
ข้ามผ่านทุกช่วงชีวิต อากฤษฏ์ บุญใหญ่
แร็ปเปอร์ หนุ่มแบงก์ ครีเอทีฟ นักเขียน และบรรณาธิการ เขาทำมาหมดแล้ว แม้วันนี้จะได้เป็นผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์ด้วย ตัวตนแท้ก็ไม่แปรเปลี่ยนไป
แร็ปเปอร์ หนุ่มแบงก์ ครีเอทีฟ นักเขียน และบรรณาธิการ เขาทำมาหมดแล้ว แม้วันนี้จะได้เป็นผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์ด้วย ตัวตนแท้ก็ไม่แปรเปลี่ยนไป
โดย....ณัฐพล ช่วงประยูร
สำเนียงภาษาแม้จะเจืออังกฤษ แต่ก็ค่อนมาทางไทย เข้าใจได้ไม่ยาก ทว่า อากฤษฏ์ บุญใหญ่ หรือ เบน หนุ่มลูกครึ่งไทยอังกฤษ วัย 29 ปี นั่งสนทนากับผมอยู่ที่ร้านกาแฟเล็กๆ แห่งหนึ่งกลางกรุง
ผู้ประกาศข่าวภาคภาษาอังกฤษ ช่อง 11 เอ็นบีที หรือ สทท. (สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์) ในช่วงเช้าตรู่ เป็นหน้าที่กรุ่นๆ ที่อากฤษฏ์ได้รับมอบหมายจากโพสต์ พับลิชชิง ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา นอกจากหน้าหล่อเท่แล้วเสียงยังเข้มใสชวนฟัง บวกกับความคล่องแคล่ว ฉะฉาน งานนี้จึงไม่ได้ยากเกินความสามารถเลย
จาก ด.ช.ถึงนายอากฤษฏ์
“ผมเกิดและเติบโตที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ จบปริญญาตรีด้านดนตรี (Music Production) ที่มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ งานแรกเป็นเทย์เลอร์ที่ธนาคารแห่งหนึ่งในลอนดอน วันหนึ่งจะได้โปรโมตเป็นผู้จัดการก็ตัดสินใจลาออก เพราะค้นพบว่าตัวเองไม่ได้จะใช้ชีวิตแบบหนุ่มแบงก์ไปตลอด แล้วก็บินมาเมืองไทย”
การมาเมืองไทยคราวนั้น เขาเริ่มต้นงานผู้ประกาศข่าวทางวิทยุและบรรณาธิการข่าวเช้าของเรดิโอ ไทยแลนด์ ไม่ทันครบปี ไฟแรงๆ ของคนหนุ่มรุ่นกับความทะเยอทะยาน มานะบากบั่น ก็ทำให้เขาไปต่อในสายงานสร้างสรรค์ที่เฝ้ารอ
แม้ว่าจะเติบโตมากับแม่ชาวอังกฤษ (ในลอนดอน) และพ่อชาวไทย (ที่ย้ายกลับมา) แต่ความคิดรักอิสระก็เป็นไปในแบบของเขาเอง ลูกคนเดียวคนนี้กับครอบครัวไม่ได้อบอุ่นลึกซึ้ง เขาเลือกหนทางที่ค้นหา ด้วยสองมือสองเท้าและหนึ่งหัวใจที่มี
งานสร้างสรรค์กับวันอิสระ
น้อยคนจะทราบว่าเขาคือแร็ปเปอร์ที่ร้องเพลงออกวิทยุในลอนดอนจนมีกรุ๊ปปี้ไม่น้อย หนทางของดนตรีที่เลือกเรียนในช่วงอุดมศึกษามาจากความสนใจเต็มขั้นที่มีต่อการฟังเพลง และหัวใจสร้างสรรค์ศิลปะแขนงนี้
“ผมทัวร์ร้องเพลงหลายเมืองในอังกฤษ ใหญ่สุดที่เคยทำ คือขึ้นคอนเสิร์ตเวทีเดียวกับมาดอนนา แต่ว่าไม่ใช่วอร์มอัพซะทีเดียว สถานที่และเวทีเดียวกัน แต่คนละงาน ตอนนั้นอายุได้สัก 19-20 ปี พอมาเมืองไทยความสนใจพวกนั้นยังคงอยู่ มีไปแข่งขันการเป็นดีเจรายการต่างๆ สไตล์คอมเพทิชัน คาเฟ่เดอม็อก และรูต ได้รางวัลอันดับ 2 มาครอง แล้วได้เป็นดีเจที่คลับอยู่พักหนึ่ง มีร้องเพลงด้วย แต่เขาให้เราเป็นคนนำ โยว โยว ไม่ใช่ให้เราเป็นอาร์ติสต์เต็มที่ก็เลยหยุด”
