
มีบ้านเล็กบ้านน้อยกันดีกว่า
ผมชวนทุกคนมามีบ้านเล็กบ้านน้อยไม่ได้หมายความว่าให้ไปมีกิ๊กเล็กๆ แอบเก็บกันนะครับ แต่ผมหมายถึงในยุคสมัยนี้เราควรมีบ้านหลังเล็กมากกว่าหลังใหญ่ แม้ว่าบ้านจะบ่งบอกถึงรสนิยมและฐานะ แต่ขนาดของบ้านและการออกแบบไม่ได้บอกถึงฐานะเจ้าของบ้านเพียงอย่างเดียว ยังบอกถึงจิตสำนึกในการอนุรักษ์พลังงานอีกด้วย
ผมชวนทุกคนมามีบ้านเล็กบ้านน้อยไม่ได้หมายความว่าให้ไปมีกิ๊กเล็กๆ แอบเก็บกันนะครับ แต่ผมหมายถึงในยุคสมัยนี้เราควรมีบ้านหลังเล็กมากกว่าหลังใหญ่ แม้ว่าบ้านจะบ่งบอกถึงรสนิยมและฐานะ แต่ขนาดของบ้านและการออกแบบไม่ได้บอกถึงฐานะเจ้าของบ้านเพียงอย่างเดียว ยังบอกถึงจิตสำนึกในการอนุรักษ์พลังงานอีกด้วย
บ้านหลังใหญ่ต้องใช้พลังงานมาก เพราะคุณก็ต้องติดหลอดไฟจำนวนมากเพื่อให้ความสว่างทั่วถึงทั้งบ้าน ค่าก่อสร้างและค่าพลังงานในการสร้างบ้านย่อมมีมากกว่า บ้านคนรวยมักจะต้องสร้างให้ใหญ่แต่ ตัวเองดูแลให้ทั่วถึงไม่ได้ ต้องจ้างคนใช้ คนสวนมาดูแล
มองอีกมุมหนึ่งคนงานเหล่านี้ก็โชคดีที่ได้อยู่ในบ้านหลังใหญ่โต แม้ในเวลาเจ้านายอยู่จะถูกใช้สารพัด แต่เวลาเจ้านายไม่อยู่บ้านก็คือสวรรค์ของพวกเขานั่นละครับ แม้ห้องนอนจะเป็นห้องเล็กๆ ก็เถอะ แต่พอนึกภาพเวลาที่เจ้านายไม่อยู่แล้วได้ดูพลาสมา 50 นิ้วผ่านดาวเทียม ท่ามกลางแอร์ 18000 บีทียู ได้อาบน้ำอุ่น มีสวนหย่อมไว้พักผ่อนหย่อนใจ
บ้านหลังละ 50 ล้านบาท ใน 1 วันเจ้าของได้อยู่ประมาณ 15 ชั่วโมง อาศัยหลับนอน ตื่นเช้ามารับประทานอาหารแล้วออกไปทำงาน กลับบ้านตอนเย็นรับประทานอาหาร ทำกิจกรรมนิดๆ หน่อยๆ แล้วเข้านอน ส่วนคนใช้ไม่ต้องจ่ายสักบาทแต่ได้อยู่บ้านหลังละ 50 ล้านบาทเกือบตลอดทั้งวัน มีเรื่องให้ได้ใช้น้ำใช้ไฟทั้งวัน โดยไม่ต้องเสียเงิน ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟด้วยซ้ำ แล้วอย่างนี้เราจะมีบ้านหลังใหญ่แต่ดูแลด้วยตัวเองไม่ได้ไปทำไม สู้เอาเงินที่เหลือไปลงทุนกับที่รอบๆ ปลูกต้นไม้ที่ดูแลรักษาง่ายแค่ตั้งเวลาเปิดสปริงเคลอร์กันดีกว่าไหม ได้ทั้งความร่มรื่นและช่วยเพื่มพื้นที่สีเขียวให้กับโลกใบนี้ด้วย







