
อยู่แบบไหน? เมื่อโลกป่วย
ใครกันจะปฏิเสธได้เต็มปากเต็มคำว่า นอกจากโลกเราจะร้อนแล้วยังเต็มไปด้วยข่าวร้ายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ภาวะโลกร้อน ภัยธรรมชาติ น้ำแล้ง
โดย...ปูปรุง ภาพ เอเอฟพี
ใครกันจะปฏิเสธได้เต็มปากเต็มคำว่า นอกจากโลกเราจะร้อนแล้วยังเต็มไปด้วยข่าวร้ายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ภาวะโลกร้อน ภัยธรรมชาติ น้ำแล้ง ปัญหาเศรษฐกิจ ความขัดแย้ง สงคราม ฯลฯ เรื่องบางเรื่องซึ่งไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเกิดขึ้นเราก็ได้เห็น โลกใบนี้กำลังเต็มไปด้วยข่าวร้ายมากกว่าข่าวดีจริงหรือ? คำตอบของคำถามนี้อาจไม่สำคัญ เท่ากับการตั้งคำถามใหม่เพิ่มกับตัวเองว่า แล้วเราจะอยู่อย่างไรล่ะ...บนโลกที่เหมือนกำลังป่วยอยู่ใบนี้จริงๆ
นับเป็นเรื่องโชคดีของตัวเองที่มีโอกาสเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในทีมทำงานของโครงการที่มีประโยชน์ต่อสังคมโครงการหนึ่ง โดยมีเป้าหมายโครงการคือสร้างระบบเพื่อให้ที่ทำงานกลายเป็นที่ที่ให้ทุกคนได้มีโอกาสพัฒนาจิตไปด้วย เพราะเชื่อมั่นว่า ทุกเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงหรือการพัฒนาใดๆ ก็ตามนั้น ควรเริ่มต้นที่ "ใจ" คนก่อนเป็นสำคัญ แล้วฉันก็ได้พบความรู้ใหม่ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับหัวข้อบทความนี้ค่ะ นั่นก็คือ เรื่องของ "การคิดบวก" นั่นเอง
การคิดบวก เป็นคำเก่าที่เรามักได้ยินอยู่บ่อยๆ ได้ยินมากและรับรู้กันทั่วว่าดี มีประโยชน์ แต่จริงๆ แล้วถ้าเราเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมอีกนิด ก็จะพบว่าวิธีการสร้างความคิดบวกนั้นมีอยู่มากกว่า 1 วิธีค่ะ แต่มี 2 วิธีที่น่าสนใจและอยากแบ่งปันตรงนี้ นั่นคือวิธีแรก คือการสร้างความคิดบวกในเชิงจิตวิทยา ซึ่งเป็นการพยายามที่จะเปลี่ยนความคิดของตัวเองด้วยการหาความคิดบวกมาใส่แทนที่ความคิดลบที่กำลังเกิดขึ้น แต่ก็พบจุดอ่อนว่าเมื่ออยู่ในสถานการณ์จริงกลับทำได้ไม่ง่ายเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่จิตใจว้าวุ่นขุ่นมัวซึ่งมักมองอะไรก็จะเห็นแต่ด้านลบของทุกสิ่งไปหมด
ในขณะที่การสร้างความคิดบวกอีกวิธีหนึ่งนั้น มีหลักการสำคัญคือ คิดตามความเป็นจริง แม้จะมีความคิดลบเกิดขึ้นก็มองว่าความคิดลบนั้นเป็นเพียงแค่ความคิด แล้วติดป้ายความคิดนั้น (Labeling) โดยไม่เข้าไปยึดติดแต่จะเฝ้าดูจนเห็นการเกิด-ดับของความคิดนั้นและปล่อยวาง ซึ่งเชื่อมโยงไปสู่ความคิดบวกได้นั่นเอง Keyword สำคัญ ของการสร้างความคิดบวกแบบหลังนั้นอยู่ที่การเปลี่ยนตัวเองให้เป็นผู้เห็นความคิดแทนการเป็นอย่างที่คิด และผู้ที่สามารถทำได้ดี ย่อมต้องผ่านการฝึกสติหรือเรียนรู้การพัฒนาใจจนเกิดปัญญาจริงๆ ปัจจุบันความรู้ทางจิตวิญญาณแบบพุทธนี้ได้ถูกขยายออกไปอย่างกว้างขวางไร้ข้อจำกัดทางศาสนา และมีความเป็นสากลมากขึ้น เหมือนข่าวที่ว่า มีหลายองค์กรหรือบริษัทใหญ่ระดับโลก เช่น Google Aetna Mayo Clinic the United States Marine Corps เป็นต้น ก็ได้นำการฝึกสตินี้มาพัฒนาการทำงานในองค์กรของตนแล้ว