จากนั้นเขาก็เริ่มงานครีเอทีฟ และการทำดนตรีประกอบโฆษณา เป็นฟรีแลนซ์ ขณะที่เริ่มต้นงานนักเขียนที่นิตยสารกูรู หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ไปพร้อมกัน กระทั่งได้รับตำแหน่งบรรณาธิการเมื่อกว่า 2 ปีที่ผ่านมา
“เป็นงานที่ทำนานสุดเลย รู้ว่าเหมาะกับเรา มันสร้างสรรค์ได้มาก จากนักเขียน แล้วก็มาเป็น บก. ผมสนุกที่ได้ดูทิศทาง คอนเทนต์ ดีไซน์ และยังได้ช่วยคนอื่นๆ หาคาแรกเตอร์การเขียนงานด้วย เราเห็นผลงานทุกสัปดาห์ มันพิสูจน์ว่าเราเต็มที่แล้วแค่ไหน กระทั่งก้าวมาเป็นผู้ประกาศข่าว ช่อง สทท. ช่วงเวลา 07.40-08.00 น. ตอนนี้อ่าน พุธศุกร์ ยอมรับเลยว่างานนี้ให้เราต้องจัดการเวลามากขึ้น”
หัวใจอีกเสี้ยว
หนุ่มหล่อเพลย์บอย และอดีตแร็ปเปอร์สุดฮอตอย่างเบน แต่งงานในวัย 25 ปี กับสาวที่คลุกคลีกัน 1 ปี ฟังดูแล้วน่าปลื้มปนทึ่ง
“เราทำงานบริษัทเดียวกัน แล้วเขาก็จีบผม เราอยู่ด้วยกันบ่อย เขาเป็นคนน่าทึ่งมากที่ความคิด เป็นคนไทยที่ไม่ได้ติดอยู่กับอะไรอย่างไทย ความเกรงใจ ระบบ เราเหมือนคนคนเดียวกัน (หัวเราะ) ผมเองก็อยากหยุดชีวิตการเปลี่ยนคนคบไปเรื่อย แล้ว 1 ปีผ่านไปผมก็ขอเขาแต่งงาน”
ปัจจุบันเบนกับภรรยามีพยานรักเป็นนางฟ้าตัวน้อย 3 ขวบ ชื่อ ไซแอน (Cyan) ทำให้พ่อหนุ่มคนนี้ต้องหวงห่วงลูก ชนิดไปค้างอ้างแรมต่างจังหวัดไม่ได้เกินคืนทีเดียว
“ผมรักอิสรเสรี ไม่ติดเพื่อน หรือมีใครมาช่วยเหลือ ไม่ต้องมีครอบครัวก็ได้ แต่พอแต่งงาน มีลูก ผมเองก็เปลี่ยนนะ (หัวเราะ) วันเสาร์อาทิตย์ ตื่นมา 7 โมงเช้าแล้ว แดดดี้ ไซแอนจะดูการ์ตูน เราไม่มีเวลาแบบหนุ่มโสดอีกแล้วล่ะ และผมก็จะให้วันเสาร์เป็นวันครอบครัว ขลุกอยู่กับเขาตลอด ไซแอนโตเร็วมาก ไม่รู้ทำไมพูดได้สารพัด มีประโยคฉลาดๆ หรือท่าทางกวนๆ ผมว่าเราเรียนรู้จากลูกเยอะครับ แต่สิ่งที่ยากไม่ใช่การดูแลกายภาพ เป็นเรื่องของวิธีสอนเขามากกว่า”
ศิลปะการต่อสู้ การดื่มชา และการทำกับข้าว
“ตอนเด็ก คุณพ่อมักจะพาไปวัดไทยในลอนดอน แล้วก็จับผมนั่งสวดมนต์ อยู่กับพระ ตามประสาเด็กก็เบื่อมาก จนวันหนึ่งหันไปเห็นเขาเตะแพนชิงแบ็กอยู่ ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าคือ มวยไทย และผมก็เริ่มต้นมันแทนกิจกรรมของพ่อ (หัวเราะ) ผมก็ยังมีวิชาติดตัวมาตลอด แล้วตอนเรียนแมนเชสเตอร์ ก็ชวนเพื่อนไปเรียนกังฟูเส้าหลินที่จีน ผมเลยเร่งทำงานพิเศษ 2 จ๊อบ ทั้งล้างจานและเป็นคนงานก่อสร้าง ตลอด 3 เดือนเก็บเงิน ไปเรียนกังฟู 6 สัปดาห์ที่จีน มันยอดมาก
ความสนใจเรื่องการดื่มชายามว่างทำให้สงบ จดจ่ออยู่กับการอุ่นหม้อต้ม หยิบชามาชง แล้วก็ดื่ม ผมไปเลือกใบชาที่เยาวราช และแหล่งต่างๆ ดื่มเป็นประจำ ส่วนการทำกับข้าว ทำมาตั้งแต่อยู่อังกฤษ 8-9 ขวบ เพราะไม่ชอบอาหารกล่องที่แม่ทิ้งไว้ให้อุ่นกิน ผมลองผิดลองถูกและหัดอย่างจริงจัง กระทั่งเรียนทำอาหารไทยกับคุณย่า เลยทำได้ทั้งไทย จีน ฝรั่ง แต่จะทำกินกันเองในบ้านตลอด เพราะว่า 2-3 จาน มันไม่ยาก สำหรับการใส่ความรู้สึกในการปรุง ไม่ใช่หลายๆ จานอย่างเชฟอาชีพครับ มันเป็นกิจกรรมผ่อนคลายมากสำหรับผม แฟนล้างจาน ผมจ่ายตลาดทำกับข้าว (หัวเราะ)”







