
ชีวิต - โลก - ธรรมชาติ เดวิด แอทเทนเบอโรห์
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง ภาพ... Smithsonian Channel / AP
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง ภาพ... Smithsonian Channel / AP
เพิ่งจะฉลองอายุครบ 90 ปีไปเมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ในวัยนี้ เซอร์เดวิด แอทเทนเบอโรห์ ยังไม่เหนื่อยล้าหรืออ่อนแรงกับการทำหน้าที่นักธรรมชาติวิทยาผู้เปิดประตูสู่โลกธรรมชาติอันกว้างใหญ่ หลังจากที่ทำมานานกว่า 60 ปีแล้ว
วันนี้โลกทั้งโลกต่างร่วมอวยพรและสรรเสริญในแรงกายแรงใจซึ่งเขาได้ทุ่มเทลงไป จนได้รับการยกย่องให้เป็น “สมบัติแห่งชาติ” ของอังกฤษ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และบรรดาศักดิ์จากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 รวมทั้งรางวัลเกียรติยศอื่นๆ อีกมากมาย ชื่อของเขาถูกนำไปตั้งเป็นชื่อสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตซึ่งหายาก รวมทั้งชื่อเรือวิจัยขั้วโลก
เดวิด เฟรเดอริค แอทเทนเบอโรห์ เกิดที่ลอนดอน เรียนจบทางด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เขาเป็นน้องชายของผู้กำกับและดาราภาพยนตร์ชื่อดัง ริชาร์ด แอทเทนเบอโรห์ ในมุมมองของท่านเซอร์เองแล้ว เขารู้สึกว่าตัวเองถูกยกย่องเกินจริง เพราะสิ่งที่ทุกคนรู้จักเขานั้นเป็นเพียงด้านเดียวผ่านทางสารคดีโลกธรรมชาติซึ่งเขาเป็นผู้ผลิต ผู้บรรยาย และดำเนินรายการตลอด 7 ทศวรรษที่ผ่านมา
ตลอดชีวิตเขาเดินทางไปมาแล้วทั่วโลก จนได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในคนที่เดินทางมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ทุกวันนี้ยังมีคนต้องการให้เขาเดินทางและนำเรื่องราวต่างๆ ที่พบเจอมานำเสนอผ่านจอโทรทัศน์
งานของ เดวิด แอทเทนเบอโรห์ เริ่มต้นเมื่อ 62 ปีที่แล้วกับการนำเสนอรายการประวัติศาสตร์ธรรมชาติชื่อ Zoo Quest ตามมาด้วยสารคดีอีกมากมาย ซึ่งกลายเป็นงาน “ต้องดู” หรือเก็บสะสมของคนทั่วโลก สารคดีของเขาสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากมายต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น แฟนานุแฟนของเขารวมถึงบุคคลสำคัญของโลกในปัจจุบัน อาทิ เจ้าชายวิลเลียม ประธานาธิบดี บารัก โอบามา เป็นต้น
ทุกวันนี้ เดวิด แอทเทนเบอโรห์ ยังคงมีความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับโลกและธรรมชาติเสมอ “ประสบการณ์สอนให้ผมรู้ว่า ธรรมชาติยิ่งใหญ่อย่างน่าอัศจรรย์และเกินจะคาดเดา เมื่อยังเป็นเด็ก คุณมักจะคิดว่าตัวเองรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับโลกของธรรมชาติ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรารู้เพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโลกธรรมชาติอันสลับซับซ้อน ไม่ว่าจะกวาดตามองไปทางไหน ยังคงมีเรื่องที่เราไม่รู้ และไม่เข้าใจอยู่ มีเรื่องราวใหม่ๆ ให้ค้นหาเสมอจนวันสุดท้าย”
ท่านเซอร์เชื่อว่า รายการสารคดีโทรทัศน์ที่เขาทำ (โดยเฉพาะชุด Life ของบีบีซี) นั้นยังคงมีพลังในเรื่องการให้การศึกษา ให้ความรู้ และความบันเทิง “งานของพวกเราในฐานะผู้ผลิตหนังประวัติศาสตร์ธรรมชาติคือ การนำเสนอให้เห็นว่า โลกของธรรมชาตินั้นน่าตื่นตาตื่นใจอย่างเหลือเชื่อ เป็นโลกที่แตกต่างกันอย่างเหลือล้น ค่อนข้างเกินความเข้าใจของเรา
“มันมีสิ่งขัดแย้งกันอยู่คือ องค์การสหประชาชาติระบุว่า มนุษยชาติมากกว่าครึ่งหนึ่งตอนนี้กลายเป็นคนเมืองไปแล้ว เราไม่ได้ไปสัมผัสกับธรรมชาติในแบบบรรพบุรุษของเราซึ่งทำงานอยู่ในท้องทุ่ง ในขณะเดียวกันประชากรส่วนใหญ่ในปัจจุบันทราบข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์และความแตกต่างอย่างมากมายหลากหลายกว่าบรรพบุรุษของเรา นี่คือความดีความชอบของรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับโลกธรรมชาติ หากคุณสามารถนำโลกธรรมชาติมานำเสนอในโทรทัศน์ได้ ผู้คนก็จะหลงใหลมัน
“รายการโทรทัศน์พวกนี้ได้เปลี่ยนแปลงความคิดของผู้คน ตอนนี้ในหมู่คนเมืองมีความเข้าใจโลกธรรมชาติและอาณาจักรสัตว์มากกว่าที่เคยเป็นมา แม้แต่คนขับรถแท็กซี่ยังพูดคุยกับคุณเกี่ยวกับแนวคิดทางชีวภาพได้...”
ในวัย 90 ปี คำว่า “เกษียณ” ไม่เคยอยู่ในสารบบชีวิตของชายคนนี้ เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาดีวีดีเรื่อง Attenborough and the Giant Dinosaur ซึ่งเดวิดพาคนดูไปสำรวจการค้นพบไดโนเสาร์ยักษ์ใหญ่ในอาร์เจนตินาเพิ่งออกเผยแพร่ และในปีนี้คุณปู่ก็จะทำให้แฟนคลับตื่นตาตื่นใจกับ Planet Earth 2 ซึ่งเป็นงานต่อเนื่องจากสารคดีชื่อดังปี 2006 คือ Planet Earth โดยบีบีซี
สำหรับ เดวิด แอทเทนเบอโรห์ ทุกย่างก้าวที่ได้เข้าไปสำรวจโลกธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เขาก็ยิ่งรับรู้ถึงปัญหาที่สำคัญและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ปีที่แล้วเขาถูกเชื้อเชิญให้ไปกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กรุงปารีส ท่านเซอร์เดวิดได้แสดงทัศนะของเขาว่า มนุษย์ล้วนเป็นปัจเจกโดยสมบูรณ์แบบในโลกของธรรมชาติ ในขณะเวลาเดียวกันมนุษย์ก็ทำลายธรรมชาติ และเป็นอันตรายต่อตัวเอง
“ถ้าเราอยากดูแลธรรมชาติ ผู้คนต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตัวเอง เพื่อที่จะทำอย่างนั้น พวกเขาจะต้องรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกธรรมชาติ นั่นเป็นหนึ่งในสิ่งที่โทรทัศน์สามารถทำได้”
ด้วยหลักฐานเด่นชัดประจักษ์แจ้ง จึงเป็นไปได้ว่า คนที่ไม่รับรู้ไม่เห็นถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกนั้นต้องเป็นผู้ที่ “ดันทุรัง” และ “ปิดกั้น” ตัวเองอย่างมาก สิ่งที่มนุษยชาติกำลังเผชิญไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
“คงเป็นเรื่องมหัศจรรย์ ถ้าหากเราไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศเลย เวลาที่คุณต้องมองไปยังสาเหตุและยืนหยัดลุกขึ้นต้านมาถึงแล้ว...”







