
ศิลปินหุ่นเหล็ก
โครงเหล็กที่พริ้วไหว บวกเอกลักษณ์ในแบบไทย ผลงานประติมากรรมของศิลปินไทยที่ได้รับเชิญให้แสดงผลงานสู่ระดับโลก โดยการสนับสนุนของ 'สิงห์ปาร์ค เชียงราย'
โครงเหล็กที่พริ้วไหว บวกเอกลักษณ์ในแบบไทย ผลงานประติมากรรมของศิลปินไทยที่ได้รับเชิญให้แสดงผลงานสู่ระดับโลก โดยการสนับสนุนของ 'สิงห์ปาร์ค เชียงราย'
ทราบกันดีในแวดวงศิลปะระดับสากลว่า 'Agora Gallery' คือสุดยอดแกลเลอรี่ชื่อดังระดับโลกที่ติดอันดับ Top ของมหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็น 1 ใน 5 ของแกลเลอรี่ชั้นนำระดับโลก ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่ศิลปินทั่วไปนึกจะอยากนำผลงานไปจัดแสดงก็ทำได้ เพราะแกลเลอรี่ดังระดับนั้นย่อมมีคิวแสดงผลงานชิ้นเยี่ยมที่แน่นเอี๊ยดอยู่ตลอดเวลา ผลงานที่จะเข้าไปจัดแสดงได้จึงต้องมีความโดดเด่นและเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางศิลปะ แต่รู้ไหมว่าอีกเพียงเพียงไม่กี่อึดใจก็จะมีผลงานโดยศิลปินชาวไทยคนแรกที่ได้รับเชิญให้ไปจัดแสดงยังสุดยอดแกลเลอรี่ดังกล่าว
ศิลปินไทยคนแรกที่ได้รับเชิญให้แสดงผลงานที่อโกร่า แกลเลอรี่ มหานครนิวยอร์ก
ด้วยความโดดเด่นของงานประติมากรรมโครงเหล็กอันพริ้วไหว และเอกลักษณ์ในแบบไทย ซึ่งผสมผสานทั้งความแข็งแรงเข้ากับความอ่อนช้อยละเอียดอ่อน ผลงานในชุด หนุมาน (Hanuman), รามเกียรติ์ (Ramakien/Ramayana) รวมทั้งชิ้นงาน 'สิงห์' (Singha) ล้วนแสดงให้เห็นถึงความวิจิตรงดงามของศิลปะและวรรณคดีไทย โดดเด่นจนเข้าไปเตะตา อโกร่า แกลเลอรี่ จนได้เชิญ 'บรรเจิด เหล็กคง' ศิลปินเจ้าของผลงานดังกล่าวไปจัดแสดงผลงานเดี่ยว ภายใต้ชื่อ 'Banjerd Lekkong A Solo Exhibition'
จุดเริ่มต้นเกิดจากความรักในงานเหล็กและศิลปะไทยตั้งแต่วัยเยาว์ของคุณบรรเจิด ผู้กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานของตัวเองให้ฟังว่า
"ครอบครัวผมทำอู่ซ่อมรถที่ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา นั่นทำให้ผมสามารถอ็อกเหล็กได้ตั้งแต่ ป.2 ประกอบกับการที่บ้านอยู่ใกล้วัด และโบราณสถานซึ่งก็คือปราสาทหินพิมายทำให้เราซึมซับสิ่งเหล้านี้มา จนกลายเป็นความชอบและอยากจะสร้างสรรค์อะไรที่มีความเป็นไทย"
แต่กว่าที่ความฝันตั้งแต่วัยเยาว์จะเป็นจริงได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ก็เหมือนกับศิลปินตัวจริงอีกหลายๆ ท่าน คุณบรรเจิดต้องใช้ชีวิต ผ่านประสบการณ์ลองผิดลองถูกมาแล้วมากมายกว่าที่จะประสบความสำเร็จเช่นนี้ได้ เขาศึกษาจบมาทางด้านสถาปัตยกรรม เคยทำงานเกี่ยวกับการออกแบบสถานบันเทิงผับและเทคมาก่อน เคยผ่านยุครุ่งเรืองมาระยะหนึ่งจนเจอเข้ากับนโยบายการจัดระเบียบสังคมในสมัยเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ที่ส่งผลทำให้งานของเขาซบเซาลง คุณบรรเจิดต้องประสบปัญหาอุปสรรค์ทางธุรกิจ แต่นั่นก็ทำให้เขาหวนกลับมานึกถึงความฝันที่มีอยู่ในสมัยเด็ก คือการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่เปี่ยมไปด้วยความเป็นไทย
งานนี้ได้รับการสนับสนุนโดย 'สิงห์ ปาร์ค เชียงราย'
"ผมนึกถึงงานเหล็กที่เราถนัดและรักมาตั้งแต่เด็ก เลยเกิดไอเดียอยากจะทำเป็นงานศิลปะที่มีชิ้นเดียวในโลก ตอนนั้นคิดว่าจะทำอย่างไรดีคนจึงจะไม่มองว่าเป็นแค่หุ่นกระป๋อง ก็เลยเริ่มต้นทำงานศิลปะโดยนำโครงเหล็กมาทำให้ดูพริ้วไหวและผนวกเข้ากับศิลปะแบบไทย"
ผลงานชิ้นแรกที่เสร็จสมบูรณ์ในปี 2003 คือองค์พระพิฆเนศ ส่วนในนิทรรศการเดี่ยวดังกล่าวนั้น คุณบรรเจิดจะได้นำผลงานประติมากรรมเหล็กอันน่าตื่นตาตื่นใจจำนวน 15 ชิ้น บินลัดฟ้าไปยังมหานครนิวยอร์ก เพื่ออวดแก่สายตาชาวต่างชาติ ผลงานดังกล่าวได้แก่ ทศกัณฑ์ท่ายืนสู้รบ และท่านั่งเจรจา, สิงห์, หนุมานไทย และ หนุมานบาหลีหยอกเย้า, หนุมานสู้รบกับวิรุณจัมบัง, หนุมานมาน (ขนาดใหญ่เท่าคนจริง), หนุมานหาวเป็นดาวเป็นเดือน, 11 พญาวานร ต่อกายเป็นช้าง 3 เศียรเดินสะบันงวง, มวยไทย, ฤาษีนารอด, เศียรพระพิฆเนศ, องค์พระพิฆเนศ 16 กร, พระรามแผลงศร, และนกฮูกขย้ำดวงจันทร์ นกอินทรีย์ขย้ำพระอาทิตย์ (ต่างกาลต่างวาระ)
และการที่ผลงานของศิลปินไทยสามารถเดินทางบินลัดฟ้าไปอวดแก่สายตาชาวโลกในครั้งนี้จะเกิดขึ้นมิได้เลย หากปราศจากการสนับสนุนของ 'สิงห์ปาร์ค เชียงราย' ซึ่งเป็นผู้สนันสนุนหลักอย่างเป็นทางการ
คุณพงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ ผู้จัดการบริษัทสิงห์ ปาร์ค เชียงราย จำกัด กล่าวถึงการให้การสนับสนุนในครั้งนี้ว่า "ด้วยนโยบายดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมของสิงห์ ปาร์ค เชียงราย ซึ่งนอกจากจะดำเนินธุรกิจเพื่อมอบความสุขให้กับแขกผู้มาเยือนและชุมชนรอบข้างแล้ว สิงห์ ปาร์ค เชียงราย ยังให้การสนับสนุนศิลปินไทยในการสร้างสรรค์ และจัดแสดงผลงานมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้เข้ามาสนับสนุนการจัดแสดงผลงานทั้งหมดของคุณบรรเจิดในครั้งนี้"
เพราะเรามองเห็นถึงศักยภาพ และผลงานที่สวยงามทรงคุณค่าของคุณบรรเจิดที่สมควรได้รับการสนับสนุนให้ได้รับการยอมรับในระดับโลก และจากจุดเริ่มต้นครั้งนี้ ในอนาคตอันใกล้เราก็หวังว่าจะมีโครงการใหญ่ร่วมกับอโกร่า แกลเลอรี่ เพื่อให้ศิลปินไทยได้มีโอกาสก้าวไปสู้ระดับโลกให้มากขึ้น
ทั้งนี้ผลงานการแสดงประติมากรรม 'Banjerd Lekkong A Solo Exhibition - Metamorphosis' จะจัดแสดงให้ได้ชมกันเพียง 2 วันเท่านั้นคือระหว่างวันที่ 11-12 เมษายน 2559 ที่ไลฟ์สไตล์ฮอล์ ชั้น 2 สยามพารากอน และจะจัดแสดงที่อโกร่า แกลเลอรี่ในนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม- 9 มิถุนายน 2559 ผู้ที่สนใจผลงานยังสามารถคลิกเข้าไปชมได้ที่ www.lekkong.com หรือ Facebook : Bj Lekkong Lkk







