
จาก 'ตำนาน' หวิดเป็น 'ซาตาน'
...เด็กสวนฯ
หากกล่าวถึง
“ชูมี” มิชาเอลชูมักเกอร์ ยอดตำนานนักขับศึกฟอร์มูลาวัน กรังด์ปรีซ์ ที่มีดีกรีแชมป์โลก 7 สมัย คงยากที่ใครจะบอกว่าไม่รู้จักเขาแน่ โดยเฉพาะแฟนกีฬาความเร็วชูมักเกอร์ ได้รับฉายา
“ไส้กรอกบิน” สมัยที่ยังรุ่งโรจน์อยู่กับทีม “ม้าลำพอง” เฟอร์รารี ก่อนจะประกาศแขวนพวงมาลัยหลังจบฤดูกาล 2006ไม่รู้เป็นเพราะจอมซิ่งเย้ยมฤตยูวัย 41 จากเยอรมนี ยังหลงใหลกลิ่นสาบพวงมาลัย (ก็ทีนักมวยยังหลงกลิ่นสาบนวมเลย) หรือกลิ่นน้ำมันที่เครื่องยนต์เผาผลาญออกมา ก็ไม่รู้ได้ ชูมี จึงหวนคืนกลับสู่สนามแข่งอีกครั้งกับทีมเมอร์เซเดส จีพี
ซึ่งนับแต่รีเทิร์นสู่แทร็กในซีซันนี้ หลังว่างเว้นไปถึง 3 ปี เขายังหาความสำเร็จไม่เจอ หรือพูดง่ายๆ คือ ไม่เหลือลายแห่งความยิ่งใหญ่ในอดีตเอาซะเลย
บางคนบอกให้เขาเลิก เพราะหมดยุคแล้ว แต่หลายคนก็เชื่อว่า เขาอาจจะกลับมาทวงบัลลังก์ได้อีกครั้ง ซึ่งต้องใช้เวลาอีกสักระยะ อาจจะเป็นปีหน้าก็เป็นได้
แต่แล้วเมื่อถึงการชิงชัยศึกเอฟวันสนามที่ 12 ของปีนี้
“ฮังกาเรียน กรังด์ปรีซ์” ณ ฮังการอริง เซอร์กิต ประเทศฮังการี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ปรากฏว่า มีเหตุการณ์หวาดเสียวเกิดขึ้นในรอบที่ 66 (แข่งทั้งหมด 70 รอบ) ซึ่งทำเอาคนดูรอบสนามถึงกับกรีดร้องกันสนั่นเลยเมื่อ ชูมักเกอร์ หักล้อเข้าเบียดรถของ รูเบนส์ บาร์ริเคลโล นักซิ่งชาวบราซิล ทีมวิลเลียมส์ที่กำลังวิ่งไล่บี้และพยายามจะแซงขวาขึ้นหน้า
รถทั้งคู่กำลังวิ่งด้วยความเร็วไม่มากนักหรอก เข้าใกล้มัจจุราชนิดเดียวเอง แค่ประมาณ 190 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 304 กิโลเมตร/ชั่วโมงเท่านั้น แต่โชคดีของทั้งคู่ที่นักซิ่งแซมบาวัย 38 สามารถเร่งแซงพรวดพ้นไปได้อย่างเฉียดฉิว ชนิดที่แก้มขวาเกือบจะถูกับกำแพงอยู่แล้ว
สงสัยจริงๆ ว่าช่วงนั้นหากมีใครจามสักคนหนึ่ง คงชนกันเละเทะแน่เลย ไม่อยากนึกภาพเลยจริงๆ
“
มันแย่มาก เขา (มิชาเอล) น่าจะถูกโบกธงดำไล่ออกจากสนามข้อหาขับอันตราย” บาร์ริเคลโล ส่งวิทยุแจ้งทีมงานหลังรอดตายหวิว ก่อนจะเข้าเส้นชัยอันดับ 10 โดยมี ชูมี เข้าที่ 11แอนโธนี เดวิดสัน อดีตนักขับเอฟวัน ที่หันมาจัดรายการวิทยุให้ บีบีซี เรดิโอ 5 ถึงกับออกปากว่า
“
จะเอากันถึงตายเลยหรือนี่”เช่นเดียวกับ อเล็กซ์ เวิร์ซ นักซิ่งเอฟวันรุ่นเก่าอีกคน ก็เห็นด้วย โดยบอกว่า
“
มันก้าวข้ามเลยความเป็นกีฬาไปมากแล้วนะ และเขาก็เจตนาซะด้วย หากเกี่ยวกันหน่อยเดียวถึงแก่ชีวิตแน่”แต่ที่ประณามแรงสุดๆ น่าจะเป็น โจนาธาน แม็คอีวอย คอลัมนิสต์ของเดลีเมล์ ออนไลน์
“
ควรอำลาวงการไปได้แล้ว หากหวังรีเทิร์นเพื่อมาฆ่าเพื่อนนักขับด้วยกันแบบนี้”หลังจบการแข่งขัน บาร์ริเคลโล ที่เคยเป็นเพื่อนร่วมทีมเฟอร์รารีกับ ชูมักเกอร์ มา 6 ปี ถึงกับบอกว่า โชคดีที่รอดชีวิตมาได้ พร้อมยืนยันว่ายังไม่ต้องการไปสวรรค์ตอนนี้ หาก ชูมี อยากไป ก็เชิญคนเดียวก่อนเลย
ในที่สุด สหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (เอฟไอเอ) สั่งลงโทษ ชูมักเกอร์ ลดอันดับสตาร์ต 10 กริด ในสนามหน้าที่
“เบลเยียม กรังด์ปรีซ์”วันที่ 29 ส.ค.นี้ .....แค่นั้นเองทั้งที่ บาร์ริเคลโล เกือบได้ไปเจอ ไอร์ตันเซนนา ตำนานนักขับชาติเดียวกัน ซึ่งเสียชีวิตระหว่างแข่งศึกซานมาริโน กรังด์ปรีซ์ 1994 จากอุบัติเหตุรถเสียหลักหลุดโค้งชนกำแพงคอนกรีตด้วยความเร็ว 131 ไมล์/ชั่วโมง (ราว 209กิโลเมตร/ชั่วโมง)
เดี๋ยวจะไม่เป็นธรรมกับ ชูมักเกอร์ ลองมาฟังความอีกด้านดูบ้าง
“
ไม่มีอะไรจะพูดมากนัก ผมเบนรถเข้าไปหาก็จริง แต่ก็เห็นได้ชัดว่าผมรีบเปิดทางด้านขวาให้แซงโดยเร็ว มันมีช่องพอ แต่เขา (รูเบนส์) จี้ใกล้เกินไปจนดูน่าหวาดเสียว เราไม่ได้โดนแม้แต่นิดเดียวเลย” ชูมี กล่าวสำหรับ นอร์เบิร์ต ฮาอุก ประธานบริหารทีมเมอร์เซเดส ก็ออกมาปกป้อง ชูมักเกอร์ โดยยืนยันว่า นักขับของเขาไม่ได้ทำอะไรผิดมากมายนัก และมันดูน่าตื่นเต้นด้วยซ้ำไปกับการเบียดแซงกันแบบนั้น แถมยังผิดหวังกับบทลงโทษด้วย
“
แค่ขับบล็อกไม่ให้แซงเท่านั้นเอง ไม่มีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้น ไม่มีการชนกันสักหน่อย” นายใหญ่เมอร์เซเดส กล่าวช่างปกป้องกันดีแท้ ยังไงปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า เพราะหากมีโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นในวันนั้น มันมีแต่สูญเสีย แถมมีสิทธิ
“ไปเถิดทั้งคู่ ไปสู่ประตูสวรรค์” (เอ๊ะ! นี่มันเพลงลูกทุ่งนี่หว่า)