ที่เล่าเรื่องความคิดบวกเชื่อมโยงมาถึงการพัฒนาใจ ก็เพื่ออยากจะขยายความต่อจากคำถามแรกที่เกริ่นเอาไว้นั่นเองค่ะ เพราะจริงๆ แล้วไม่ว่าจะโลกใบนี้จะร้ายหรือดีอย่างไร โลกอีกใบหนึ่งซึ่งคือโลกภายในใจเราเองนั้นก็ควรเป็นโลกที่เรายังสามารถควบคุมมันได้อยู่ด้วยตัวของเราเอง เพียงแต่ว่าทุกคนคงต้องหาวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองเท่านั้น และจากประสบการณ์ตรงฉันก็เชื่อมั่นว่า การเริ่มต้นที่ใจและความคิดของตัวคุณเองนั้น เป็นวิธีหนึ่งที่ทรงพลังและจะช่วยให้คุณสามารถเดินผ่านโลกทุกรูปแบบอย่างเข้มแข็งได้จริงค่ะ เพราะความคิด ถือเป็นต้นทางของการกระทำทั้งหมด ซึ่งนั่นหมายถึงวิธีการที่เราทุกคนจะเลือกใช้ชีวิตของตัวเอง แก้ปัญหาต่างๆ ที่เข้ามา ตลอดจนการมีปฏิสัมพันธ์ทั้งกับคนอื่นและต่อโลก
ในทุกวันของทุกคนล้วนเป็นการคลุกเคล้าทั้งเรื่องดีและเรื่องร้ายตลอดเวลา ไม่มีใครสุขได้นานพอๆ กับที่ไม่มีใครอีกเช่นกันที่ต้องจมจ่อมอยู่กับความทุกข์นั้นไม่รู้จบ การแบ่งแยกทุกข์-สุขในชีวิตออกจากกันโดยเด็ดขาดนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้จริงหรอก มีผู้เปรียบเทียบไว้อย่างน่าคิดว่า โลก จักรวาล ก็เหมือนกับสายน้ำ มันจะไหลไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจว่าคนที่นั่งอยู่ริมน้ำนั้นจะมีความสุขหรือเซ็งเศร้าแค่ไหน มันไม่เคยสนใจว่าคนที่อยู่ตรงนั้นจะดีหรือเลว มันก็แค่ไหลไปเรื่อยๆ ตามวิถีของสายน้ำ
คนบางคนอาจนั่งอยู่ที่ริมสายน้ำนี้แล้วร้องไห้คร่ำครวญ แต่บางคนอาจนั่งอยู่ที่สายน้ำนี้ด้วยความสุขใจ และไม่ว่าเราจะใช้ประโยชน์หรือได้รับความรื่นรมย์ใจจากมัน หรือเราจะใช้มันเพื่อเป็นที่จบชีวิตที่แสนเศร้า สายน้ำก็ไม่เคยสนใจ มันก็แค่ไหลของมันไปเรื่อยๆ เท่านั้น
มีถ้อยคำจากรากผักในปรัชญาจีนเคยเขียนเอาไว้ว่า "คนที่เข้าถึงโลกอย่างเบาๆ ก็จะเปรอะเปื้อนโลกเพียงเบาๆ ส่วนคนที่เข้าไปพัวพันกับเรื่องโลกๆ อย่างลึกซึ้ง ก็จะทำให้เปรอะเปื้อนจนถอนตัวไม่ออก"
โลกกลมๆ ใบนี้ มีหลายมุมให้มองและเราเลือกได้ไม่ใช่หรือ...ว่าจะมองหรืออยู่กับมันแบบไหน
เกี่ยวกับผู้เขียน
ปริยกร วิศาลโภคะ
นิเทศศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มีงานเขียนแนวมองโลกสวยงามตามความเป็นจริง และแนวพัฒนาตนเอง + ธรรมประยุกต์
เปิดแฟนเพจชื่อ ปูปรุง และเขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
Email address : [email protected]
www. facebook.com /pages/ ปูปรุง







