
เด็กอ้วน......ไม่ใช่เด็กสุขภาพดี
เรื่อง พญ.สุนทรี รัตนชูเอก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
ปัจจุบันโลกมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีมากขึ้น ชีวิตความเป็นอยู่สะดวกสบายแตกต่างจากในอดีต ทุกอย่างสามารถซื้อหาได้ไม่ยากนัก มีร้านสะดวกซื้อจำหน่ายอาหารตลอด 24 ชั่วโมง การบริโภคที่มากเกินความต้องการของร่างกาย รวมทั้งการใช้ชีวิตที่เร่งรีบสะดวกสบายขึ้นแต่ขาดการออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายมีการสะสมไขมันปริมาณมากขึ้น เกิดเป็นภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในที่สุด โรคอ้วนก่อให้เกิดผลร้ายต่อสุขภาพเด็กในระยะยาว
เมื่อเด็กอ้วนมากขึ้นและไม่ได้รับการแก้ไข ปัญหาโรคอ้วนจะรุนแรงมากขึ้นจนเกิดภาวะแทรกซ้อน อาจมีการหายใจลำบาก เหนื่อยง่าย นอนกรนเสียงดัง ถ้าเป็นรุนแรงอาจมีการหยุดหายใจขณะนอนหลับและอาจมีปัสสาวะรดที่นอน อาจปวดขาเวลาเดิน เข่าผิดรูปร่าง เช่น ขาโก่ง เนื่องจากต้นขามีขนาดใหญ่อาจเกิดแผลถลอกจากการเสียดสี ทำให้เด็กไม่อยากเคลื่อนไหว ฯลฯ
อย่างไรที่ว่าเป็นโรคอ้วน
มีการเพิ่มของน้ำหนักมากกว่าปกติ จากกราฟการเติบโต
เด็กจะลงพุงเหมือนผู้ใหญ่ ปกติเด็กอายุเกิน4 ขวบ มักจะไม่เห็นพุงยื่น
ตัวอ้วนใหญ่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า และรองเท้าให้มีขนาดใหญ่ขึ้น บ่อยปีละหลายครั้ง
ไม่สามารถยืนตรงให้เท้าและเข่าชิดกันได้จะเห็นเข่าเกยกัน ขาโก่ง และยืนไม่ถนัด
การเคลื่อนไหวช้า อุ้ยอ้าย เหนื่อยง่ายเวลาวิ่งเล่น และอาจหายใจเสียงดัง
อย่างไรจึงจะเรียกว่าอ้วน ให้ใช้ค่าน้ำหนักและความสูงโดยการเปรียบเทียบค่าน้ำหนักตัวกับน้ำหนักมาตรฐานตามเกณฑ์ความสูงมากกว่า 3 เท่าของค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (เด็กอายุ > 4 ขวบ เวลายืนถ้ามองด้านข้างจะเห็นพุงยื่นออกมา)
ถ้าลูกหลานเข้าข่ายเด็กอ้วน ผู้ปกครองควรลดการให้อาหารมากกว่า 3 มื้อ และนมมากกว่า 23กล่อง/วัน รวมทั้งลดการกินขนมจุบจิบ และปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคและรับคำแนะนำต่อไป







