
เชื้อเพลิงจากป่า (ของเรา)
ฉบับที่ผ่านมาได้กล่าวถึงเรื่องของป่าไม้และการเผาถ่านไปบ้างแล้ว ดังนั้นเราจะกล่าวถึงไม้ยืนต้นที่เหมาะสำหรับปลูกเป็นฟืน หรือเป็นเชื้อเพลิงแก่ผู้อยู่อาศัยในชนบท ซึ่งประสบปัญหาในด้านเชื้อเพลิง เช่น ฟืน ถ่าน แก๊ส หรือน้ำมันเชื้อเพลิงอื่นๆ ที่ใช้ในการให้พลังงานความร้อนในครอบครัว
ไม้ฟืนซึ่งใช้เป็นเชื้อเพลิงนั้นนับเป็นแหล่งใหญ่ซึ่งเป็นหลักของพลังงานในประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย ยิ่งนับวันยิ่งทวีความสำคัญยิ่งขึ้น เพราะผู้คนกว่า 2,000 ล้านคน จำเป็นต้องพึ่งไม้ฟืนและถ่าน เพื่อการหุงหาอาหารหรือถนอมอาหารเอาไว้กินได้นานๆ โดยไม่เสียหาย ไม้ฟืนให้พลังงานถึง 93% จากพลังงานทั้งหมดในบางประเทศของแอฟริกา
เท่าที่สำรวจค้นพบว่าในเฮติก่อนเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ชาวเฮติถึง 84% ยังพึ่งไม้ฟืน แต่ผู้เขียนยังมองไม่เห็นเลยว่าชาวเฮติจะได้ไม้ฟืนมาเป็นเชื้อเพลิงได้จากแหล่งใด เพราะดูเหมือนป่าไม้ของประเทศนี้จะอันตรธานไปหมดแล้ว เรื่องนี้ผู้เขียนเขียนด้วยความห่วงใยในผู้ประสบเคราะห์กรรมเหล่านี้ และไม่เคยได้ข่าวคราวเลยว่า ประเทศไทยได้ให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกับเฮติบ้างหรือไม่
อีกประเทศซึ่งมีรายงานถึงการใช้ไม้ฟืนในปริมาณสูงก็คือประเทศภูฏาน ชาวบ้านที่นั่นใช้ไม้ฟืนจากป่ากันสูงถึง 97% แต่สำหรับประเทศที่อยู่ใต้ชะโงกเงื้อมของเทือกเขาหิมาลัยดังกล่าว ยังโชคดีนักหนาที่ป่าไม้คงสมบูรณ์ เพราะคนภูฏานมีจิตใจเป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติ อีกทั้งรัฐบาลภูฏานก็มีสมอง มีการปฏิบัติการป่าไม้ที่เอาจริงเอาจัง รักษาป่าไม้ส่วนใหญ่ของประเทศไว้ได้ ต่างจากหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ไม่มีปัญญารักษาป่าไม้ของชาติ ปล่อยให้มอด ปลวก คือชาวบ้านที่มีจิตใจละโมบโลภมากมาทำลายป่ากันทุกวี่ทุกวัน น่าเศร้าใจในประเทศที่มีแต่ความสิ้นหวังในอนาคตยิ่งนัก
สำหรับในประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ มีความต้องการไม้ฟืนมาเป็นเชื้อเพลิงในอัตราสูงถึง 8 เท่าตัวของการตัดโค่นไม้ซุงเพื่ออุตสาหกรรมเสียด้วยซ้ำ เป็นเรื่องเกินความรู้เดิมๆ ของเราใช่ไหมครับ
รายงานขององค์การระหว่างประเทศบางแห่งยืนยันว่าเกือบ 130 ล้านคน ไม่อาจหาไม้ฟืนมาใช้ได้อย่างพอเพียง นี่คิดย้อนวันเวลากลับไปถึง 30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อเวลาผ่านมาจนถึงปี 2543 ก็พบว่ามีชาวบ้านเกือบ 3,000 ล้านคน ขาดแคลนเชื้อเพลิงจากไม้ฟืนและถ่าน ดังนั้นเป็นของแน่ที่ปีนี้ พ.ศ.นี้ มีผู้คนไม่ต่ำกว่า 4,500 ล้านคน ขาดแคลนไม้ฟืนอย่างหนัก และนับเป็นปัญหาใหญ่หลวงสำหรับโลกทีเดียว
ว่ากันตามจริงแล้วสุขอนามัยของคนเรามักจะขึ้นอยู่กับไม้เชื้อเพลิง ทั้งนี้เพราะการหุงหาอาหารจะช่วยปลดปล่อยแร่ธาตุสำคัญในอาหารหลายชนิดออกมาให้มนุษย์ได้ใช้ในการทำนุบำรุงร่างกาย ในขณะที่อาหารจากพืชป่าหลายชนิดอาจเป็นพิษหากไม่ได้ความร้อนจากการหุงต้มให้เปลี่ยนรูปเสียก่อน
ซึ่งเมื่อไม้ฟืนหายากขึ้น ผู้คนจะกินอาหารกันสุกๆ ดิบๆ เพราะใช้เวลาหุงต้มสั้นลง หรืออาจแทบไม่ได้หุงหาให้สุกจริงๆ ชาวบ้านเมื่อไม่มีเชื้อเพลิงมาต้มน้ำให้เดือด โรคภัยไข้เจ็บจากเชื้อโรคก็มีอันตราย และมีอัตราการเกิดโรคสูงขึ้น โรคท้องร่วงท้องเดินเป็นอาการของโรค ซึ่งมีหลายสาเหตุจากแบคทีเรียและไวรัส โรคดังกล่าวสังหารชีวิตเด็กทารกอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ไปราว 45 ล้านคน เป็นประจำทุกปี
ต้นไม้ที่เหมาะจะปลูกเป็นไม้ฟืนเพื่อการหุงต้มและเผาถ่านควรเป็นไม้ต้นที่โตเร็ว ให้เนื้อไม้ที่แข็ง ให้พลังงานความร้อนเมื่อเผาไหม้และให้ความร้อนได้ทนนาน ตัวอย่างต้นไม้ ได้แก่ กระถินเทพา กระถินณรงค์ลูกผสม คือ (กระถินเทพากับกระถินณรงค์) สะเดาเทียม กระถินยักษ์ ยูคาลิปตัสทุกชนิด ไม้ซ้อ สะเดาอินเดีย มะขามเทศ สะแก และอื่นๆ







