
โทนี แคร็ก ประติมากรรมรำลึก
ผลงานย้อนรำลึกของ โทนี แคร็ก ประติมากรชาวอังกฤษ จัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์หอศิลป์ฟอน เดอร์ ฮีดต์-มิวเซียม
โดย...อฐิณป ลภณวุษ
ผลงานย้อนรำลึกของ โทนี แคร็ก ประติมากรชาวอังกฤษ จัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์หอศิลป์ฟอน เดอร์ ฮีดต์-มิวเซียม ในเมืองวุพเพอร์ทัล ประเทศเยอรมนี รวบรวมผลงานที่เป็นไฮไลต์ของโทนีทั้งชีวิต นับตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนศิลปะ มาจนกระทั่งผลงานประติมากรรมชุดล่าสุด ที่สร้างสรรค์ในปี 2015 เรียกว่าในงานนี้มีทั้งผลงานประติมากรรมที่คุ้นตา ไปจนถึงงานดรออิ้ง และงานศิลปะบนกระดาษแบบอื่นๆ มากันครบแบบไม่เคยจัดที่ไหนมาก่อน
นิทรรศการ Tony Cragg Retrospective Parts of the World จัดขึ้นระหว่างวันนี้-14 ส.ค.นี้ โดยในส่วนของผลงานประติมากรรมซึ่งเป็นไฮไลต์ จะจัดเรียงตามพัฒนาการในการสร้างสรรค์ผลงานของโทนี อันประกอบไปด้วยวัสดุที่นำมาใช้หลากหลาย ทั้งพลาสติก แก้ว กระดาษ ทองเหลือง ปูนปลาสเตอร์ไฟเบอร์กลาส เหล็ก รวมถึงสเตนเลส
ซีรี่ส์ผลงานทั้งหลายของโทนี แคร็ก แสดงให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติกับรูปฟอร์มและโครงสร้างต่างๆ ที่ปรากฏ ไม่ว่าจะเป็นผลงานอย่าง Stack, Vessels and Cells, Early Forms, Rational Beings รวมถึงศิลปะจัดวางที่ทำจากพลาสติกในช่วงเริ่มแรกสร้างสรรค์งานประติมากรรมของเขา ที่จัดแสดงอย่างโดดเด่นเอาไว้ที่นิทรรศการนี้ด้วย
ศิลปินอังกฤษซึ่งกลายเป็นนายกสมาพันธ์ศิลปะของดุสเซลดอร์ฟ เยอรมนี ตั้งแต่ปี 2013 เกิดที่เมืองลิเวอร์พูล เมื่อปี 1949 ระหว่างที่ทำงานในแล็บของสมาคมวิจัยยางแห่งชาติ เขาเข้าศึกษาด้านศิลปะ ณ โรงเรียนศิลปะและการออกแบบกลอสเตอร์เชอร์ ที่เชลเทนแนม ในกลอสเตอร์เชอร์ ต่อด้วยโรงเรียนศิลปะวิมเบิลดัน และรอยัล คอลเลจ ในกรุงลอนดอน
โทนีย้ายไปยังเมืองวุพเพอร์ทัล ในแคว้นไรน์-เวสต์ฟาเลียเหนือ ทางตะวันตกของประเทศเยอรมนี ตั้งแต่ปี 1977 และในปีต่อมาก็เริ่มสอนที่สถาบันศิลปะของเมืองดุสเซลดอร์ฟ (Kunstakademie of Dusseldorf) จนได้เป็นผู้อำนวยการของสถาบันในเวลาต่อมา
เรียกว่าผลงานศิลปะส่วนใหญ่ของเขาได้ผ่านการสร้างสรรค์ขึ้น ณ บ้านหลังที่สองในเยอรมนีนี่เอง โดยเริ่มสร้างชื่อเสียงกับผลงาน Stack ในปี 1975 ในบ้านเกิด ก่อนที่จะไปสร้างสรรค์ผลงานแนวศิลปะจัดวางมากสีสันทั่วทั้งพื้นที่แกลเลอรี่จัดแสดงงาน ด้วย Red Indian (1982-1983) จากนั้น นอกจากจะทดลองใช้วัสดุหลากหลายมาสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมแล้ว ยังเลือกใช้สีสันมากขึ้น กับรูปฟอร์มที่พลิ้วไหวอิงธรรมชาติ รวมถึงเล่นกับขนาดที่ใหญ่โตขึ้น
อย่างเช่น The North (1981) ที่เขาสร้างสรรค์โดยได้แรงบันดาลใจจากเกาะอังกฤษ โดยเฉพาะทางด้านเหนือของเกาะอันเป็นบ้านเกิดของเขา ผลงานชิ้นนี้แสดงให้เห็นอารมณ์ของการจากบ้านไปนาน เป็นการมองเกาะอังกฤษในสายตาของคนนอก โทนี บอกว่า เขาเผยให้เห็นการบริหารบ้านเมืองในระบอบแทตเชอริสม์สมัยนั้น ที่ทำให้เศรษฐกิจและสังคมเผชิญกับความยากลำบาก ผลงานชิ้นนี้จัดแสดงครั้งแรกบนพื้นที่กว้างขวางของไวท์ชาเปล อาร์ตแกลเลอรี่ ในกรุงลอนดอน และปัจจุบันอยู่ที่เทต แกลเลอรี่ กรุงลอนดอน เช่นเดียวกัน
ตลอดการทำงานที่ผ่านมา เขามีผลงานจัดแสดงทั่วยุโรป โดยเฉพาะอังกฤษและเยอรมนี บ้านทั้งสองหลังของเขา นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัลมากมาย ตั้งแต่รางวัลเทอร์เนอร์จากเทต แกลเลอรี่ กรุงลอนดอน (ปี 1988) แถมยังได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของประเทศอังกฤษไปแสดงงานในเวียนนิส เบียนนาเล (ปี 1988, 1993) สุดยอดของเทศกาลทางศิลปะของโลก เช่นเดียวกับการได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการสถาบันศิลปะแห่งดุสเซลดอร์ฟด้วย (1988-2001)
โทนียังได้รับรางวัลเชกสเปียร์ จากสมาคมอัลเฟรด โทปเฟอร์ แห่งเมืองฮัมบูร์ก เยอรมนี และรางวัลสุดยอดประติมากรรมแห่งปี 2002 (พีเพนบร็อก ไพรซ์) ไปจนถึงรางวัลสุดยอดประติมากรรมจาก Praemium Imperiale ที่มอบให้โดยสมาคมศิลปะญี่ปุ่น ในพระบรมราชูปถัมภ์ ของจักรพรรดิญี่ปุ่น และรางวัลอื่นๆ อีกมาก
ต้นทศวรรษที่ 1990 โทนี แคร็ก ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์แห่งจักรวรรดิอังกฤษชั้น OBE ก่อนจะได้เลื่อนชั้นเป็น CBE ในปี 2002







