posttoday

สูดอากาศใสๆ เที่ยวสบายๆ เกาะเจจู

14 พฤษภาคม 2559

“เกาะเจจู” เกาะที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเกาหลีใต้ และได้รับฉายาว่า “เกาะแห่งภูเขาไฟ”

โดย...ทีมงานโลก 360 องศา [email protected]

“เกาะเจจู” เกาะที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเกาหลีใต้ และได้รับฉายาว่า “เกาะแห่งภูเขาไฟ” เพราะเกาะนี้เกิดจากการทับถมของลาวาใต้ทะเลเป็นระยะเวลาหลายล้านปี กลายมาเป็นเกาะขนาดใหญ่ในปัจจุบัน มากไปกว่านั้นธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ความไม่วุ่นวาย ตลอดจนความสะดวกสบายทั้งการเดินทางและที่พัก จึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายของนักท่องเที่ยวที่รักในสุขภาพ

ทั่วทั้งเกาะเจจูเต็มไปด้วยหินบะซอลต์ ที่เกิดจากการแข็งตัวของลาวาอย่างรวดเร็ว ส่งผลทำให้มีภูมิประเทศแปลกตา มากไปกว่านั้นบรรดาพืชพรรณก็มีลักษณะเฉพาะตัว ไม่สามารถพบเห็นได้ในประเทศเกาหลีใต้ส่วนที่เป็นแผ่นดินใหญ่ เพราะเป็นพืชพรรณที่พบได้เฉพาะพื้นที่ที่เคยเป็นภูเขาไฟมาก่อน เช่นที่หมู่เกาะฮาวาย ด้วยเหตุนี้เกาะเจจูจึงได้รับการขนานนามว่า “ฮาวายแห่งเอเชีย”

สูดอากาศใสๆ เที่ยวสบายๆ เกาะเจจู ศิลปะการจัดเรียงซ้อนหินที่ Tamnara

 

ด้วยความอุดมสมบูรณ์และความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ทำให้เกาะเจจูได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในปี 2550 จากองค์การยูเนสโก นั่นก็ทำให้เจจูมีชื่อเสียงโด่งดัง และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ก็ได้กลายมาเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของเกาะแห่งนี้ ในทุกๆ ปีชาวเกาหลีใต้เดินทางมาท่องเที่ยวที่นี่มากกว่า 5 ล้านคน เพื่อมาสัมผัสกับธรรมชาติสวยงามและอากาศบริสุทธิ์ ซึ่งนั่นทำให้การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ กลายเป็นรูปแบบหลักของเกาะแห่งนี้

เกาะเจจูมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศอยู่มากมาย แต่ที่นักท่องเที่ยวพลาดไม่ได้นั่นก็คือ “ซองซานอิลชุลบง” ภูเขาไฟทรงมงกุฎ ที่สามารถเดินขึ้นไปชมความอัศจรรย์ได้ถึงปากปล่อง เพราะเป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว ซึ่งความสูงของปากปล่องวัดจากระดับน้ำทะเลสูงประมาณ 180 เมตร และด้วยความอัศจรรย์ทางธรรมชาติ ทำให้ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกจากองค์การยูเนสโกมากไปกว่านั้น ที่นี่ยังได้รับการโหวตจากผู้คนทั่วโลกให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ทางธรรมชาติของโลก หรือ New Seven Wonders of Nature อีกด้วย

สูดอากาศใสๆ เที่ยวสบายๆ เกาะเจจู กินอาหารเพื่อสุขภาพท่ามกลางบรรยากาศไร่ชา O’Sulloc

 

Tamnara สถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีลักษณะเป็นธีมปาร์กแห่งใหม่ของเกาะเจจู ซึ่งมีแนวคิดในการสร้างมาจากชื่อดั้งเดิมของเกาะแห่งนี้ นั่นก็คือคำว่า “Tamnara” นั่นเอง มีความหมายว่า เมืองแห่งกำแพงหิน เพราะในสมัยโบราณชาวเจจูนิยมเอาหินภูเขาไฟมาวางเรียงซ้อนเป็นกำแพง ดังนั้นผู้สร้างธีมปาร์กแห่งนี้จึงหยิบเอาวิธีการเรียงหินแบบฉบับดั้งเดิมของเจจู มาผสมผสานกับงานศิลปะยุคสมัยใหม่ เกิดเป็นงานศิลปะที่สวยงามแปลกตาเพื่อให้ผู้เข้าชมเกิดความสนุกสนานกับการจินตนาการ

เกาะเจจูขึ้นชื่อว่าเป็นเกาะที่มีอากาศดีตลอดทั้งปี คือไม่ร้อนจัดและไม่หนาวจัดจนเกินไป เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ของเกาหลีใต้ เพราะเกาะนี้อยู่ใกล้กับเส้นศูนย์สูตรมากที่สุด ส่งผลให้สามารถทำการเพาะปลูกได้เกือบทั้งปี มากไปกว่านั้น แร่ธาตุที่มีอยู่ในดินภูเขาไฟ ก็ทำให้ดินที่นี่มีคุณภาพดี ผลผลิตทางการเกษตรจึงมีคุณภาพดีตามไปด้วย

