posttoday
สงกรานต์ ภัยแล้งและนิสัยใช้น้ำของคนไทย

สงกรานต์ ภัยแล้งและนิสัยใช้น้ำของคนไทย

14 เมษายน 2559

โดย...อินทรชัย พาณิชกุล

โดย...อินทรชัย พาณิชกุล

ไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปี

จากการเปิดเผยของ รศ.ดร.เสรี ศุภราทิต ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ ระบุว่า ปี 2559 ปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักอย่างเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เหลือเพียง 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ทำให้กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักสุดหนีไม่พ้นเกษตรกรที่ใช้น้ำมากถึง 75% ของทั้งหมด รองลงมาคือ รักษาระบบนิเวศ 18% อุปโภคบริโภค 4% และอุตสาหกรรม 3%

ปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวกระตุ้นให้ปัญหาภัยแล้งเข้าสู่วิกฤตเร็วขึ้นคือ พฤติกรรมการใช้น้ำที่สิ้นเปลือง

ข้อมูลจากการประปานครหลวง (กปน.) ระบุว่า คนไทยใช้น้ำสิ้นเปลืองเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน คิดเป็น 119 ลิตร/วัน/คน รองจากสิงคโปร์ 165 ลิตร/วัน/คน และฟิลิปปินส์ 164 ลิตร/วัน/คน ขณะเดียวกันจากการสำรวจขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) พบว่า ประเทศไทยเป็น 1 ใน 10 ของประเทศที่ใช้น้ำมากที่สุดในโลก รองจากประเทศอินเดีย จีน สหรัฐอเมริกา ปากีสถาน และญี่ปุ่น

ยกตัวอย่างพฤติกรรมการใช้น้ำในชีวิตประจำวันของภาคครัวเรือนที่ถือว่าสิ้นเปลือง เช่น การแปรงฟันที่ปล่อยให้มีการไหลของน้ำตลอดเวลา เสียน้ำไป 27 ลิตร ล้างหน้าเสียน้ำ 18 ลิตร โกนหนวด 18 ลิตร ล้างจาน 90 ลิตร ซักผ้า 180 ลิตร อาบน้ำ 90 ลิตร ล้างรถ 135 ลิตร รดน้ำสนามหญ้า 5 ลิตร เป็นต้น

วิวัฒน์ชัย รัตนะรัต รองผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) บอกว่า สาเหตุที่คนไทยใช้น้ำเปลืองมาจากทัศนคติว่าค่าน้ำประปาราคาถูก และคิดว่ามีน้ำให้ใช้ไม่จำกัด จึงพากันใช้อย่างฟุ่มเฟือย ที่สำคัญคือ กิจกรรมที่ใช้น้ำล้วนเป็นกิจกรรมที่สร้างความสุข เช่น ล้างรถ รดน้ำต้นไม้ อาบน้ำสุนัข แถมบางคนใช้เทคโนโลยีเกี่ยวกับการใช้น้ำที่เพิ่มความสิ้นเปลือง เช่น ติดตั้งสปริงเคลอร์ ซื้อเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงมาใช้ ทั้งหมดจึงทำให้น้ำถูกใช้ไปเยอะมากในทุกกิจกรรม

ไฮไลต์ที่กำลังถูกจับตามองเป็นพิเศษอยู่ที่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้

จากสถิติการใช้น้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ย้อนหลัง 3 ปี พบว่า การใช้น้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลระหว่างวันที่ 11-15 เม.ย. อยู่ที่ 4.5-5.2 ล้านลูกบาศ์เมตร/วัน มาปีนี้ผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลจึงเชิญชวนให้คนไทยใช้น้ำอย่างประหยัด ด้วยการเปลี่ยนมาใช้ฟ็อกกี้ (กระบอกฉีดน้ำแบบละออง) ฉีดเบาๆ แทนการสาดใส่กันอย่างบ้าคลั่ง ประกอบกับล่าสุดทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้วางแผนจัดงานสงกรานต์โดยจะควบคุมการเล่นสาดน้ำทุกตารางนิ้ว เริ่มจากยกเลิกแท็งก์เติมน้ำ 24 จุด ยกเลิกอุโมงค์น้ำขนาดใหญ่ที่ให้บริการนักท่องเที่ยวแบบไร้ขีดจำกัด ห้ามรถขนน้ำและรถบรรทุกอุปกรณ์เล่นน้ำเข้าไปในถนน 33 สาย ฝ่าฝืนถูกปรับเงิน ฯลฯ ภายใต้คำขวัญ “สงกรานต์แบบไทย ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า” เช่นเดียวกับแหล่งเล่นน้ำสงกรานต์ชื่อดังอย่างถนนข้าวสาร สีลม เชียงใหม่ ฯลฯ ต่างขานรับนโยบายสงกรานต์ประหยัดน้ำด้วยการลดจำนวนวันจัดงานน้อยลง และจะยุติกิจกรรมโดยพร้อมเพรียงกันในเวลา 21.00 น.

แม้ยังไม่ถึงขั้นประกาศสั่งงดเล่นสงกรานต์ เนื่องจากเป็นประเพณีเก่าแก่ดีงามที่สืบทอดกันมานานนับร้อยปี ทว่าการรณรงค์ประหยัดน้ำของหน่วยงานต่างๆ ที่ออกมาดำเนินการอย่างแข็งขัน รวมถึงสถานการณ์ข่าวภัยแล้งรายวันอันน่าเป็นห่วง มีแนวโน้มว่าจะทำให้ประชาชนตระหนักถึงพฤติกรรมการใช้น้ำของตัวเองมากขึ้นกว่าปีก่อนๆ

รอดูกันว่า สงกรานต์ปีนี้คนไทยจะใช้น้ำน้อยกว่าปีที่ผ่านมาหรือไม่

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล