
ยืนด้วยลำแข้ง ยุคลูกหนังเลี้ยงชีพ
ในอดีตพ่อแม่ผู้ปกครองมักพร่ำสอนบุตรหลานให้เรียนเก่งๆ โตมาจะได้เป็นหมอ ครู ตำรวจ ทหาร วิศวกร
โดย...มิวโกโตะ
ในอดีตพ่อแม่ผู้ปกครองมักพร่ำสอนบุตรหลานให้เรียนเก่งๆ โตมาจะได้เป็นหมอ ครู ตำรวจ ทหาร วิศวกร พยาบาล นั่นเพราะมองว่าอาชีพเหล่านี้มั่นคงเลี้ยงตัวเองได้ แต่ปัจจุบันเทรนด์อาชีพเริ่มเบนเข็มมายัง “กีฬา” มากขึ้น หลายบ้านเริ่มส่งลูกไปเรียนกีฬา เพื่อหวังว่าสักวันหยาดเหงื่อในสนามจะเปลี่ยนเป็นเงินก้อนโตในกระเป๋า
เกณฑ์การคัดเลือกกีฬาขึ้นอยู่ที่กำลังทรัพย์และความถนัดของผู้ปกครอง แต่ที่ฮิตสุดเวลานี้คงหนีไม่พ้นฟุตบอล เพราะมันง่ายลงทุนอุปกรณ์น้อย หลายครอบครัวฝันอยากให้เด็กๆ ในบ้านเติบโตไปเป็น “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา “ต้น” นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม หรือบรรดานักเตะทีมชาติไทย
แน่นอนในยุคการสื่อสารแบบ 4จี ทำให้เราเห็นชีวิตสวยหรูของนักฟุตบอลมากมาย รายได้หลักแสน (บางรายทะลุครึ่งล้าน) ขับรถหรู ปลูกบ้านหลังโต นั่นเพราะกีฬาลูกหนังบรรจุเป็นอาชีพแบบเต็มตัว แต่นั่นอาจเป็นเพียงฉากหน้าของผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จ ส่วนพวกดิวิชั่นล่าง ฟุตบอลเลี้ยงชีพไหวหรือไม่?
“เจ” จักรกริช บุญคำ อดีตลูกหม้อโอสถสภา ดีกรีไทยลีก ที่ยอมหั่นค่าเหนื่อยไปเล่นดิวิชั่น 2 กับทีมแพร่ ยูไนเต็ด พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าฟุตบอลลีกรากหญ้าสามารถใช้เลี้ยงชีพได้
“ตอนนี้ผมเล่นฟุตบอลอย่างเดียว รายได้ลดลงมาจากสมัยไทยลีก แต่ก็พอใช้เลี้ยงครอบครัวครับ ด้วยโอกาสมากกว่า เรายังอยากลงสนามอยู่ พอผู้ใหญ่ทีมแพร่มาทาบทามให้ไปช่วยดูแลน้องๆ ก็ตอบตกลง คิดว่าฟุตบอลยังใช้เลี้ยงตัวเองได้ ช่วงใกล้เลิกคงไปหาเรียนโค้ชอยู่กับวงการฟุตบอลต่อ” อดีตดาวเตะ กล่าว
อดีตแข้งเยาวชนโรงเรียนเทพศิรินทร์มองว่าปัจจุบันระดับดิวิชั่น 2 คล้ายกับเวทีปั้นเด็ก นักเตะวัยรุ่นเยอะ เกมรวดเร็ว บางคนฟอร์มดีพาทีมเลื่อนชั้นก็ได้เงินเพิ่ม หรือบางครั้งฟอร์มเตะตาทีมใหญ่อนาคตไกลไปเลยก็มี
“ฟุตบอลลีกดิวิชั่น 2 มันทำให้เด็กต่างจังหวัดมีโอกาสมากขึ้นครับ ผมเห็นหลายคนเริ่มจากดิวิชั่น 2 แต่ตอนนี้เป็นตัวหลักกับทีมไทยลีกไปแล้ว นั่นคือโอกาสที่ดีสำหรับคนที่มีความมุ่งมั่นและพยายามที่จะไปตามความฝัน ในฟุตบอลถ้าคนไหนพัฒนาไปได้ต่อ เรื่องรายได้มันจะตามมาเอง” จักรกริช ทิ้งท้าย
เท่าที่ได้พูดคุยกับคนในแวดวงสรุปคร่าวๆ ปัจจุบันรายได้นักเตะไทยระดับดิวิชั่น 2 สตาร์ทที่หมื่นต้นๆ (ไม่นับแข้งฝากซ้อม) ไปจนถึง 5 หมื่นบาท (ถ้ามีดีกรีติดตัว) ซึ่งหลายคนอยู่ได้สบาย เพราะส่วนใหญ่ยังเรียนระดับมหาวิทยาลัยหรือมีสังกัดอยู่กับอะคาเดมีสโมสรดัง ขณะที่ดิวิชั่น 1 เริ่มต้นมี 2-3 หมื่นบาท ใครดังหน่อยก็ไปถึงแตะหลักแสน ส่วนไทยลีกถ้ายึดตัวจริงได้ รับทรัพย์แสนอัพไปจนทะลุครึ่งล้านต่อเดือน
ดูเหมือนว่าโลกของฟุตบอลยุคนี้สามารถเลี้ยงชีพได้สบาย ทว่าความเสี่ยงของอาชีพก็มีแอบซ่อนอยู่ เช่น อายุการใช้งานสั้นเฉลี่ยไม่น่าเกิน 35 ปี ดังนั้นต้องรีบโกยตั้งแต่เยาวชน หรือบางรายโชคร้าย เตะๆ อยู่นายทุนสโมสรถอดใจเลิกสนับสนุนสโมสร ค้างจ่ายเงินเดือน จุดนี้คนจะก้าวเข้าสู่ถนนสายลูกหนังต้องรู้จักวางแผนสำรอง
“เจ๋ง” ยุทธพงษ์ ศรีละคร อดีตกองหลังจอมเก๋าของ สระบุรี เอฟซี ถึงขั้นเดินสายขึ้นชกมวยเลี้ยงชีพชั่วคราว หลังทีมขุนศึกเจอวิกฤตการเงินจนถูกปรับร่วงตกชั้นเมื่อช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ชะตาฟ้าหลังฝนก็ขีดให้แข้งวัย 30 ปี ได้รับปลอกแขนกัปตันทีมกับ สุโขทัย เอฟซี ในเวลาต่อมาไม่นาน
“ตอนนั้นต้องทบทวนอนาคตเพราะเพิ่งหมดสัญญากับสโมสร ซึ่งมีภาระหลายอย่างต้องรับผิดชอบ ผมเคยเป็นนักมวยมาก่อน ช่วงปิดลีกก็หารายได้พิเศษด้วยการเดินสายชกมวย เพื่อนำเงินมาจุนเจือครอบครัว รวมไปถึงลดค่าใช้จ่ายในช่วงที่ไม่มีรายได้ ตอนนี้ฟุตบอลให้อนาคตใหม่อีกครั้งที่สุโขทัยครับ เมื่อไม่สูงต้องเขย่ง เมื่อไม่เก่งต้องขยันครับ” เจ้าเจ๋ง กล่าว
หากเทียบกับวุฒิปริญญาตรีที่ได้เงินเดือนขั้นต่ำ 1.5 หมื่นบาท ฟุตบอลอาชีพถือว่าตอบโจทย์การเลี้ยงชีพในยุคใหม่ แต่จะรวยน้อยรวยมาก คงขึ้นอยู่กับฝีเท้า และโชคชะตา







