
ประมงข้ามชาติ ภัยคุกคามที่ต้องจัดการ
อาจเป็นเรื่องไม่ค่อยน่าเชื่อ หากผมบอกว่ามีประมงต่างชาติรุกล้ำน่านน้ำของประเทศไทยเป็นประจำและเป็นจำนวนมาก
โดย...ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์
อาจเป็นเรื่องไม่ค่อยน่าเชื่อ หากผมบอกว่ามีประมงต่างชาติรุกล้ำน่านน้ำของประเทศไทยเป็นประจำและเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน กองทัพเรือจับเรือประมงเวียดนามเข้ามาหาปลาในทะเลไทยได้ถึง 47 ลำ และจับกุมลูกเรือได้มากกว่า 300 ราย
คุณคงสงสัย เป็นไปได้ไง ไหนว่าปลาในทะเลไทยแทบไม่มีเหลือแล้ว คำตอบมี 2 ประการครับ อันดับแรกคือ เรือพวกนั้นมาจับสัตว์น้ำที่คนไทยไม่สนใจ เช่น งูทะเล ฯลฯ รวมทั้งสัตว์หายากที่คนไทยไม่จับ หลายครั้งที่เราจับเรือต่างชาติได้และพบชิ้นส่วนเต่าทะเล โลมา หรือแม้กระทั่งวาฬเพชฌฆาตเทียมที่เป็นสัตว์หายากยิ่ง อีกเหตุผลคือการจับปลาเท่าที่หาได้ในสไตล์จับไม่เลือก เพราะทะเลห่างฝั่งยังพอมีปลาอยู่ อีกทั้งบริเวณทำประมงส่วนใหญ่อยู่ใกล้เขตแหล่งขุดเจาะปิโตรเลียม ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามีปลาอาศัยอยู่มาก
นอกจากนี้ เราอาจคิดว่าต่างชาติ เช่น เวียดนาม อยู่ห่างไกลจากไทย แต่ถ้าดูจากแผนที่จะเห็นว่าระยะทางจากแหลมญวนมาหาปลาในรอยต่อพรมแดนของไทย ใกล้กว่าระยะทางจากมหาชัยไปบริเวณนั้นด้วยซ้ำ เรือจำนวนมากจึงเดินทางมาจากบริเวณนั้น
การเข้ามาของเรือต่างชาติสร้างความช้ำใจให้ชาวประมงไทยที่พบเห็น หลายคนคิดว่าทีเรือไทยตรวจแล้วตรวจอีก ทีเรือต่างชาติกลับวิ่งกันเต็มไปหมด เรายิ่งช้ำใจเมื่อพบว่ามีเรือไทยชั่วๆ บางลำที่นำน้ำมันเถื่อนไปขายหรือซื้อสัตว์น้ำจากเรือเหล่านั้น ทำให้เรือต่างชาติสามารถหาปลาอยู่ในทะเลเราได้เป็นเวลานานโดยไม่ต้องกลับฝั่ง
ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี ภาครัฐไม่อาจนิ่งนอนใจ แต่เหตุการณ์เกิดขึ้นกลางทะเลห่างไกล หน่วยงานหลักจึงเป็นกองทัพเรือที่ต้องส่งเรือออกไปตรวจเป็นประจำ แต่เรือต่างชาติที่เข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้การจับกุมเท่าไหร่ก็ไม่หมด อีกทั้งยังเหมือนปัญหาจะหนักขึ้น เพราะสถิติบอกว่าเฉพาะในเดือน เม.ย.-ต้นเดือน พ.ค. เราจับเรือได้ถึง 20 ลำครับ
เมื่อจับเรือได้ เราต้องทำคดีส่งฟ้อง อย่างไรก็ตามปัญหาเรือต่างชาติเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและอาจมีช่องโหว่ตามกฎหมาย ทำให้บางครั้งไม่สามารถยึดเรือได้ หรือบางทีอาจมีโทษไม่รุนแรงเพียงพอ ซึ่งเมื่อเทียบกับการจัดการของประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซีย ที่ระเบิดเรือต่างชาติที่จับกุมได้ในน่านน้ำอยู่เป็นประจำ จนเป็นข่าวอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการเปรียบเทียบและรู้สึกว่าเราไม่เอาจริงเอาจังหรือเปล่า
ผมมีโอกาสสนทนากับนายทหารเรือหลายท่าน ทราบว่าเรากำลังพยายามแก้ไขปัญหา ทั้งในเรื่องของการยกระดับตรวจการณ์ในพื้นที่ ตลอดจนการปรับเปลี่ยนช่องโหว่ของกฎหมายและหาทางจัดการปัญหาให้เด็ดขาดยิ่งกว่าเดิม รวมถึงการประสานงานกับประเทศต้นทางที่เรือเหล่านั้นเข้ามา นั่นเป็นเรื่องน่ายินดีครับ แต่อยากจะเน้นย้ำว่าประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง รวมถึงความปลอดภัยของแหล่งผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทยที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน จนอาจเกิดปัญหาเรื่องความเชื่อใจในการดูแลความมั่นคงปลอดภัยในพื้นที่
จึงอยากนำเรื่องนี้มาบอกกล่าว เพื่อกระตุ้นเตือนให้สังคมทราบว่าเรามีปัญหานี้อยู่ จำเป็นต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนและจริงจัง เพื่อรักษาทรัพยากรของชาติ อีกทั้งยังสอดคล้องกับการปฏิรูปการประมงในประเด็น IUU ที่สหภาพยุโรปกำลังจะเข้ามาตรวจสอบและตัดสินใจ หนึ่งในประเด็นเหล่านั้นคือการปกป้องทรัพยากรไม่ให้มีการทำประมงจากเรือต่างชาติ ไม่ใช่แค่เร่งรัดดูแลเฉพาะประมงของไทยเพียงอย่างเดียว
ได้แต่หวังว่าเราจะสามารถแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไปได้ และอยากให้พวกเราคนไทยลองจับตาดูประเด็นนี้ และหาทางออกที่ เราจะช่วยกันทำต่อไปในอนาคตครับ







