posttoday
นิยามครอบครัว ฉบับ LGBT

นิยามครอบครัว ฉบับ LGBT

19 พฤษภาคม 2559

บรรทัดฐานครอบครัวถูกแรงกระเพื่อมอย่างหนัก เมื่อสหรัฐอเมริกาออกกฎหมายยอมรับการแต่งงานของคนเพศเดียวกันทั้ง 50 รัฐเมื่อปีที่ผ่านมา

โดย...กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย ภาพ... ฟาเธอร์ส, เดย์ ฟรีแมน

บรรทัดฐานครอบครัวถูกแรงกระเพื่อมอย่างหนัก เมื่อสหรัฐอเมริกาออกกฎหมายยอมรับการแต่งงานของคนเพศเดียวกันทั้ง 50 รัฐเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านั้นกลุ่มแอลจีบีที (LGBT) ไทยแลนด์ ได้พยายามผลักดันร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต เพราะเห็นว่าการจดทะเบียนสมรสขึ้นอยู่กับความสมัครใจของคนสองคน และเป็นสิ่งที่พลเมืองทุกคนควรได้รับอย่างเท่าเทียม ทั้งยังออกแคมเปญหารายชื่อผู้สนับสนุนผ่านเว็บไซต์ change.org ซึ่งมีคนลงชื่อกว่า 2.8 หมื่นคน

หลักการ 6 ข้อของร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต กล่าวถึงสิทธิในการรักษาพยาบาล สิทธิในการลงชื่อยินยอมให้แพทย์ทำการรักษาพยาบาลแก่ชีวิต สิทธิในการรับมรดกที่ร่วมสร้างกันมา สิทธิในการลดหย่อนภาษีเงินได้ และสิทธิการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม ซึ่งหลักการสุดท้ายถูกนำมาพูดถึงอีกครั้งในรูปแบบของภาพยนตร์เรื่อง ฟาเธอร์ส (Fathers) จากการเขียนบทและกำกับของบูม-พลัฏฐ์พล มิ่งพรพิชิต

เขาโปรยหัวว่า คำว่า “รัก” เริ่มต้นจากคนสองคน แต่คำว่า “ครอบครัว” ไม่ใช่เรื่องของคนสองคนอีกต่อไป ประโยคสรุปที่เป็นคำถามกลายๆ ให้สังคมไทยได้ตอบตัวเอง “หนังต้องการถ่ายทอดมุมมองความรักของผู้ชายสองคนที่อยากจะสร้างครอบครัวและมีลูกด้วยกัน ชายหญิงต้องการสร้างครอบครัวด้วยเหตุผลอะไร ชาย-ชาย หรือหญิง-หญิง ก็มีเหตุผลเดียวกัน” บูมกล่าว

ก่อนทำภาพยนตร์เรื่องนี้ เขาได้ค้นคว้าข้อมูลอย่างหนักโดยเฉพาะความคิดและความรู้สึกของเด็ก 5 ขวบ ที่มารับบทเป็นลูกชาย ซึ่งทำให้เขาทราบว่า เด็ก 5 ขวบจะรับรู้เพียงนามธรรม เช่น สวย น่ารัก ความรัก แต่อธิบายไม่ได้ว่าทำไมถึงรัก และเหตุที่เจาะจงเด็กวัยนี้เพราะเป็นช่วงชีวิตที่เด็กจะออกไปเจอสังคมใหม่ ออกไปอยู่ในกฎระเบียบนอกบ้านครั้งแรกในชีวิต

ฟาเธอร์สนำเสนอหนังเกย์มุมมองใหม่ ท้าทายกระแสสังคม พูดถึงการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม และ พ.ร.บ.คู่ชีวิต ที่เป็นประเด็นอ่อนไหว “คนในสังคมยังไม่เข้าใจในเรื่องนี้อย่างเปิดกว้างนัก ทั้งคนในครอบครัวและความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ในสังคมยังมองว่าความรักของเพศเดียวกันยังเป็นเรื่องที่ไม่ปกติอยู่” เขาแสดงทัศนะ

