posttoday
ลุงจิตสาธารณะสร้างแพช่วยชาวบ้านข้ามแม่น้ำชี

ลุงจิตสาธารณะสร้างแพช่วยชาวบ้านข้ามแม่น้ำชี

12 พฤษภาคม 2559

สุรินทร์ - ลุงวัย 64 ปี ต่อแพไม้มาให้บริการชาวบ้านข้ามลำน้ำชี แถมไม่เรียกเก็บค่าบริการคนข้ามที่ไม่มียานพาหนะ

สุรินทร์ - ลุงวัย 64 ปี ต่อแพไม้มาให้บริการชาวบ้านข้ามลำน้ำชี แถมไม่เรียกเก็บค่าบริการคนข้ามที่ไม่มียานพาหนะ

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆที่สมควรได้รับการยกย่อง สำหรับเรื่องของ คุณลุงเอือน ศรีสุข อายุ 64 ปี ชาว บ.ทุ่งนาค ต.เมืองลีง อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ ที่ได้สร้างแพไม้ไว้ให้บริการชาวบ้านในพื้นที่ 2 จังหวัด คือ จ.บุรีรัมย์และ จ.สุรินทร์ เพื่อข้ามฟากของลำนำชี ที่มีความกว้างกว่า 30 เมตร เพื่อ เดินทางไปมาหาสู่กันโดยมีประชาชนใช้บริการข้ามฟากทั้งตัวเปล่าและบรรทุกรถจักรยานยนต์ไปด้วย

ส่วนค่าบริการแล้วแต่ชาวบ้านจะให้  โดยชาวบ้านตัวเปล่าคุณลุงยังใจดี ไม่เก็บเงินอีกต่างหาก  จะเก็บเฉพาะคนที่นำรถจักรยานยนต์มาขึ้นแพเท่านั้น  ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะให้คุณลุงเพื่อเป็นสินน้ำใจ  มีตั้งแต่ 2-5 บาท 10 และ 20 บาท  

ทั้งนี้ชาวบ้านที่ใช้บริการเมื่อขึ้นแพก็จะช่วยคุณลุงสาวเชือกที่ผูกโยงกับแพและสองฝากฝั่ง ด้วยการผูกลอดผ่านห่วงเหล็กที่มัดติดกับตัวแพ แทนการแจว

คุณลุงเอือน กล่าวว่า  ได้จ้างให้ช่างทำแพให้ในราคาประมาณ 1 หมื่นกว่าบาท  เพื่อมาให้บริการประชาชนในพื้นที่ 2 จังหวัด  โดยฝั่งนี้เป็นพื้นที่ของบ้านทุ่งนาค  ต.เมืองลีง อ.จอมพระ จ.สุรินทร์  ส่วนอีกฝั่งหนึ่งเป็นพื้นที่ของ บ.สำโรง  ต.กระสัง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์  ตนทำแพมาให้บริการประมาณ 6 ปีแล้ว   ซึ่งก่อนหน้านี้จะใช้เรือแจว  ซึ่งพ่อของตนเองเป็นคนให้บริการชาวบ้าน  ด้วยการแจวเรือมานับสิบปีแล้ว  หลังจากพ่อเสียชีวิต จึงต้องมารับหน้าที่ต่อ  แต่การแจวเรือจะลำบากหน่อย เลยคิดทำแพจะสะดวกกว่า  ปกติตนจะสลับกันกับภรรยามารอให้บริการชาวบ้าน ส่วนคนที่ใช้บริการก็จะเป็นชาวบ้านที่ไปมาหาสู่ญาติพี่น้องและข้ามไปทำไร่ทำนา   คนข้ามตนจะไม่คิดเงิน  คิดเฉพาะรถจักรยานยนต์   รายได้ไม่ได้ว่าดีอะไร   บางคนไม่มีก็ให้ 2-3 บาท 5 บาท 10 หรือ 20 บาทก็มี วันหนึ่งได้ประมาณ 100 บาท  

คุณลุงรายนี้กล่าวอีกว่า เคยคิดจะเลิกทำ เพราะเสียเวลาต้องมานั่งเฝ้ารอคนข้าม  แต่ชาวบ้านก็ขอร้องไม่ให้เลิก เพราะจะข้ามไปมาไม่ได้  หากใช้เส้นทางอื่นก็จะต้องอ้อมเกือบ 20 กิโลเมตร  ต

นายสีเทา  ยีรัมย์  ผู้ใช้บริการแพข้ามฟาก อายุ 41 ปี ชาวบ.สำโรง ต.กระสัง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์   กล่าวว่า  ตนข้ามฟากไปหาลูกสาว ที่มีครอบครัวอยู่ที่บ้านหนองซำ ต.เมืองลีง  อ.จอมพระ จ.สุรินทร์  ถ้าอ้อมจะไกลหลายกิโลเมตร  เห็นลุงแกทำแพมานานแล้ว เวลาตนไม่มีเงินตนก็ไม่ได้ให้ เวลามีเงินก็ให้แกครั้งละ 10-20 บาท  ส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านที่ข้ามมาทำนา  ตนใช้บริการคุณลุงเป็นประจำ  ที่ผ่านมาชาวบ้านเคยขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ทำสะพานให้แต่ก็ไม่ได้สักที

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท