
คาโรลีน ลิงค์ เมื่อความรักบรรจบกับการงาน
คนไทยรู้จักกลุ่มบริษัท บี.กริม เพราะก่อตั้งในไทยมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ... วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
คนไทยรู้จักกลุ่มบริษัท บี.กริม เพราะก่อตั้งในไทยมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ถือเป็นบริษัทต่างชาติที่มีอายุการดำเนินงานยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งของไทย กว่า 138 ปี จากกิจการเริ่มต้น “สยามดิสเปนซารี” ด้านเภสัชกรรม ก็แตกสายไปในงานรับเหมา พลังงาน สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ คมนาคม และธุรกิจเครื่องปรับอากาศ รวมทั้งอสังหาริมทรัพย์ ผู้บริหารรุ่นปัจจุบันนับเป็นรุ่นที่ 4 ของตระกูลลิงค์ “คาโรลีน ลิงค์” วัย 34 ปี ผู้บริหารที่สวยที่สุดและกำลังจะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในปลายปีนี้ด้วย
คาโรลีนเป็นประธาน บี.กริม เรียลเอสเตท ในกลุ่มบริษัท บี.กริม ทำธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงาน ได้แก่ อาคารอัลม่า ลิงค์ อาคาร ดร.เกฮาร์ด ลิงค์ และโครงการพัฒนาที่ดิน 1,500 พันไร่ที่พัทยา หน้าตาเป็นเยอรมันก็จริง แต่หัวใจไทยและพูดไทยชัดแจ๋ว เธอจบปริญญาตรีบริหารธุรกิจระหว่างประเทศจากยูโรเปียน บิสิเนส สกูล (สเปน) และได้รับประกาศนียบัตรหลักสูตรกฎหมายธุรกิจ จากแมนฮัตตัน นิวยอร์ก สหรัฐ รวมทั้งประกาศนียบัตรการเงินและเศรษฐกิจ จากสถาบันยูโรเปียน บิสิเนส สกูล (ฝรั่งเศส) ด้วย
“มีความสุขกับธุรกิจครอบครัว การงานและชีวิตที่ไปด้วยกัน คาโรลีนเล่นกีฬา ชอบอยู่กับเพื่อน ชอบไปเที่ยว ชอบรู้จักที่ใหม่ๆ ชอบกิน ทั้งอาหารไทยและอาหารทุกชนิด” คาโรลีน เล่า
ครอบครัวลิงค์เป็นครอบครัวใหญ่ สาวสวยบอกว่า เธอชอบให้วันหยุดยุ่งๆ และเต็มไปด้วยญาติมิตรที่มาสังสรรค์กัน กินดื่มกันสนุกสนานมีความสุข คาโรลีนเกิดที่เมืองไทย เธอเล่าว่าเธอเกิดที่เนิร์สซิ่งโฮมเก่าแก่ในกรุงเทพฯ ที่ที่ๆ มองไปยังเห็นต้นไม้ต้นใหญ่แตกกิ่งก้านสาขา และได้ยินเสียงนกร้องในตอนเช้า สมัยเด็กอาศัยอยู่ที่บ้านซอยโปโล บ้านเก่าแก่ของครอบครัวเป็นบ้านไม้สไตล์ไทยโบราณ รอบบริเวณเต็มไปด้วยต้นไม้ ร่มรื่นมาก
บิดาคือ ฮาราล์ด ลิงค์ ประธานกลุ่ม บี.กริม ส่วนมารดาคือ เจ้าหญิงซุนตา วอน ลิกเตนสไตน์ แห่งราชรัฐลิกเตนสไตน์ คาโรลีนเล่าถึง “แม่” ว่า มีหลักการที่ดี ทำสิ่งที่ดี ไม่เคยทำร้ายทำลายคนหรือสัตว์ ความรักของแม่มีเสมอกันในทุกสิ่ง แม่ชอบเล่นกีฬา รักสัตว์ รักธรรมชาติ ไม่ถือตัว เจอใครก็พูดคุยสนทนา ให้ความเคารพต่อคนทุกคนไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร
“แม่สอนให้คาโรลีนรักทุกอย่างทุกคน อย่างเต็มใจจริงๆ” คาโรลีน เล่า