“ผมคิดว่าความรักของชาย-ชาย หรือหญิง-หญิง ไม่ต่างจากความรักระหว่างชายหญิงทั่วไป” บูมคบกับแฟนมานาน 10 ปี “โชคดีที่ครอบครัวของเราทั้งสองฝ่ายเข้าใจ มีเพื่อนคอยสนับสนุน และมีหน้าที่การงานที่ไม่ต้องปิดบัง ทำให้เรามีความสุขกับการใช้ชีวิต”

ย้อนกลับมามองในชีวิตจริงทำให้นึกถึง เดย์ ฟรีแมน หรือ เจ๊เดย์ ที่รับเลี้ยงลูกชายของน้องสาวมาเป็นลูกนานกว่า 10 ปี ซึ่งเธอต้องเลิกกับแฟนที่คบกันมา 8 ปี และอำลาวงการนางโชว์ที่ทำมากว่า 30 ปี เพื่อทุ่มเทให้กับ “น้องอ่ำ” ลูกชายสุดที่รัก

“บางคนบอกว่าน้องอ่ำโชคดีที่มาเจอแม่เดย์ แต่เดย์ต่างหากที่โชคดีเจอเขา เพราะถ้าไม่มีลูก เดย์อาจจะเหลวแหลกหรือยอมแพ้กับมรสุมชีวิตต่างๆ ไปแล้ว ลูกทำให้เดย์ตั้งสติได้และทำให้เข้มแข็งเดินหน้าต่อไปจนถึงวันนี้”

ก่อนหน้านี้เจ๊เดย์และแฟนหนุ่มเลี้ยงน้องอ่ำมาถึงชั้นอนุบาล 2 แต่สุดท้ายก็แยกทางกัน เพราะปัจจัยทางสังคมและกฎหมายที่ยังไม่ยอมรับ ซึ่งความจริงเหล่านี้เธอไม่เคยปิดบังลูก “ความรู้สึกแปลกแยกนั้นคือความรู้สึกข้างนอกที่คนอื่นนำมาใส่หัวเขา ดังนั้นเดย์จะมีการอธิบายให้ลูกฟังว่า แม่เป็นแบบนี้ รักหนูแบบนี้ แม่ไม่ได้เป็นคนคลอดหนู แต่มีแม่อังน้องสาวแม่ที่คลอดหนูมา แทนที่จะให้คนอื่นมาพูดว่ามีแม่เป็นกะเทย แต่หนูโชคดีกว่าคนอื่นที่มีแม่สองคน มีแม่ที่เลี้ยงดูหนูให้โตมาเป็นคนที่สมบูรณ์ เขาจึงไม่มีคำถาม เพราะเดย์อธิบายและพูดความจริง” เจ๊เดย์ทิ้งท้าย

ด้าน นพ.จตุภัทร คุณสงค์ จิตแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลเชิงการแพทย์ว่า ครอบครัวที่มีพ่อแม่เป็นชายทั้งคู่หรือหญิงทั้งคู่สามารถเลี้ยงลูกได้เหมือนพ่อแม่ปกติ แต่เพราะในสังคมไทยยังไม่เปิดกว้างและเปิดเผยเท่าต่างชาติ ทำให้เด็กอาจถูกเพื่อนล้อซึ่งเป็นปัญหานอกบ้านมากกว่า ส่วนภายในบ้านผู้ปกครองต้องทำความเข้าใจและพยายามบอกความจริงแก่ลูกเพื่อสร้างทัศนคติที่ถูกต้องเมื่ออยู่ในสังคมของตัวเอง

“ปัญหาใหญ่คือพ่อแม่ไม่รู้ว่าจะบอกลูกยังไง แต่ประเด็นที่สำคัญกว่าคือ ตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณได้เลี้ยงลูกอย่างดีจนเขาไม่สงสัยในความรักของคุณแล้วหรือเปล่า เพราะธรรมชาติของเด็กจะค่อยๆ ซึมซับ เด็กจะรู้ว่าสองคนนี้เป็นคนเลี้ยงดู เป็นคนให้ความรัก ซึ่งเด็กจะไม่สนว่าจะเป็นเพศอะไร ตามหลักจิตวิทยาหมอจะแนะนำให้ผู้ปกครองค่อยๆ บอกลูกตั้งแต่เล็ก ทั้งในเรื่องที่เขาเป็นลูกบุญธรรม และเรื่องเพศสภาพของพ่อแม่”

นพ.จตุภัทร ยังแนะนำว่า เด็กจะเรียนรู้จากตัวอย่าง เช่น ถ้าอยากให้เด็กเข้าใจเรื่องลูกบุญธรรมควรพาเขาไปดูสถานที่รับเลี้ยงเด็กแล้วอธิบายว่าลูกบุญธรรมคืออะไร หรือถ้าจะอธิบายเรื่องคู่รักเพศเดียวกัน ต้องให้เขาเห็นความรักของคุณทั้งสองเพื่ออธิบายว่านั่นไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนสองคนจะรักกัน เมื่อเด็กโตขึ้นมาเขาจะเรียนรู้ได้เองโดยที่พ่อแม่ไม่ต้องอธิบาย

งานวิจัยต่างประเทศชี้ว่า เด็กที่โตมาในครอบครัวที่มีพ่อแม่เพศเดียวกันจะมีพัฒนาการ ความเครียด และความเจ็บป่วยทางจิตเวช ไม่แตกต่างจากเด็กที่เติบโตมาในครอบครัวปกติ ส่วนเด็กจะโตมาเป็นคนรักเพศเดียวกันหรือไม่ ผลวิจัยระบุว่า ไม่แตกต่างจากเด็กอื่นๆ แต่ที่น่าสนใจคือ คู่รักเพศเดียวกันมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาสุขภาพจิตมากกว่าคู่รักแบบชายหญิง ดังนั้นในต่างประเทศจึงต้องให้คู่รักเพศเดียวกันเข้ารับการปรึกษากับจิตแพทย์ก่อนที่จะรับบุตรบุญธรรมไป เพื่อประเมินว่าทั้งสองมีสุขภาพจิตที่ดี และมีความรู้ความเข้าใจในการรับเลี้ยงเด็ก

อย่างไรก็ตาม ค่านิยมในไทยและต่างชาติช่างแตกต่างกัน โดยเฉพาะบรรทัดฐานทางสังคมของไทยที่ยังไม่เปิดรับและยังไม่มีกฎหมายรองรับกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน แต่ในขณะเดียวกันก็มีแรงกระทุ้งต่างๆ ทั้งภาพยนตร์ กลุ่มสนับสนุน รวมถึงกระแสโลกาภิวัตน์ ที่ร่วมมือกันทลายกำแพงความรักของหญิงชายและจุดประกายแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ &O5532;

บรรทัดฐานครอบครัวถูกแรงกระเพื่อมอย่างหนัก เมื่อสหรัฐอเมริกาออกกฎหมายยอมรับการแต่งงานของคนเพศเดียวกันทั้ง 50 รัฐเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านั้นกลุ่มแอลจีบีที (LGBT)
ไทยแลนด์ ได้พยายามผลักดันร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต เพราะเห็นว่าการจดทะเบียนสมรสขึ้นอยู่กับความสมัครใจของคนสองคน และเป็นสิ่งที่พลเมืองทุกคนควรได้รับอย่างเท่าเทียม ทั้งยังออกแคมเปญหารายชื่อผู้สนับสนุนผ่านเว็บไซต์ change.org ซึ่งมีคนลงชื่อกว่า 2.8 หมื่นคน

หลักการ 6 ข้อของร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต กล่าวถึงสิทธิในการรักษาพยาบาล สิทธิในการลงชื่อยินยอมให้แพทย์ทำการรักษาพยาบาลแก่ชีวิต สิทธิในการรับมรดกที่ร่วมสร้างกันมา สิทธิในการลดหย่อนภาษีเงินได้ และสิทธิการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม ซึ่งหลักการสุดท้ายถูกนำมาพูดถึงอีกครั้งในรูปแบบของภาพยนตร์เรื่อง ฟาเธอร์ส (Fathers) จากการเขียนบทและกำกับของบูม-พลัฏฐ์พล มิ่งพรพิชิต

เขาโปรยหัวว่า คำว่า “รัก” เริ่มต้นจากคนสองคน แต่คำว่า “ครอบครัว” ไม่ใช่เรื่องของคนสองคนอีกต่อไป ประโยคสรุปที่เป็นคำถามกลายๆ ให้สังคมไทยได้ตอบตัวเอง “หนังต้องการถ่ายทอดมุมมองความรักของผู้ชายสองคนที่อยากจะสร้างครอบครัวและมีลูกด้วยกัน ชายหญิงต้องการสร้างครอบครัวด้วยเหตุผลอะไร ชาย-ชาย หรือหญิง-หญิง ก็มีเหตุผลเดียวกัน” บูมกล่าว

ก่อนทำภาพยนตร์เรื่องนี้ เขาได้ค้นคว้าข้อมูลอย่างหนักโดยเฉพาะความคิดและความรู้สึกของเด็ก 5 ขวบ ที่มารับบทเป็นลูกชาย ซึ่งทำให้เขาทราบว่า เด็ก 5 ขวบจะรับรู้เพียงนามธรรม เช่น สวย น่ารัก ความรัก แต่อธิบายไม่ได้ว่าทำไมถึงรัก และเหตุที่เจาะจงเด็กวัยนี้เพราะเป็นช่วงชีวิตที่เด็กจะออกไปเจอสังคมใหม่ ออกไปอยู่ในกฎระเบียบนอกบ้านครั้งแรกในชีวิต

ฟาเธอร์สนำเสนอหนังเกย์มุมมองใหม่ ท้าทายกระแสสังคม พูดถึงการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม และ พ.ร.บ.คู่ชีวิต ที่เป็นประเด็นอ่อนไหว “คนในสังคมยังไม่เข้าใจในเรื่องนี้อย่างเปิดกว้างนัก ทั้งคนในครอบครัวและความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ในสังคมยังมองว่าความรักของเพศเดียวกันยังเป็นเรื่องที่ไม่ปกติอยู่” เขาแสดงทัศนะ

“ผมคิดว่าความรักของชาย-ชาย หรือหญิง-หญิง ไม่ต่างจากความรักระหว่างชายหญิงทั่วไป” บูมคบกับแฟนมานาน 10 ปี “โชคดีที่ครอบครัวของเราทั้งสองฝ่ายเข้าใจ มีเพื่อนคอยสนับสนุน และมีหน้าที่การงานที่ไม่ต้องปิดบัง ทำให้เรามีความสุขกับการใช้ชีวิต”

ย้อนกลับมามองในชีวิตจริงทำให้นึกถึง เดย์ ฟรีแมน หรือ เจ๊เดย์ ที่รับเลี้ยงลูกชายของน้องสาวมาเป็นลูกนานกว่า 10 ปี ซึ่งเธอต้องเลิกกับแฟนที่คบกันมา 8 ปี และอำลาวงการนางโชว์ที่ทำมากว่า 30 ปี เพื่อทุ่มเทให้กับ “น้องอ่ำ” ลูกชายสุดที่รัก

“บางคนบอกว่าน้องอ่ำโชคดีที่มาเจอแม่เดย์ แต่เดย์ต่างหากที่โชคดีเจอเขา เพราะถ้าไม่มีลูก เดย์อาจจะเหลวแหลกหรือยอมแพ้กับมรสุมชีวิตต่างๆ ไปแล้ว ลูกทำให้เดย์ตั้งสติได้และทำให้เข้มแข็งเดินหน้าต่อไปจนถึงวันนี้”

ก่อนหน้านี้เจ๊เดย์และแฟนหนุ่มเลี้ยงน้องอ่ำมาถึงชั้นอนุบาล 2 แต่สุดท้ายก็แยกทางกัน เพราะปัจจัยทางสังคมและกฎหมายที่ยังไม่ยอมรับ ซึ่งความจริงเหล่านี้เธอไม่เคยปิดบังลูก “ความรู้สึกแปลกแยกนั้นคือความรู้สึกข้างนอกที่คนอื่นนำมาใส่หัวเขา ดังนั้นเดย์จะมีการอธิบายให้ลูกฟังว่า แม่เป็นแบบนี้ รักหนูแบบนี้ แม่ไม่ได้เป็นคนคลอดหนู แต่มีแม่อังน้องสาวแม่ที่คลอดหนูมา แทนที่จะให้คนอื่นมาพูดว่ามีแม่เป็นกะเทย แต่หนูโชคดีกว่าคนอื่นที่มีแม่สองคน มีแม่ที่เลี้ยงดูหนูให้โตมาเป็นคนที่สมบูรณ์ เขาจึงไม่มีคำถาม เพราะเดย์อธิบายและพูดความจริง” เจ๊เดย์ทิ้งท้าย

ด้าน นพ.จตุภัทร คุณสงค์ จิตแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลเชิงการแพทย์ว่า ครอบครัวที่มีพ่อแม่เป็นชายทั้งคู่หรือหญิงทั้งคู่สามารถเลี้ยงลูกได้เหมือนพ่อแม่ปกติ แต่เพราะในสังคมไทยยังไม่เปิดกว้างและเปิดเผยเท่าต่างชาติ ทำให้เด็กอาจถูกเพื่อนล้อซึ่งเป็นปัญหานอกบ้านมากกว่า ส่วนภายในบ้านผู้ปกครองต้องทำความเข้าใจและพยายามบอกความจริงแก่ลูกเพื่อสร้างทัศนคติที่ถูกต้องเมื่ออยู่ในสังคมของตัวเอง

“ปัญหาใหญ่คือพ่อแม่ไม่รู้ว่าจะบอกลูกยังไง แต่ประเด็นที่สำคัญกว่าคือ ตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณได้เลี้ยงลูกอย่างดีจนเขาไม่สงสัยในความรักของคุณแล้วหรือเปล่า เพราะธรรมชาติของเด็กจะค่อยๆ ซึมซับ เด็กจะรู้ว่าสองคนนี้เป็นคนเลี้ยงดู เป็นคนให้ความรัก ซึ่งเด็กจะไม่สนว่าจะเป็นเพศอะไร ตามหลักจิตวิทยาหมอจะแนะนำให้ผู้ปกครองค่อยๆ บอกลูกตั้งแต่เล็ก ทั้งในเรื่องที่เขาเป็นลูกบุญธรรม และเรื่องเพศสภาพของพ่อแม่”

นพ.จตุภัทร ยังแนะนำว่า เด็กจะเรียนรู้จากตัวอย่าง เช่น ถ้าอยากให้เด็กเข้าใจเรื่องลูกบุญธรรมควรพาเขาไปดูสถานที่รับเลี้ยงเด็กแล้วอธิบายว่าลูกบุญธรรมคืออะไร หรือถ้าจะอธิบายเรื่องคู่รักเพศเดียวกัน ต้องให้เขาเห็นความรักของคุณทั้งสองเพื่ออธิบายว่านั่นไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนสองคนจะรักกัน เมื่อเด็กโตขึ้นมาเขาจะเรียนรู้ได้เองโดยที่พ่อแม่ไม่ต้องอธิบาย

งานวิจัยต่างประเทศชี้ว่า เด็กที่โตมาในครอบครัวที่มีพ่อแม่เพศเดียวกันจะมีพัฒนาการ ความเครียด และความเจ็บป่วยทางจิตเวช ไม่แตกต่างจากเด็กที่เติบโตมาในครอบครัวปกติ ส่วนเด็กจะโตมาเป็นคนรักเพศเดียวกันหรือไม่ ผลวิจัยระบุว่า ไม่แตกต่างจากเด็กอื่นๆ แต่ที่น่าสนใจคือ คู่รักเพศเดียวกันมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาสุขภาพจิตมากกว่าคู่รักแบบชายหญิง ดังนั้นในต่างประเทศจึงต้องให้คู่รักเพศเดียวกันเข้ารับการปรึกษากับจิตแพทย์ก่อนที่จะรับบุตรบุญธรรมไป เพื่อประเมินว่าทั้งสองมีสุขภาพจิตที่ดี และมีความรู้ความเข้าใจในการรับเลี้ยงเด็ก

อย่างไรก็ตาม ค่านิยมในไทยและต่างชาติช่างแตกต่างกัน โดยเฉพาะบรรทัดฐานทางสังคมของไทยที่ยังไม่เปิดรับและยังไม่มีกฎหมายรองรับกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน แต่ในขณะเดียวกันก็มีแรงกระทุ้งต่างๆ ทั้งภาพยนตร์ กลุ่มสนับสนุน รวมถึงกระแสโลกาภิวัตน์ ที่ร่วมมือกันทลายกำแพงความรักของหญิงชายและจุดประกายแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล