
สงกรานต์...เทศกาลแล้งน้ำ
นับถอยหลังในอีกไม่กี่วัน ก็จะถึง “วันหยุดแห่งชาติ” อีกครั้ง ในแต่ละปีของไทยมักจะกำหนดวันหยุดแห่งชาติไว้เป็นหย่อมๆ
โดย...ว.แหวน ภาพ... กิจจา อภิชนรจเรข
นับถอยหลังในอีกไม่กี่วัน ก็จะถึง “วันหยุดแห่งชาติ” อีกครั้ง ในแต่ละปีของไทยมักจะกำหนดวันหยุดแห่งชาติไว้เป็นหย่อมๆ เหมือนจะบอกเป็นนัยๆ ว่า ต่อให้ทำงานกันแทบตาย แต่ก็ยังเปิดโอกาสให้ได้พักเป็นช่วงๆ เริ่มกันมาตั้งแต่หยุดยาวปีใหม่ ไล่มาจนถึงสงกรานต์ กลางปีก็มีหยุดวันแรงงาน ลด แลก แจก แถมเพิ่มวันไปตามวิถีรณรงค์ อาจเป็นผลดีกับคนทำงาน แต่น่าจะไม่ดีเท่าไรในสายตาของเจ้าของธุรกิจ แต่ก็ช่างเถอะคนเราไม่ใช่เครื่องจักร ทำงานได้ก็ต้องพักได้ หลายคนจึงตั้งหน้าตั้งตารอวันหยุดอย่างใจจดจ่อ เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลและสนองความพึงพอใจของตัวเอง
เทศกาลสงกรานต์เป็นเทศกาลรื่นเริง ลั้นลาไม่แพ้เทศกาลปีใหม่ อาจจะดูรื่นรมย์และน่าสนุกมากกว่าซะด้วยซ้ำ เพราะมันมี “น้ำ” เข้ามาอยู่ในกิจกรรมสัมพันธ์ ทั้งในหมู่เพื่อน ครอบครัว ไปจนถึงระดับชุมชน สังคม จังหวัด ประเทศชาติ
แต่...
ปีนี้หลายอย่างดูจะขัดและไม่สอดคล้องกับประเพณีนิยมที่สืบทอดกันมาช้านาน ถึงแม้วิธีปฏิบัติจะผิดเพี้ยนไปจากรูปแบบเดิมมาช้านานแล้วก็ตาม แต่การเล่นน้ำสาดน้ำวันสงกรานต์ก็ยังยึดถือเป็นธรรมเนียมประพฤติที่ไม่เคยห่างหายไปจากสังคมไทย อาจจะดูเว่อร์วัง ล้น เกิน มากไป ไร้ขนบในบางพื้นที่ สนุกแต่ดูไม่งาม บันเทิงแต่ไร้จารีต เล่นกันชนิดที่ว่าลืมบ้านลืมช่อง ลืมลูกลืมเมียกันไปเลยก็มี แต่เอาเถอะ! จะดีจะชั่ว สิ่งที่ขาดไม่ได้ในช่วงเทศกาลนี้คือ “น้ำ”
ปีนี้ประเทศไทยกำลังประสบภาวะขาดน้ำอย่างน่าเป็นห่วง มิใช่แค่ไทย ภาวะโลกร้อนกำลังกลายเป็นภาวะวิกฤตในหลายพื้นที่ อาจจะยังไม่เป็นวาระแห่งชาติ แต่มันได้กลายเป็นวิกฤตโลกที่กำลังสำแดงผลออกมาให้ชาวโลกได้ประจักษ์ ผลมาจากการที่มนุษย์ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรโลกอย่างเสเพล ถ้าเราติดตามข่าวอยู่เสมอ เราจะรู้ว่าในหลายพื้นที่ของไทยกำลังประสบภัยแล้งเข้าขั้นวิกฤต ชนิดที่ว่าในหมู่บ้านแทบไม่มีน้ำใช้กันเลย เอาไงล่ะ! ทีนี้ แล้วสงกรานต์ของเราล่ะ จะทำยังไง? กูจะเอาอะไรสาด?
ฉันรู้สึกว่า...โลกกำลังส่งสัญญาณเตือนภัยที่ไม่ใช่ภัยธรรมชาติอันโจ๋งครึ่ม แต่เป็นภัยเงียบที่ค่อยๆ แสดงตนอย่างชาญฉลาด ไม่กระโตกกระตาก ใครคิดได้ก็ระวังกันไป ใครยังไม่รู้สึกก็เชิญสำเริงสำราญกันให้ชะล่าใจ เป็นหายนะที่ไม่ได้คร่าชีวิตคนกันเห็นๆ แต่จะค่อยๆ ร้อน ค่อยๆ แล้ง ค่อยๆ แห้ง ค่อยๆ เหือดอย่างช้าๆ เหมือนต้นไม้ที่ตัดกันไปโดยไม่รู้สึกอะไร มาคิดได้ในวันที่ร้อนจับใจ แทบหาร่มเงาไม่เจอ
ยังไม่ทันย่างเข้าเดือน เม.ย. อากาศก็ร้อนแทบขาดใจ อุณหภูมิโลกสูงขึ้นทุกปีๆ น้ำแข็งขั้วโลกค่อยๆ ละลายอย่างช้าๆ วันหนึ่งอยากจะอาบน้ำวันละหลายรอบ เหมาะสมแล้วที่เลือก “วันสงกรานต์” เป็นวันสาดน้ำ คนไทยก็ช่างคิดนะ แต่สำหรับปีนี้ “วันสงกรานต์” กลายเป็นวันรณรงค์ให้ประหยัดน้ำ จะอาบจะสาดกันบ้างก็คงไม่ผิด แต่ฉันอยากให้ลองหยุดคิดสักนิดว่า ในขณะที่เราเอาสายยางมาฉีดน้ำใส่กัน หรือเอาน้ำแข็งใส่น้ำเต็มถังไปสาดเล่นกัน สาดคนยังพอเย็น สาดรถนี่ยังไม่เห็นประโยชน์ ยังมีอีกหลายคนบนโลกใบนี้ที่กำลังรอคอยน้ำแม้เพียงหยดเดียวก็มีความหมายต่อชีวิต พืชไร่ สัตว์หลายชีวิต กำลังนับลมหายใจ เพียงหวังเห็นตาน้ำที่โผล่ขึ้นมาจากบึงกว้าง ที่ตอนนี้กลายเป็นผืนดินอันแห้งแล้ง
ไม่ได้อยากให้หมดสนุก เพราะคำว่า “สงกรานต์” มันมีมากกว่า “การสาดน้ำ” เพียงได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาในครอบครัว พบปะสังสรรค์ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ สรงน้ำพระ ใช้น้ำอย่างพอดี พอสนุก พอสดชื่น ในเมื่อเราเห็น “คุณค่าของน้ำ” ก็จงใช้น้ำอย่างมีคุณค่า การรู้คุณค่าไม่ใช่การใช้ให้คุ้มค่า เพราะยิ่งมากจะยิ่งกลายเป็น “ไม่รู้คุณค่า”
ขอให้ทุกคนสนุกอย่างพอดี ปลอดภัยอย่างไม่ประมาท และใช้น้ำอย่างมีเหตุผล เพราะคำว่า “เอาที่สบายใจ” คงใช้ไม่ได้กับเรื่องนี้
สวัสดีปีใหม่ไทย (ล่วงหน้า) ค่ะ!
เข้าไปพูดคุย หรืออ่านมุมมองความคิดของ ว.แหวน ได้ที่ www.facebook.com/Worwaenfanpage







