
ยางนานเอกเพื่อความเป็นสีเขียว
หลักการสำคัญประการหนึ่งในเรื่องของการบริหารจัดการมลพิษสิ่งแวดล้อมก็คือ
“หลักการ 3P” หรือ “Polluter Pays Principle” ที่มีแนวความคิดว่า ผู้ใดเป็นผู้ทำให้เกิดมลพิษหรือสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อม ผู้นั้นจะต้องเป็นผู้จ่ายเงินค่าบำบัดหรือฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนเสียหายให้กลับคืนสู่สภาพปกติตามเดิม หรือต้องเยียวยาชดใช้ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นดังนั้น การป้องกันไว้ก่อนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าการตามแก้ปัญหาหลังจากการเกิดความเสียหายขึ้นแล้ว
มาตรการป้องกันไว้ก่อนในเรื่องของการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม (รวมทั้งการสร้างเสริมความปลอดภัยในโรงงาน) จึงเป็นเรื่องของผู้ประกอบกิจการหรือเจ้าของกิจการโดยตรง ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบที่จะต้องดำเนินการ โดยการควบคุม จำกัด กำจัด และบำบัดด้วยตนเอง จึงจะกำจัด แก้ไข บำบัด หรือลดปัญหามลพิษที่เกิดจากกิจการของตนเองได้
การป้องกันไว้ก่อนจึงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ยาก แต่สามารถอาศัย
“ยาสามัญประจำบ้าน” ที่เรารู้จักกันมานานแล้วเป็นยาขนานเอกเพื่อการบำบัดรักษายาสามัญประจำบ้านที่ทรงประสิทธิภาพก็คือ
“มาตรฐานการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม”หรือ “ISO 14001” ที่ว่าด้วย Environmental Management Systems : Requirements with guidance for use ที่จะขอเรียกว่า “มาตรฐานสีเขียว” ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับโลกระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากลที่ว่านี้ มีหลักการง่ายๆ ต่อไปนี้
1.ต้องเริ่มจากผู้บริหารที่แสดงถึงความเป็นผู้นำ โดยการกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน มุ่งมั่นจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง แล้วตั้งทีมงานสำรวจตนเอง ด้วยการหาลักษณะปัญหาสิ่งแวดล้อม (Environment Aspects) ที่เกิดขึ้นในโรงงาน ทั้งทางอากาศ น้ำใช้ น้ำเสีย น้ำทิ้ง กลิ่น เสียง และพลังงานที่ใช้ และตรวจสอบว่าที่ทำอยู่เป็นไปตามกฎหมายกำหนดหรือไม่ เมื่อสำรวจเสร็จแล้วก็จัดทำแผนงานการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ไข ควบคุม และลดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่พบ
2.นำแผนงานไปสู่การปฏิบัติ โดยต้องเตรียมทั้งคน เครื่องมือเครื่องจักร อุปกรณ์ตรวจวัดและเอกสารคู่มือต่างๆ ให้พร้อม รวมทั้งการเตรียมความพร้อมในสถานการณ์ฉุกเฉินด้วย โดยที่ปัจจัยแห่งความสำเร็จก็คือคน ดังนั้นการสร้างความตระหนักและปลูกจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งแรกที่จะทำให้บรรลุผลสำเร็จ
3.ติดตามและตรวจวัดอย่างสม่ำเสมอ หากพบว่าควบคุมไม่ได้หรือผลการตรวจวัดไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ก็รีบแก้ไขปัญหาเหล่านั้น บันทึกผลการดำเนินการไว้ และมีการตรวจติดตามภายใน (Internal Audit) ระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดำเนินการไว้ตามช่วงเวลาที่กำหนด
4.พิจารณาทบทวนผลการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในภาพรวมทั้งหมดโดยฝ่ายบริหาร เพื่อดูว่าแผนงานที่วางไว้สำเร็จมีประสิทธิผลหรือไม่อย่างไรมีปัญหาอะไร และต้องทำอะไรเพิ่มเติมหรือไม่อย่างไรบ้าง พร้อมกับนำไปสู่การปรับเป้าหมายใหม่เพื่อเริ่มวงจรใหม่ของการวางแผน ซึ่งเรียกว่า การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continual Improvement)
จะว่าไปแล้ว หลักการของ
“มาตรฐานสีเขียว”ก็คือวัฏจักรหรือวงจรของการบริหารจัดการตั้งแต่ดั้งเดิม คือ PLANDOCHECKACT ของเดมมิงซึ่งเป็นปรมาจารย์ด้านคุณภาพ ที่เรานำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างดีสำหรับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมในโรงงานทั้งหมดทั้งปวงนี้ เพียงแค่การตรวจประเมินตนเองเพื่อดูว่าเราประกอบกิจการถูกต้องตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมหรือตามกฎหมายหรือไม่ เพื่อเป็น
“จุดเริ่มต้น” ของการปรับปรุง (ตามวิธีการข้อ 1ข้างต้น) ก็เกินพอแล้วเพราะถ้าทุกโรงงานทำได้แล้ว ปัญหาสิ่งแวดล้อมในบ้านเรา รับรองหายห่วง ครับผม!