ส้มฮัลลาบง (Hallabong) เป็นอีกหนึ่งผลผลิตทางการเกษตรที่มีชื่อเสียงของเจจู เพราะมีรูปทรงแปลกตา อีกทั้งยังมีรสชาติหวานฉ่ำ จึงกลายเป็นหนึ่งในของฝากจากเจจู ซึ่งมีไร่ส้มมากมายที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเที่ยวชมได้อย่างใกล้ชิดเพื่อดูกระบวนการปลูกที่ไม่มีสารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้อง

สูดอากาศใสๆ เที่ยวสบายๆ เกาะเจจู ธรรมชาติที่ยังคงอุดมสมบูรณ์และอากาศบริสุทธิ์ ทำให้เจจูกลายเป็นปลายทางของคนรักสุขภาพ

 

ที่นี่ยังมีชื่อเสียงเรื่อง “ชา” อีกด้วย ถึงแม้ว่าชาจะถูกนำมาปลูกบนคาบสมุทรเกาหลีเมื่อนับพันปีมาแล้ว แต่ชาเพิ่งจะถูกนำมาปลูกครั้งแรกบนเกาะเจจูเมื่อปี ค.ศ. 1979 หรือราว 37 ปีที่ผ่านมา ที่ไร่ชา O’Sulloc ซึ่งด้วยสภาพดินและอากาศที่แตกต่างไปจากภูมิภาคอื่นๆ ส่งผลให้ชาที่นี่มีรสชาติแตกต่างออกไป รวมถึงการปรับปรุงสายพันธุ์ชา การพัฒนารสชาติ และการสร้างผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ส่งผลให้ O’Sulloc กลายเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเกาหลีใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ชาเขียว” ที่ถูกปลูกขึ้นท่ามกลางธรรมชาติและอากาศที่บริสุทธิ์ของเกาะเจจู ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาดื่มด่ำกับบรรยากาศที่สวยงามของไร่ชาที่นี่ นอกจากนั้นแล้วที่นี่ก็ยังมีพิพิธภัณฑ์ชา และคาเฟ่ที่มีผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและเบเกอรี่จากชาเขียวมากมายหลายรสชาติ

ภายในพื้นที่ของไร่ชาแห่งนี้ ก็ยังมีคาเฟ่ของ Innisfree Jeju house หนึ่งในเครื่องสำอางแบรนด์ดังของเกาหลีใต้ ที่สร้างขึ้นจากแนวคิดของการใส่ใจสุขภาพและความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้นอาหารในร้านจะใช้วัตถุดิบออร์แกนิกเป็นหลักทั้งหมด เรียกได้ว่านอกจากจะอิ่มท้องแล้วยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย นอกจากนั้นแล้วก็ยังจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่เป็นผลิตภัณฑ์เน้นการบำรุงผิวจากธรรมชาติ ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติปลอดสารพิษ ซึ่งก็คือชาเขียวจากไร่ชา O’Sulloc นั่นเอง

คาเฟ่แห่งนี้ก็ยังมีมุมสนุกๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ลองทำสบู่จากธรรมชาติอีกด้วย เพียงแค่ซื้อชุดวัสดุสำหรับทำสบู่ จากนั้นก็จะมีมุมให้ลองนั่งทำ ซึ่งจะมีอุปกรณ์แท็บเล็ตคอยบอกขั้นตอนวิธีการทำ รวมถึงมีอุปกรณ์ในการปั้นและทำลวดลายที่ทางร้านเตรียมไว้ให้

การท่องเที่ยวเชิงนิเวศบนเกาะเจจู ทำให้เรารู้ว่าทิศทางในการพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ในวันนี้ มุ่งเน้นการท่องเที่ยวให้ใกล้ชิดธรรมชาติ โดยไม่ทำลายธรรมชาติ ซึ่งก็เป็นรูปแบบของการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มจะกลับมาตอบสนองวิถีกลุ่มคนเมืองที่แสวงหาธรรมชาติ เพราะโลกยุคปัจจุบันได้ทำให้ชีวิตสะดวกสบายในทุกๆ ด้าน แต่ก็แลกมาด้วยข้อเสียหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสุขภาพ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ทุกวันนี้ เราต่างมองหาธรรมชาติที่สมบูรณ์ อากาศที่บริสุทธิ์ ซึ่งนั่นก็จะนำไปสู่การสร้างสรรค์รูปแบบการท่องเที่ยวที่สามารถตอบสนองกลุ่มคนเหล่านั้นได้

สูดอากาศใสๆ เที่ยวสบายๆ เกาะเจจู ความนิยมของอาหารออร์แกนิกที่เพิ่มขึ้น ตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวที่รักสุขภาพ

 

ข่าวล่าสุด

"แสนสิริ" รุกเกมยาว ปี 69 ลุย 33 โครงการ 5.1 หมื่นล้าน โฟกัสพรีเมียม 80%