คาโรลีนบอกว่า ยังจำได้ถึงความรักสัตว์ของแม่ สมัยเด็กเธอนั่งรถไปกับแม่ที่สนามโปโล พัทยา สนามโปโลที่นี่เป็นของบริษัท มีม้าหลายตัวอยู่ที่คอก ม้าทุกตัวจำเสียงรถยนต์ของแม่ได้ ก็ทำไมจะไม่ได้ ในเมื่อทุกครั้งที่รถคันนี้มาจอด พวกมันจะได้กินแครอตจนอิ่มเสมอ เจ้าสี่ขาตัวโตพร้อมใจกันหยุดกึก พวกมันหันหน้ามาทางแม่และรถยนต์ของแม่โดยพร้อมเพรียงกัน ดูน่าขำและตลกจริงๆ
เรื่องม้าและกีฬาโปโลนี้ ในเมื่อผูกพันกันมาตั้งแต่เด็ก คงไม่แปลกที่จะบอกว่าคาโรลีนเป็นนักโปโลฝีมือดี เธอชอบเล่นกีฬาชนิดนี้มาก อาจเพราะได้ออกกำลังกายเต็มที่ ได้สนุก ได้เหงื่อออก ได้อยู่กับธรรมชาติ ได้อยู่กับเพื่อนฝูง และได้อยู่กับฝูงม้า ได้เป็นอิสระ ที่สำคัญยังเป็นกีฬาที่ได้ฝึกกลยุทธ์ ฝึกความคิด ร่างกาย จิตใจ รับผิดชอบในหน้าที่และพื้นที่ของตัว จนกว่าจะได้ชัย
“โปโลเป็นกีฬาที่ต้องเล่นเป็นทีม มีทั้งคนเก่ง คนไม่เก่ง มีทั้งผู้หญิง ผู้ชาย มีทั้งเด็ก มีทั้งผู้ใหญ่ มีหมดและต้องมีกลยุทธ์ด้วยจึงจะชนะ สนามโปโลคลับที่พัทยาของเรามีม้าประมาณ 100 ตัว ตัวโปรดที่ขี่ประจำก็มีหลายตัวเหมือนกัน เช่น เจ้าเกย์ เกรย์มาต้า ซาโฟร์ ซีโร่ไพน์ ตัวโปรดของคาโรลีนค่ะ”
สำหรับการทำงาน คาโรลีนเล่าว่า เธอใช้จุดแข็งจากสองด้าน คือความเป็นไทยและความเป็นเยอรมันที่ต่างมีจุดเด่น หน้าที่คือการนำมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ โดยใช้จุดแข็งทั้งสองด้านไทย-เยอรมันให้ทำงานด้วยกัน บี.กริมมีวัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่าง ใช่! เรามีการศึกษาที่ไม่เหมือนกัน เรามีศาสนาที่ไม่เหมือนกัน และเรามีภาษาที่ไม่เหมือนกัน แต่คาโรลีนมองว่า นี่คือโอกาสของเธอ
“จุดแข็งของเราคือพื้นฐานที่แตกต่าง หากมองให้เป็นประโยชน์” คาโรลีน เล่า
เวลาเจออุปสรรค สาวสวยเยอรมันหัวใจไทยคนนี้ชอบจะวิ่งเข้าไปหาปัญหา ถือคติว่าหาวิธีแก้ได้เสมอ เพราะองค์กรของเรามีหลายมุมมอง มีโอกาสทำงาน มีโอกาสแก้ปัญหา นั่นคือดีที่สุด ถ้าไม่มีปัญหาย่อมไม่มีความเข้าใจ เมื่อขาดความเข้าใจก็ยากที่จะบริหารองค์กรได้ ความโชคดีของเธอคือการได้ร่วมงานกับผู้บริหารที่เป็นมืออาชีพ หลายคนเห็นเธอตั้งแต่เด็ก ก็ให้คำแนะนำ สอนเธอและใจเย็นมากกับเธอ
“แก้ปัญหาได้ ก็ปรับตัวได้ ทำความเข้าใจให้ได้ว่า สิ่งที่เจอหรือปัญหามาจากอะไร คาโรลีนคิดเสมอว่า ดีนะที่เราได้เจอกับปัญหา เพราะมันทำให้เราเรียนรู้ ปัญหาคือโอกาส คือสิ่งที่ต้องเจอในชีวิต ไม่มีชีวิตใครที่ไม่มีปัญหาเลย” คาโรลีน เล่า
คาโรลีนให้คำนิยามตัวเองว่า เธอเป็นนักธุรกิจที่อยากพัฒนาตัวเอง เป็นลูกที่สานต่อธุรกิจครอบครัว และพยายามทำหน้าที่ของเจเนอเรชั่นตัวเองให้ดีที่สุด คำพูดที่ว่าไว้ว่า ธุรกิจครอบครัวมักล่มสลายในรุ่นที่สาม คาโรลีนบอกว่าเธอรอดแล้ว เพราะเธอเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 อีกสถานะหนึ่งคือภรรยา คาโรลีนกำลังจะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดและมีความสุขที่สุดในปลายปีนี้ ที่เธอกำลังจะเข้าพิธีแต่งงาน
“เจ้าบ่าวเป็นนักธุรกิจชาวอิตาเลียน ที่ได้มีโอกาสเจอกันที่เกาะฮ่องกงเมื่อ 4 ปีก่อน ก็เพราะกีฬาโปโลนี้เองที่ได้ชักนำให้มาเจอกัน โดยเพื่อนที่เล่นโปโลคนหนึ่งได้เชิญคาโรลีนและเพื่อนๆ ไปพักที่บ้านของเขาที่เกาะฮ่องกง กลัวว่าพวกเราสาวๆ จะเบื่อ ก็เลยเชิญคนรุ่นราวคราวเดียวกันมาเฮฮากัน เราเจอกันที่นั่น” ว่าที่เจ้าสาวยิ้มอ่อนหวาน
พิธีแต่งงานจะจัดขึ้นที่บ้านของเจ้าบ่าว ลูชาโน ตัตโตนี ที่ทัสคานี ประเทศอิตาลี ทั้งคู่ชอบธรรมชาติเหมือนกัน ชอบเล่นกีฬาเหมือนกัน ไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกันและเป็นนักธุรกิจเหมือนกัน แผนคือแต่งงานแล้วใช้ชีวิตระหว่างกรุงเทพฯ-ฮ่องกง ปัจจุบันว่าที่เจ้าสาวเริ่มหัดปรุงอาหารอิตาเลียนบ้างแล้ว ได้แก่ พาสต้า พิซซ่า และอีกหลายเมนู ว่าแต่เจ้าบ่าวตอนนี้กำลังหันมาชอบอาหารไทย แถมกินเผ็ดเก่งขึ้นเรื่อยๆ อาหารที่คาโรลีนต้องหัดเพิ่มจึงมีผัดกะเพราหอยลาย ผัดกะเพราไก่ ขนมจีนแกงเขียวหวาน และต้มยำกุ้งแซ่บๆ ที่เจ้าบ่าวโปรดสุด
สำหรับอนาคตของ บี.กริม กรุ๊ป และวิสัยทัศน์ในมุมมองของเจเนอเรชั่นที่ 4 คาโรลีนบอกว่า คือการมองไปข้างหน้า มีความชัดเจน มีการปรับตัว โดยยึดเทรนด์ของโลกเป็นหลัก ปัจจุบัน บี.กริมขยายธุรกิจไปในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านพลังงาน ไลฟ์สไตล์ หรือธุรกิจคมนาคม หากอีกด้านหนึ่งคือการช่วยเหลือสังคมตามหลักปรัชญาของ บี.กริมที่อยากสร้างความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดี
เมื่อเร็วๆ นี้ บี.กริมได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือกับศูนย์จีเอ็นเอช ภูฏาน (GNH Centre Bhutan) หรือศูนย์ความสุขมวลรวมประชาชาติ ประเทศภูฏาน (Gross National Happiness Centre) เพื่อก่อตั้ง GNH Centre Thailand (Gross National Happiness Centre Thailand) โดยมี ดร.ฮา วิน โต ผู้อำนวยการศูนย์ความสุขมวลรวมประชาชาติ ประเทศภูฎาน และ ดร.จูเลีย วา จีน คิม ที่ปรึกษาอาวุโส ร่วมลงนาม
บี.กริม มีแผนจะนำทฤษฎีความสุขมวลรวมประชาชาติมาใช้กับบริษัทเพื่อพัฒนาองค์กรสู่สังคมความสุข จากนั้นขยายสู่องค์กรธุรกิจอื่น หรือแม้กระทั่งในระดับประเทศ มุ่งเน้นความสุขที่แท้จริงตามแนวคิดหลัก 4 ประการ คือ 1.ความยั่งยืนและเสมอภาคในการพัฒนาเศรษฐกิจ 2.การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 3.การส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรม และ 4.การส่งเสริมการปกครองที่ดี
“เรามองไปไกลกว่าผลกำไรทางธุรกิจ ต้นแบบคือภูฏานที่ไม่ใช่แค่จีดีพีที่ทำให้คนมีความสุข แต่ต้องเป็นคนในสังคมนั้นเอง ที่ต้องช่วยกันคิดช่วยกันมองว่า สิ่งที่เราทำมีผลต่อธรรมชาติ ต่อคนในชาติ และต่อตัวเองสังคมอย่างไร”







