
พลังของการถาม..ถามอย่างไรให้ได้สิ่งที่คุณต้องการ
สังคมที่ “ความเกรงใจเป็นสมบัติของผู้ดี” คนไทยมีแนวโน้มที่หลีกเลี่ยงการถาม ซึ่งทำให้หลายคนพลาดโอกาสดีๆ ไปอย่างน่าเสียดาย ไม่กล้าที่จะถามไม่อยากเป็นคนเยอะ แต่ลึกๆ แล้วก็กลัวการถูกปฏิเสธ กลัวได้ยินคำว่าไม่ สิ่งที่น่าเศร้าก็คือ เราปฏิเสธตัวเองล่วงหน้าปฏิเสธตัวเองก่อนที่คนอื่นจะมีโอกาสปฏิเสธเราซะอีก เราทึกทักไปเองว่าเขาจะมีปฏิกริยาอย่างนั้น แต่ลองคิดดู ถ้าเราถามดีๆ แล้วเขาปฏิเสธ จริงๆ เราไม่ได้เสียอะไรเลยเมื่อเทียบกับก่อนการถาม แต่ถ้าเขาตอบรับ ก็เยี่ยมเลย แค่คุณตั้งใจและลองถาม คุณอาจได้ส่วนลดพิเศษ ได้ของแถม ได้อัพเกรดห้องพัก ได้แฟนใหม่ ได้ขึ้นเงินเดือน ได้ทำงานในส่วนที่ชอบ ได้ยอดขายเพิ่มขึ้น ทำไมไม่ลองดูล่ะ
สังคมที่ “ความเกรงใจเป็นสมบัติของผู้ดี” คนไทยมีแนวโน้มที่หลีกเลี่ยงการถาม ซึ่งทำให้หลายคนพลาดโอกาสดีๆ ไปอย่างน่าเสียดาย ไม่กล้าที่จะถามไม่อยากเป็นคนเยอะ แต่ลึกๆ แล้วก็กลัวการถูกปฏิเสธ กลัวได้ยินคำว่าไม่ สิ่งที่น่าเศร้าก็คือ เราปฏิเสธตัวเองล่วงหน้าปฏิเสธตัวเองก่อนที่คนอื่นจะมีโอกาสปฏิเสธเราซะอีก เราทึกทักไปเองว่าเขาจะมีปฏิกริยาอย่างนั้น แต่ลองคิดดู ถ้าเราถามดีๆ แล้วเขาปฏิเสธ จริงๆ เราไม่ได้เสียอะไรเลยเมื่อเทียบกับก่อนการถาม แต่ถ้าเขาตอบรับ ก็เยี่ยมเลย แค่คุณตั้งใจและลองถาม คุณอาจได้ส่วนลดพิเศษ ได้ของแถม ได้อัพเกรดห้องพัก ได้แฟนใหม่ ได้ขึ้นเงินเดือน ได้ทำงานในส่วนที่ชอบ ได้ยอดขายเพิ่มขึ้น ทำไมไม่ลองดูล่ะ
จิรโรจน์ ติกกะวี Director สลิงชอท กรุ๊ป มีสี่เคล็ดลับการถาม ให้ได้สิ่งที่คุณต้องการ จากหนังสือเรื่อง “The Aladdin Factor” โดย Mark Hansen และ Jack Canfield เล่าให้ฟังถึงวิธีที่ช่วยเพิ่มโอกาสที่จะได้สิ่งที่เราถามหรือขออย่างง่ายๆ แต่ได้ผล
1.ถามให้เหมือนว่าคุณคาดหวังว่าคุณจะได้รับมัน...บางคนถามแบบแบ่งรับแบ่งสู้ คุณไม่ให้ก็ไม่เป็นไร เชื่อไหมถ้าคุณแสดงออกว่าคุณคาดว่าจะได้ หลายครั้งอีกฝ่ายจะพยายามหาทางทำให้คุณ
2.ให้สมมติว่าคุณมีสิทธิที่จะร้องขอหรือได้มัน...คิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะขอหรือถาม มันเป็นสิทธิของคุณในการขอการอัพเกรดเป็นห้องที่ดีกว่าได้ ถ้ามีพนักงานเขายินดีจะให้อยู่แล้ว ถ้าไม่ขอก็ไม่ได้
3.ถามหรือขอกับคนที่ให้กับคุณได้...คือถามให้ถูกคน หัวใจคือหาคนที่มีอำนาจในการให้กับคุณได้ บางครั้งคุณอาจต้องขอพูดกับผู้จัดการ ในการต่อรองเงื่อนไขในสัญญาสำคัญกับลูกค้า คนที่มีอำนาจตัดสินใจให้สิ่งที่คุณต้องการได้ อย่าเสียเวลาต่อรองกับคนที่ช่วยประสานงานให้กับคุณ
4.ขออย่างเฉพาะเจาะจง คุณต้องชัดเจนในสิ่งที่คุณอยากได้...ถ้าอยากได้ส่วนลดหรือเงินเดือนขึ้น ระบุไปเลยว่าอยากได้เท่าไหร่ กี่เปอร์เซ็นต์ อยากได้ทำงานในสายงานหรือโครงการใหม่ๆ ระบุไปเลยว่าอยากได้งานแบบไหน อยากเรียนรู้เรื่องอะไร มันเป็นหน้าที่ของผู้ตอบ ที่จะบอกว่าให้ได้หรือไม่ได้ หรือเขาจะให้ได้เท่าไหร่
แค่ลองนึกถึงสิ่งที่คุณอยากได้หรืออยากให้เกิดขึ้น แต่ยังไม่ได้ถาม เขียนรายการเหล่านั้นออกมาแล้วลองใช้หลักการข้างต้นไปลองถามดู คุณอาจจะได้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างที่คุณคาดไม่ถึง







