posttoday
แม่กับความรักของลูก

แม่กับความรักของลูก

08 สิงหาคม 2553

เรื่อง : เอี้ยมเฟี้ยม

ระหว่างสายฝนตกพรำๆ ต่อเนื่อง ได้ยินเสียงแว่วๆ แม่คุยโทรศัพท์ “ไม่หรอกๆ ไม่ๆๆ เผื่อเขาไม่ดีกับลูกเราล่ะ” อืมม...สงสัย หัวข้อสนทนาว่าด้วยเรื่องครอบครัว และว่าที่ครอบครัวลูก (อีกแล้ว) หลายๆ ครอบครัวก็คงเป็นเช่นนี้ เมื่อคุณพ่อคุณแม่ฟูมฟักลูกชายลูกสาวจนถึงวัยครองเรือน บทบาทของท่านทั้งสองอีกอย่าง ก็คือ สแกนคนที่เข้ามาในชีวิตลูก แล้วยิ่งใครแสดงตนว่าจะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัว การสแกนก็ยิ่งละเอียดยิบเป็นตาสับปะรด

แน่นอนว่าบทบาทของพ่อแม่ในเรื่องการเลือกคู่ของลูกๆ นั้น มีผลอยู่พอสมควร เพื่อเป็นการยืนยันผลชัดแจ้ง เราลองไปดูกันถึงผลสำรวจจากมืออาชีพเรื่องการเลือกคู่ครอง บริษัท มีทแอนด์ลันช์ ที่มี นิกกี้ อัศวทร เป็นผู้บริหาร ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ผู้เป็นแม่ ก็เพราะว่าใกล้โอกาสวันแม่แล้ว โดยเป็นการสำรวจจากกลุ่มสมาชิกที่มาใช้บริการกับบริษัทและประชาชนทั่วไปจำนวน 320 คน อายุระหว่าง 1855 ปี แบ่งเป็นเพศหญิง 70% เพศชาย 30% ในจำนวนนี้เกือบทั้งหมดเป็นคนกรุงเทพฯ และจบการศึกษาอย่างน้อยปริญญาตรี เราไปดูกันเลยดีกว่า

ผลสำรวจครั้งนี้ กว่า 70% ของผู้ตอบสำรวจไม่รู้สึกกังวลที่จะแนะนำแฟนให้คุณแม่รู้จัก โดยผู้ชายจะกล้ามากกว่าฝ่ายหญิงบ้างเล็กน้อย สำหรับคนที่มีความกังวลกับการแนะนำแฟนให้คุณแม่รู้จัก ให้เหตุผลความกังวลจากการที่คุณแม่ถามเยอะเป็นคำตอบมากที่สุดถึงเกือบครึ่ง เหตุผลรองลงมาคือกลัวคุณแม่จะไม่ยอมรับ และผู้หญิงจะตอบว่ามีความกังวลเพราะคุณแม่หวงมากกว่าฝ่ายชาย

เมื่อทำการวิเคราะห์คำตอบลึกลงไป มีทแอนด์ลันช์ พบว่าความกังวลในการแนะนำแฟนให้คุณแม่รู้จักของผู้หญิงมีความสัมพันธ์กับอายุ โดยในช่วงอายุ 1839 ปีจะกังวลเกี่ยวกับการถามคำถามเยอะของคุณแม่ แต่สำหรับกลุ่มที่อายุมากขึ้นจะกังวลเรื่องคุณแม่ไม่ยอมรับมากกว่า ซึ่งอาจแสดงให้เห็นว่าการเป็นห่วงของคุณแม่ที่มากเกินไปอาจเป็นบ่อเกิดในการปิดบังปัญหาของลูก และผู้หญิงในวัยสี่สิบขึ้นที่อยากจะมีชีวิตคู่ มีความกังวลมุมมองของคนอื่นที่อาจจะคิดว่ามันไม่เหมาะสมกับวัยของเธอ

30% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีความเห็นว่าคุณแม่ “ช่างเลือก” คนที่จะมาเป็นแฟนลูก มากกว่าตัวลูกเองเสียอีก โดยผู้หญิงตอบว่าคุณแม่ให้ความสำคัญกับเรื่องฐานะการงานเป็นอันดับแรกสำหรับคนที่มาเป็นแฟนเธอ ส่วนฝ่ายชายตอบว่าคุณแม่ให้ความสำคัญกับนิสัยมากกว่า

