ตามที่กล่าวมานี้เป็นเพียงข้อมูลในเชิงวิทยาศาสตร์ แน่นอนการฟื้นฟูป่าให้สำเร็จต้องคำนึงถึงปัจจัยองค์ความรู้ด้านอื่นๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะด้านสังคมเศรษฐกิจ หากขาดมิติด้านนี้ไปที่พูดมาทั้งหมดก็สูญเปล่า ในบริบทที่เป็นจริงของประเทศไทย งานนี้จึงต้องเป็นงานที่เกิดจากความร่วมมืออย่างจริงจังจากทุกๆ ฝ่ายในสังคมและงานที่เร่งด่วนสุดๆ ยิ่งกว่าการฟื้นฟูป่าหัวโล้นคือการรักษาป่าไม้ที่มีอยู่ให้ได้ มิให้ถูกทำลายเพิ่ม แม้เพียงกระเบียดนิ้วและที่สำคัญต้องไม่ใช่การรักษาพื้นที่สีเขียว หรือวิวสวยๆ เพียงเท่านั้น แต่ต้องรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของสังคมป่าไว้ให้ได้ ป่าไม้ไทยจึงจะอยู่รอดอย่างยั่งยืน”

สุหฤท สยามวาลา หนึ่งในสมาชิกกลุ่มปลูกเลย ทิ้งท้ายว่า ใครมีไอเดียหรือวิธีดีๆ ก็เสนอกันเข้ามาได้ อยากทดลองอะไรใหม่ๆ ก็ทำไป การลงมือทำดีกว่ามานั่งเถียงกันในเฟซบุ๊กว่าใครถูกใครผิด ที่สำคัญต้องเลิกหวังว่าความเปลี่ยนแปลงจะมาจากผู้มีอำนาจ ทุกคนต้องออกไปทำกันเอง โดยร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่และข้าราชการดีๆ ที่พร้อมจะให้การสนับสนุน

“หาแนวร่วมดีกว่าหาแนวรบ ถ้าเรามีจุดมุ่งหมายที่ดีช่วยกันลุยนะครับ ภาพที่เห็นนี่มันเล็กน้อยมากถ้าเทียบทั้งประเทศ มันถึงจุดของมันแล้วครับ”

นี่คือก้าวย่างเล็กๆ ของคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังออกเดินทางไปทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แม้จะมีอุปสรรคปัญหารออยู่มากมาย ทว่าสิ่งสำคัญคือความร่วมมือจากทุกภาคส่วน งานนี้เปิดโอกาสให้ทุกคนช่วยกัน เพื่อพลิกฟื้นเขาหัวโล้นให้กลับมาเป็นผืนป่าเขียวขจีดังเดิม

หมายเหตุ - ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวภารกิจนี้ได้ที่เฟซบุ๊ก ปลูกเลย https://www.facebook.com/plookloei/?fref=ts

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท