
ฟุตบอลทีมชาติไทยขาขึ้น แฟนบอลมีแต่กำไร
คงต้องบอกว่าในรอบ 2-3 ปีนี้ คราใดที่ฟุตบอลทีมชาติไทยลงแข่งขัน ต้องมีคนเข้าดูแน่นสนามจนล้นออกมา
โดย...เพรงเทพ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
คงต้องบอกว่าในรอบ 2-3 ปีนี้ คราใดที่ฟุตบอลทีมชาติไทยลงแข่งขัน ต้องมีคนเข้าดูแน่นสนามจนล้นออกมาดูถ่ายทอดสดกันแน่นหน้าสนามแข่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงการชมถ่ายทอดสดที่บ้าน ซึ่งเรียกคนดูและเรตติ้งได้พุ่งกระฉูดกว่ายุคไหนๆ ต้องบอกว่าเมื่อผลงานดี ย่อมที่จะทำให้เกิดกระแสฟีเวอร์หรือคลั่งไคล้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
โดยเฉพาะความสำเร็จจากทีมยู 23 หรืออายุต่ำกว่า 23 ปี ที่ได้ที่ 4 เอเชียนเกมส์ ที่อินชอน เกาหลีใต้ ได้แชมป์หรือเหรียญทองซีเกมส์ ที่สิงคโปร์ ต่อเนื่องมาถึงทีมชาติไทยชุดใหญ่ที่ได้แชมป์อาเซียนคัพ และสามารถผ่านรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018 สู่รอบ 12 ทีมสุดท้ายของเอเชียไปเรียบร้อยแล้ว
การแย่งซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดเมื่อทีมชาติไทยลงแข่งขันทั้งในแบบอย่างเป็นทางการ กระชับมิตร ทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ฟีฟ่าเดย์ จึงร้อนแรงและแย่งกันอย่างหน้ามืดตามัว เพราะการันตียอดคนดูและโฆษณาแบบล้นเหลืออย่างแน่นอนในชั่วโมงนี้
อย่างที่บอกในสมัยก่อนที่จะมีทีวีดิจิทัล 20 กว่าช่องในทุกวันนี้ การถ่ายทอดสดฟุตบอลทีมชาติไทยรายการใหญ่ๆ ระดับนานาชาติหรือระดับทวีป ส่วนมากจะตกเป็นหน้าที่ทีวีพูลหรือโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยเป็นหลัก ส่วนรายการรองๆ ย่อยๆ ลงไป จะเป็นช่อง 7 ที่มีเครือข่ายสัญญาณมากที่สุดจะเป็นผู้ได้ลิขสิทธิ์ไปเป็นหลัก ซึ่งก็มิได้เป็นเม็ดเงินหรือธุรกิจที่ดีนัก เนื่องจากส่วนมากทีมชาติไทยจะมีผลงานที่ไม่เข้าตาหรือตกรอบเสียเป็นส่วนมาก บางครั้งถึงขั้นให้ฟรีก็ไม่มีใครถ่ายทอดสด เพราะมีค่าใช้จ่ายเรื่องค่าเชื่อมต่อสัญญาณ ช่อง 11 ซึ่งเป็นทีวีของภาครัฐเป็นของกรมประชาสัมพันธ์ต้องรับหน้าเสื่อนี้ไปทุกที ในตอนที่ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยผลงานตกต่ำ อาจจะมีช่อง 9 แทรกเข้ามาถ่ายทอดสดบ้าง แต่ก็น้อยมาก จนบางทัวร์นาเมนต์ไม่มีการถ่ายทอดสดกันเลยก็มี จนแฟนบอลบ่นน้อยใจจนถึงขั้นโวยกันว่า นี่ทีมฟุตบอลชาติไทยนะ
กลับมายุคนี้ที่ฟุตบอลทีมชาติไทยรุ่งเรืองสุดๆ หากเปรียบเทียบกับยุคธวัชชัย สัจจกุล หรือบิ๊กหอย เป็นผู้จัดการทีม และเพิ่มมูลค่าทางการตลาดด้วยชุดดรีมทีม หรือยุคคลาสสิก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน เป็นดาวซัลโวตัวชูโรงที่มีการถ่ายทอดสดอย่างเป็นล่ำเป็นสันก็ยังสู้ยุคปัจจุบันไม่ได้
สำหรับการแย่งชิงถ่ายทอดสดบนจอทีวี ซึ่งเห็นว่าคงต้องชิงไหวชิงพริบมีเหลี่ยมคูในการคว้าลิขสิทธิ์ยามที่มีช่องทางเปิดไม่ว่าน้อยหรือมาก อย่างนัดสุดท้ายของฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก รอบ 2 ซึ่งผู้ชมส่วนมากคิดว่าเป็นช่องไทยรัฐทีวีอย่างแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้เคยถ่ายมาอย่างต่อเนื่องทุกนัดอยู่แล้ว อยู่ดีๆ จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ ก็ปาดหน้าด้วยการเซ็นคว้าลิขสิทธิ์เกมนัดสุดสำคัญระหว่างทีมชาติอิรักพบทีมชาติไทย ที่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ไปถ่ายทอดสดช่อง ONE แบบเงียบๆ เฉยๆ และเป็นนัดที่คนไทยติดตามชมกันอย่างใจจดใจจ่อ
จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้ทุกช่องขยับตัวกันอย่างแข็งขันทันที ช่อง 7 รีบหันกลับมาเปิดเกมหนักกับการแย่งชิงลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดทีมฟุตบอลชาติไทยที่ลงแข่งขัน ในฐานะที่จับตลาดนี้มาแต่อ้อนแต่ออก รีบประกาศแถลงยืนยันได้สิทธิถ่ายทอดสดฟุตบอลทีมชาติไทยทั้งรุ่นอายุไม่เกิน 16 และ 19 ปี ที่เตรียมลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย รวมถึงเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016 หรืออาเซียนคัพทันที พร้อมได้ของดีที่ทุกคนแย่งกันคือ ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย โดยช่อง 7 จะถ่ายทอดสดครบทั้ง 10 นัด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพร้อมทุ่มเงินซื้อลิขสิทธิ์อย่างเต็มที่และรวดเร็ว ไม่เปิดช่องว่างให้สอดแทรกอีกต่อไป
ทางไทยรัฐทีวีซึ่งมาทีหลังก็ไม่ยอมปล่อย ยังเกาะติดการถ่ายทอดสดทีมชาติไทยอยู่เสมอ ถ้ามีช่องว่างก็กระโดดเข้าใส่ทันที โดยเฉพาะการทุ่มเงินเข้ามาเป็นผู้บริหารจัดการการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 ประจำปีนี้ระหว่างวันที่ 3-5 มิ.ย. 2559 ที่จะถึงนี้ โดยรายละเอียดที่มอบสิทธิประโยชน์ให้กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยนั้นสูงมาก คือเงินรางวัลประจำการแข่งขันทั้งหมด 1 แสนเหรียญสหรัฐ ค่าตอบแทนให้กับสมาคมจำนวน 10 ล้านบาท และอีก 8 หมื่นเหรียญสหรัฐ สำหรับค่าเชิญทีมต่างๆ ที่จะเข้ามาร่วมการแข่งขัน พร้อมด้วยรายละเอียดการจัดการแข่งขันด้านอื่นๆ ซึ่งเป็นข้อเสนอที่สูงสุดมากกว่าช่อง NOW26 กับบีอีซี เทโร หรือช่อง 3 ที่เป็นคู่แข่ง รวมถึงจองการแข่งขันนัดกระชับมิตร ฟีฟ่าเดย์ ของทีมฟุตบอลชาติไทยล่วงหน้าไว้แล้วเช่นกัน
ว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับการแย่งชิงกันเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดทีมฟุตบอลชาติไทย เพราะที่ผ่านมาการถ่ายทอดสดได้ยกระดับมาตรฐานขึ้นอย่างมาก มีการเรียกน้ำย่อย วิเคราะห์สัมภาษณ์ทั้งก่อน กลาง (พักครึ่ง) และท้ายเกมอย่างรอบด้าน รวมถึงการเก็บบรรยากาศทั้งหมด สัมภาษณ์แฟนบอล ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งช่องไหนที่ได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ถ้าทำไม่ได้มาตรฐานทั้งหมดนี้ก็จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ผ่านโซเชียลมีเดียอย่างล้นหลาม
ยิ่งแข่งซื้อลิขสิทธิ์ยิ่งเป็นเรื่องที่ดี และคนที่ได้กำไรสูงสุดก็คือ แฟนฟุตบอลทีมชาติไทยนั่นเอง