ตรงนี้แสดงให้เห็นว่าคุณแม่ของผู้หญิงจะเป็นห่วงความเป็นอยู่ของลูกเมื่อแต่งงานมีครอบครัวไป ส่วนคุณแม่ฝ่ายชายก็อยากได้ลูกสะใภ้ที่นิสัยดี เอาอกเอาใจสามีและแม่สามี

ส่วนในกรณีเมื่อมีปัญหาคุณแม่ไม่เห็นด้วยกับคนที่กำลังคบเป็นแฟนขึ้นมา ผู้ตอบมากถึง 80% ตอบว่าจะไม่เลิกกับแฟนถึงแม้คุณแม่ไม่เห็นด้วย (อ้าว ไม่ยอมเชื่อแม่กันนี่นา) โดยกลุ่มผู้หญิงที่อายุ 1825 ปี จะตอบว่า จะยอมเลิกกับแฟนหากแม่ไม่เห็นด้วยมากที่สุด ในกลุ่มที่อายุมากขึ้นส่วนใหญ่จะตอบว่าไม่เลิก

วิธีการแก้ปัญหาในกรณีที่คุณแม่บอกให้เลิกกับแฟนแต่ไม่ได้เลิก มากกว่าครึ่งจะพยายามคุยกับคุณแม่ด้วยเหตุผลจนกว่าท่านจะเห็นด้วย แต่การเลือกตอบข้อนี้ลดลงตามอายุ โดยมีแนวโน้มว่าเมื่อคนอายุมากขึ้นจะแก้ปัญหาด้วยการยอมรับว่าเรื่องแฟนมีความเห็นที่แตกต่างจากแม่ และจะเลือกไม่คุยกับคุณแม่ในเรื่องแฟนมากนักและเลี่ยงไปคุยเรื่องอื่นๆ แทน โดยจะไม่ดึงดันเกลี้ยกล่อมคุณแม่ให้เปลี่ยนใจมาชอบแฟนเท่ากลุ่มอายุน้อย

แล้วถ้าเกิดปัญหาในหัวใจคุณลูกขึ้นมาล่ะ ผลสำรวจบอกว่า ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้หญิงจะปรึกษาคุณแม่เมื่อเกิดปัญหาหัวใจ ส่วนผู้ชายเลือกที่จะไม่ปรึกษาถึง 65% ผลสำรวจนี้สอดคล้องกับคำตอบที่ได้รับเมื่อถามว่า คุณแม่สนใจชีวิตความรักของคุณมากแค่ไหน (ทั้งช่วงที่คุณโสด และช่วงไม่โสด) โดย 50% ของผู้หญิงจะตอบคุณแม่สนมากถึง 65% ผู้ชายจะตอบคุณแม่สนน้อยหรือไม่สนเลย ตรงนี้แสดงให้เห็นว่าคุณแม่เป็นห่วงเรื่องชีวิตคู่ของลูกผู้หญิงมากกว่าลูกผู้ชาย 80% ของผู้ชายตอบว่าคุณแม่ไม่เคยบอกให้เลิกกับแฟน ส่วนฝ่ายหญิงถึง 40% ตอบว่าคุณแม่เคยบอกให้เลิกกับแฟน

อย่างไรก็ตาม คุณแม่ที่เป็นฝ่ายแนะนำแฟนให้กับลูก เรียกว่าหาแฟนให้ลูกนั่นเอง แต่คงไม่ถึงขั้นคลุมถุงชน แหม...ก็ยุคนี้แล้ว ซึ่งจากผู้สำรวจ ประมาณ 50% ของคุณแม่เคยแนะนำแฟนให้กับลูกอย่างน้อย 1 ครั้ง แต่ผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 90% ให้ความเห็นว่ามักจะไม่ถูกใจคนที่คุณแม่แนะนำให้ โดยเหตุผลส่วนใหญ่เป็นเพราะคุณแม่มักจะแนะนำแต่ลูกของเพื่อนๆ คุณแม่เอง ซึ่งอาจไม่ใช่แบบที่ลูกชอบ

สุดท้ายสำหรับคำถาม “ถ้าคุณเป็นผู้ชาย คุณจะชอบผู้หญิงสไตล์เดียวกับแม่ของคุณหรือไม่” 60% ของผู้ตอบทั้งหมด ตอบว่าชอบผู้หญิงสไตล์เดียวกับคุณแม่

อ่ะๆๆ เห็นมั้ย ยังไงๆ คุณแม่ก็เป็นหนึ่งในใจเราเสมอ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท