
เตรียมรับมือกับ Trend 2011
....สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ
แฟชั่นนิสตาทั้งหลายพร้อมรับมือเทรนด์เครื่องประดับปี 2011 กันหรือยัง... แฟชั่นเครื่องประดับที่มีความสวยงามและเหล่านักออกแบบที่มีแนวคิดที่จะสรรค์สร้างผลงานในรูปแบบใหม่ๆ โดยการนำวัสดุแปลกๆ และเส้นสายลายเส้นต่างๆ ที่ไม่หยุดนิ่งมาผนวกกันอย่างพิถีพิถันและลงตัว ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอระย้ายาวที่ไม่จำกัดรูปแบบที่ตายตัว บางชิ้นอาจดูเหมือนเรียบง่าย แต่แอบแฝงความแพรวพราวเพราะใส่ลูกเล่นมากมาย หรือจะเป็นสร้อยข้อมือที่มีความหนา รวมไปถึงต่างหูแบบติดแนบหูที่ไม่ได้ใหญ่เวอร์เกินพอดี หรือจะเป็นกำไลข้อมือที่มีขนาดใหญ่เล็กไม่เท่ากัน แต่นำมาใส่ร่วมกัน ทั้งหมดนี้สามารถเรียกร้องความสนใจจากผู้คลั่งไคล้การช็อปปิ้งได้เป็นอย่างดี
รูปแบบ Trend 2011
1) Neo Line รูปร่างของเส้นสายที่เกิดขึ้นมาใหม่จากการวาด สามารถนำมาผลิตเป็นชิ้นงานที่น่าสนใจจนทำให้รูปทรงเรขาคณิตแบบเดิมๆ นั้นดูล้าหลังไปไม่น้อยทีเดียว อาจเป็นเส้นที่เกิดจากการบิด หรือความโค้งของวัสดุสองสิ่งที่สามารถนำมาเชื่อมต่อกัน ทำให้เกิดความน่าสนใจในชิ้นงาน ดังนั้น Neo Line จึงเป็นลักษณะการนำเสนอของรูปแบบงานจิวเวลรีที่ไม่ซ้ำซากและแตกต่างไปจากเดิม
2) True Color สีแท้ของวัสดุ เช่น ทอง ทองคำขาว และพิงก์โกลด์ เป็นที่น่าสนใจ หรือจะเป็นพลอยหลากสี ที่มีการนำเสนอในรูปแบบของสีที่เป็นอารมณ์เดียวกันในลักษณะโมโนโทน เช่น ถ้าเลือกที่จะใช้สีเหลืองก็เหลืองหมด หรือจะเป็นเหลืองแบบไล่เฉดสีที่ใกล้เคียงกัน
ในปี 2011 ผู้บริโภคแถบตลาดยุโรปจะนิยมเครื่องประดับสีพิงก์โกลด์ เพราะให้ความรู้สึกสง่างามและเข้ากับสีผิวได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ ทองคำขาว หรือทองจะเป็นที่นิยมน้อยกว่า
3) Graphic Layer การทับซ้อนที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงแต่เป็นการนำรูปทรงมาต่อกัน ทำให้ได้อารมณ์เสมือนเป็นมิตินูนต่ำ ดูซับซ้อน แต่ถ้ามองในมุมด้านข้างจะเป็นเพียงระนาบเดียวเท่านั้น นับเป็นการออกแบบที่น่าสนใจ และแปลกตาโดยแท้จริง ยกตัวอย่างแบรนด์ Louis Vuitton ที่นำรูปวงกลมในลักษณะต่างๆ มาจัดวางรวมกันเป็นสร้อยคอที่มีลักษณะเฉพาะและดูแตกต่างจากสร้อยคอทั่วไป ตรงที่ดูแล้วเสมือนกับรูปทรงกลมเหล่านั้นรายเรียงซ้อนกันอยู่ แต่ที่จริงแล้วนั้นคือการวางต่อกันซึ่งเป็นเทคนิคการวางที่ทำให้เหมือนกับทับซ้อนกัน
เทรนด์จิวเวลรี 2011 มีความน่าสนใจที่พิศวงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ลายเส้นในการออกแบบ หรือสีจากความเป็นธรรมชาติของวัสดุนั้นๆ หรือจะเป็นการซ้อนทับของวัตถุที่มีการจัดวางแบบต่อๆ กัน ก็เป็นแนวความคิดและเทคนิคที่สามารถนำไปออกแบบเครื่องประดับในปีหน้า เพื่อให้ลูกค้าสะดุดใจได้ไม่ยาก







