
สิงห์จะผงาดหรือศาสตร์แห่งผีจะผยอง
เมื่อพูดถึงพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คนส่วนใหญ่ก็มักจะคิดถึงบิ๊กโฟร์มาตลอด แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่านับตั้งแต่ โจเซ มูรินโญ เข้ามาปฏิรูปทีม
“สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี บวกกับปัญหาความไม่คงเส้นคงวาของอาร์เซนอล และลิเวอร์พูล ทำให้โอกาสลุ้นแชมป์เทน้ำหนักมาที่ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจ้าของสถิติคว้าแชมป์สูงสุดในชื่อพรีเมียร์ลีก (11 สมัย) และเชลซี (3) เสียมากการันตีได้จากการผูกขาดแชมป์ 6 ฤดูกาลล่าสุด โดยแบ่งกันคนละครึ่ง โดยมีเพียงฤดูกาล 2008/09 ที่มีลิเวอร์พูลเข้ามาสอดแทรกในอันดับ 2 และอาร์เซนอล ฤดูกาล 2004/05
มาปีนี้แม้ผลการสำรวจความคิดเห็นของแฟนบอลกว่า 5 หมื่นคนทางออนไลน์ของเว็บไซต์สกายสปอร์ต จะออกมาสวนทางเล็กน้อย โดยระบุว่า 26% คิดว่า เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะพาทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ทวงแชมป์คืนมาได้สำเร็จ
ขณะที่เชลซีเป็นเต็งสองร่วมกับลิเวอร์พูลของ รอย ฮอดจ์สัน ที่ 19% ตามด้วยอาร์เซนอล 15% และไม่ถึง 10% ที่เชื่อว่าเจ้าบุญทุ่มอย่างแมนฯ ซิตี จะใช้เงินซื้อความสำเร็จได้ในที่สุด
แต่บรรดาเซียนและบ่อนพนันส่วนใหญ่ก็ยังเห็นพ้องต้องกันว่า พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ก็คงเป็นการบี้กันระหว่างม้าเอก 2 ตัวเหมือนเดิม โดยให้
“แชมป์เก่า” เชลซีเหนือกว่าผีแดงแค่เล็กน้อย ตามด้วยแมนฯ ซิตี อาร์เซนอล และลิเวอร์พูลllเชลซี...อายุไม่ใช่อุปสรรค
การคว้าดับเบิลแชมป์ในลีก และเอฟเอ คัพ ฤดูกาลที่แล้ว ไม่เพียงช่วยให้ คาร์โล อันเชล็อตติ รอดพ้นจากการกระเด็นตกเก้าอี้เพียงแค่ฤดูกาลแรกที่เข้ารับหน้าที่ เพื่อสังเวยความล้มเหลวในแชมเปียนส์ลีก
แต่ยังสร้างการยอมรับในระดับซีเนียร์ได้ดี
แม้เส้นทางการคุมทีมในฤดูกาลที่ 2 อาจต้องเจอกับความกดดันมากขึ้น ภายใต้เป้าหมายป้องกันแชมป์ และไล่ตามความฝันในถ้วยใบใหญ่ยุโรป อันเป็นที่ต้องการมากของ โรมัน อับราโมวิช เจ้าของสโมสร และไม่ได้เสริมทัพมากนัก โดยต้อนรับสมาชิกใหม่แค่ ยอสซี เบนายูน จากลิเวอร์พูล และ รามิเรส มิดฟิลด์ทีมชาติบราซิลจากเบนฟิกาเท่านั้น แต่ก็ไม่ต้องเสียเวลาปรับจูนทีมใหม่มาก
“
สำหรับเราหลังจากมีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมแล้ว เรารู้สึกว่าควรเดินต่อด้วยผู้เล่นชุดนี้ มันยากมากที่จะเปลี่ยนแปลงนักเตะชุดนี้ และเราเห็นตรงกันว่าควรจะดึงนักเตะจากอะคาเดมีขึ้นมาเสริม” อันเชล็อตติ กล่าวนอกจากนี้ การได้เบนายูนที่มีความคล่องในเรื่องกระชากลากเลี้อย ก็น่าจะเพิ่มความหลากหลายและน่ากลัวให้กับทีมเชลซีที่มีความแข็งแกร่งเป็นจุดเด่นอยู่แล้ว ส่วนการปล่อยตัว โจ โคล และ มิชาเอล บัลลัก รวมทั้ง จูเลียโน เบลเลตติ ออกไป ก็ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อทีมมากนัก เนื่องจากไม่ได้เป็นกำลังหลัก และมีผู้เล่นทดแทนได้
แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคืออายุอานามนักเตะของตัวหลัก ไม่ว่าจะเป็น แฟรงก์ แลมพาร์ด และ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ที่เข้าสมาคมผู้สูงวัย 32 ขณะที่ จอห์น เทอร์รี และ แอชลีย์ โคล ก็จะครบ 30 ปีในเดือน ธ.ค.แล้ว หากต้องกรำศึกหนักทั้งในลีกและแชมเปียนส์ลีก
อย่างไรก็ตาม อันเชล็อตติเชื่อว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่อยู่ที่การบริหารจัดการ ตรงกันข้ามกลับมีประสบการณ์มากขึ้นด้วยซ้ำไป
“
เราทุกคนอยู่ภายใต้การควบคุมเรื่องนี้ และต้องพยายามทำให้ได้เหมือนปีที่แล้ว ผมไม่คิดว่าเราจะมีปัญหามากขึ้นเพราะพวกเขาแก่ขึ้นอีกปี”มองในแง่บวก อายุอาจไม่ใช่ปัญหา แต่ความฟิตของนักเตะจากเวิลด์คัพ และฟอร์มการเล่นที่ยังไม่น่าประทับใจในปรีซีซัน หลังเอาชนะคริสตัล พาเลซ ก่อนพ่าย 3 นัดรวดเมื่อต้องเจอทีมใหญ่อย่างอาแจกซ์ แฟรงก์เฟิร์ต และฮัมบูร์ก ยังเป็นเรื่องน่าคิดกับเวลาที่เหลืออีกแค่สัปดาห์เดียวก่อนเปิดฤดูกาล
เช่นเดียวกับ โคล ที่แม้จะรั้งตัวไว้ได้ แต่ปัญหาที่รบกวนจิตใจอาจส่งผลไปถึงฟอร์มการเล่นก็เป็นได้
ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังหวังจะขัดขวางความฝันคว้าแชมป์สมัยที่ 19 ของผีแดงอีกครั้ง
“
เป้าหมายยังเหมือนเดิม เราเริ่มต้นฤดูกาลนี้ด้วยเป้าหมายคว้าแชมป์ และอยู่ในการแข่งขันจนจบฤดูกาล หากเราสามารถคว้าแชมป์ได้อีกในปีนี้คงจะเยี่ยมมาก” อันเชล็อตติ กล่าวllแมนฯ ยูไนเต็ด...ภารกิจพิสูจน์ทีมเวิร์ก
เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พลาดการสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกติดต่อกัน 4 สมัยเป็นทีมแรกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และเป็นที่รู้กันดีว่าเขาและผีแดงจะเป็นทีมที่น่ากลัวที่สุด เมื่อคิดว่าพวกเขาต้องพิสูจน์อะไรบางอย่าง
หากมองจากการเสริมทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจดูไม่น่ากลัวนัก เมื่อมีสมาชิกใหม่เข้ามาเพียง 2 คน แถมยังไม่ใช่ดาวดังแต่อย่างไร นั่นคือ คริส สมอลลิง กองหลังทีมชาติอังกฤษชุดยู21 จากทีมฟูแลม และ ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติเม็กซิโก จากทีมชีวาส กัวดาลาฮาลา และทำให้แฟนๆ รู้สึกกังวลกับความแข็งแกร่งของทีม แต่เฟอร์กียืนยันว่าเขาพอใจกับผู้เล่นชุดนี้
“
ผมไม่เห็นความจำเป็นต้องเสริมผู้เล่นอีก ผมพอใจกับที่เรามีอยู่แล้ว และมองไม่เห็นความสมเหตุสมผลที่ต้องเสริมนักเตะเพียงเพราะคนต้องการให้ผมซื้อใครสักคน เรามองดูนักเตะของเราแล้วถามว่าเรายังต้องทำอะไร? ผมมองไปที่นักเตะทุกคนก็บอกว่าที่มีอยู่ก็เพียงพอแล้ว และพวกเขาไม่ได้รบเร้าผม” เฟอร์กี กล่าวก่อนเริ่มฤดูกาลที่แล้ว หลายคนคิดว่าการเสีย คริสเตียโน โรนัลโด ซูเปอร์สตาร์ไปให้กับเรอัล มาดริด จะลดความน่ากลัวในเกมรุกของผีแดงลงไปมาก แต่กุนซือชาวสกอตแลนด์ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของรูปแบบการเล่นและทีมเวิร์กแล้ว ตรงกันข้าม ยังเปิดทางให้ เวย์น รูนีย์ รวมถึง นานี ได้งัดเอาศักยภาพออกมาใช้เต็มที่ และพ่ายเชลซีแค่แต้มเดียว
ถ้าจำไม่ผิด 23 ฤดูกาลที่แล้ว เฟอร์กี เคยประสบปัญหานักเตะบาดเจ็บต่อเนื่องหลายคน แต่ก็ยังสามารถใช้นักเตะที่มีอยู่อย่างจำกัด ฝ่าวิกฤตคว้าแชมป์ได้สำเร็จ
นอกจากนี้ ในเกมอุ่นเครื่องที่ผ่านมาผีแดงยังโชว์ฟอร์มค่อนข้างดี เก็บชัยชนะได้ 4 จาก 6 นัด โดยเฉพาะนัดล่าสุดแข้งผีแดงไล่หลอกหลอนทีมรวมดาราลีกไอร์แลนด์ 71 โดยเฉพาะ เฮอร์นานเดซ ซึ่งน่าจะเพิ่มความมั่นใจได้ไม่น้อยในการเตรียมลุยฤดูกาลใหม่
ข่าวดีอีกอย่างหนึ่งของผีแดง คือ การยุติความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตด้วยการต่อสัญญาในโอลด์แทรฟฟอร์ดของ เนมานยา วิดิช กองหลังชาวเซิร์บ และฟิตกลับมาสร้างความอุ่นใจให้กับแมนฯ ยูไนเต็ดในแดนหลัง ในยามที่สภาพร่างกายของ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ยังไม่แน่ไม่นอน
การมีเกมรับที่ไว้ใจได้ถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญ แต่จะมีประโยชน์อะไรถ้าไม่เสียประตู แต่เกมรุกไม่ทำงาน
ปฏิเสธไม่ได้ว่าฤดูกาลที่แล้ว เวย์น รูนีย์ ถือเป็นหัวใจสำคัญของผีแดงในเกมรุก ด้วยการซัลโวไปถึง 34 ประตูในทุกรายการ แต่ในฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้เขากลับทำผลงานน่าผิดหวังมากที่สุด และหากคิดในแง่ร้ายว่า หากกองหน้าทีมชาติอังกฤษยังไม่อาจเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ จะส่งผลต่อความเฉียบคมในแดนหน้าทันที
เมื่อ ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ ก็ยังไม่รู้จะสลัดความฝืดได้หรือไม่ เช่นเดียวกับ ไมเคิล โอเวน ขณะที่ เฮอร์นานเดซ ก็อาจต้องใช้เวลาปรับตัวเมื่อถึงเวลาจริง
ส่วนในแดนกลาง วัยของ พอล สโคลส์ ก็เริ่มเห็นผลชัดขึ้นเรื่อยๆ จากความเด็ดขาด แม่นยำ เริ่มกลายเป็นความผิดพลาด และช้าไปหลายจังหวะ จึงเป็นที่มาของข่าวลือเรื่องการคว้าตัว เวสลีย์ สไนจ์เดอร์ ของอินเตอร์ มิลาน และ เมซุต โอซิล ของเบรเมน ที่โชว์ฟอร์มเด่นในเวิลด์คัพมาทดแทน แต่ปัญหานี้เฟอร์กีมีทางออกไว้แล้ว
“
พวกเราคาดไว้ว่า ดาร์รอน กิ๊บสัน จะมีส่วนร่วมในฤดูกาลนี้มากขึ้น ฤดูกาลที่แล้วเขาทำให้ผมเห็นโดยยิงไป 6 ลูก ตอน พอล สโคลส์ อายุเท่ากับดาร์รอน เขาซัดไป 15 ลูก แต่ลงเล่นมากกว่าเยอะ และผมคิดว่าถ้าหากผมให้ดาร์รอนลงซัก 20 เกม เขาคงจะยิงให้ผมซัก 10 ลูก”ll
เรือใบหงส์ แย่งตำแหน่งบิ๊ก 4ท่ามกลางนโยบายรัดเข็มขัดและความเงียบเหงาของบรรยากาศเสริมทัพในทีมยักษ์ใหญ่
“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี ยังทำสถิติช็อปสะบั้นหั่นแหลกเป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกัน เพื่อเป้าหมายลุ้นแชมป์และคว้าตั๋วลุยแชมเปียนส์ลีกล่าสุด ทำยอดเกือบทะลุหลัก 100 ล้านปอนด์ เมื่อ โรแบร์โต มันชินี ผลาญเงินสโมสรไปแล้วประมาณ 75 ล้านปอนด์ (ราว 3,750 ล้านบาท) คว้าตัว เจโรม บัวเต็ง, ยายา ตูเร, ดาบิด ซิลบา และ อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ แบ็กซ้ายทีมชาติเซอร์เบีย มาร่วมทีม โดยมี มาริโอ บาโลเตลลี ของอินเตอร์ มิลาน รอคิวเป็นรายต่อไป
การมาของนักเตะระดับนี้ พร้อมกับได้ โรบินโญ ที่หมดสัญญายืมตัวกลับมาพร้อมความมั่นใจหลังคืนฟอร์มเก่ง ย่อมช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้ทีมเรือใบมากยิ่งขึ้น และน่าจะเบียดเข้ามาอยู่ในบิ๊กโฟร์สำเร็จ หลังจากฤดูกาลที่แล้วพลาดหวังให้กับสเปอร์ส แต่ด้วยธรรมชาติของนักเตะหลายคนต้องใช้เวลาในการปรับตัว โดยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก บวกกับความลงตัวของทีมที่ มันชินี ต้องนำมาประกอบกันให้เร็วที่สุด ทำให้เชื่อว่ายังเร็วไปหากจะก้าวไปสู่การแย่งแชมป์กับเชลซี หรือแมนฯ ยูไนเต็ด
อาจจะสร้างความหวือหวาบ้างในบางช่วงบางตอน แต่ถ้าตลอดเส้นทางแล้วคงต้องใช้เวลาปรับจูนอีกหน่อย โดยเฉพาะเมื่อเจอปัญหาบาดเจ็บและลงมาทดแทนกันได้โดยไม่สะดุด
ที่สำคัญ การซื้อแข้งดังมาไม่ได้การันตีผลตอบแทนอันยอดเยี่ยมเสมอไป เหมือนบทเรียนจากฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งมีตัวอย่าง โรเก ซานตา ครูซ, โจลีออน เลสคอตต์ และ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีขาย
“
แม้ว่าคุณจะซื้อนักเตะใหม่ 10 คนทุกปี ก็ไม่ได้หมายความว่าจะจบฤดูกาลในอันดับหัวตาราง แมนฯ ซิตี ทำแบบนี้เมื่อปีที่แล้ว และคว้าอันดับ 5 ผมก็ไม่แน่ใจว่าฤดูกาลหน้าพวกเขาจะเป็นแบบนี้อีกหรือไม่” ซาโลมง กาลู นักเตะเชลซี กล่าวเพราะฉะนั้น เรือใบสีฟ้าน่าจะขยับขึ้นมาต่อกรกับ
“ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ซึ่งล่าสุดได้ข่าวดีจาก เชส ฟาเบรกาส กัปตันทีมที่ยังคงเล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ หลังได้ตัว มารูยาน ชามักห์ กองหน้าจากบอร์กโดซ์ และ โลรองต์ คอนเชียลนี กองหลังจากทีมลอริยองต์ในฝรั่งเศสมาร่วมทีมด้วย






