posttoday
6 ความเชื่อที่ต้องเปลี่ยนเมื่อสูงวัย

6 ความเชื่อที่ต้องเปลี่ยนเมื่อสูงวัย

31 มีนาคม 2559

ความเชื่อหรือนิสัยของเราบางทีก็แก้ยาก ยิ่ง สว.สูงวัยด้วยแล้ว ไม่อยากเปลี่ยนและไม่อยากแก้ (นิสัย) อะไรเลย แต่ที่ต้องแก้และต้องเปลี่ยนให้ได้คือความเชื่อ 6 ข้อต่อไปนี้ ที่รับรองว่าเปลี่ยนแล้วปรับแล้วเมื่อไหร่ จะกลายเป็น สว.ที่มีความสุขและสุขภาพดีอยู่กับลูกหลานไปได้อีกยาวนาน

ความเชื่อหรือนิสัยของเราบางทีก็แก้ยาก ยิ่ง สว.สูงวัยด้วยแล้ว ไม่อยากเปลี่ยนและไม่อยากแก้ (นิสัย) อะไรเลย แต่ที่ต้องแก้และต้องเปลี่ยนให้ได้คือความเชื่อ 6 ข้อต่อไปนี้ ที่รับรองว่าเปลี่ยนแล้วปรับแล้วเมื่อไหร่ จะกลายเป็น สว.ที่มีความสุขและสุขภาพดีอยู่กับลูกหลานไปได้อีกยาวนาน

1.แก่แล้ว...ปล่อยตามบุญตามกรรมไปเถอะ

ความชราและความเสื่อมเป็นส่วนหนึ่งที่มากับวัย แต่ไม่ใช่ว่าจะต้องเสื่อมไปทั้งหมด อายุมากแล้วอาจขี้ลืมแต่ไม่หลง อายุมากแล้วไม่ต้องหกล้มเสมอไป อะไรก็ตามที่รู้สึกว่าไม่ปกติอย่าชะล่าใจ อย่านึกว่าเป็นไปตามวัยหรือเรื่องของความชราแต่อย่างเดียว ลักษณะอาการที่ผิดปกติหลายอย่างมาจากโรค และหลายโรคแก้ไขได้ด้วยการรีบมาพบแพทย์

2.เปลี่ยนหมอไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอหมอเก่ง

คนทั่วไปมักเข้าใจว่าเมื่อหมอจ่ายยามากินแล้วต้องหาย ถ้าไม่หายแสดงว่าหมอไม่เก่ง ต้องไปหาหมอคนอื่น ความจริงคือโรคบางโรคมีอาการชัดเจน วินิจฉัยหาสาเหตุได้ง่าย แต่โรคไม่ได้เป็นอย่างนี้เหมือนกันหมด อาการบางอย่างเกิดจากหลายสาเหตุ ยารักษาโรคเดียวมีหลายชนิด และยาชนิดหนึ่งเหมาะกับคนไข้คนหนึ่งแต่อาจไม่เหมาะกับคนไข้อีกคนหนึ่ง

เมื่อรักษากับหมอคนแรกไม่หาย แล้วรีบไปหาหมอคนอื่นไปเรื่อยๆ คุณหมอคนใหม่ก็ตั้งต้นลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นเมื่อกินยาแล้วรู้สึกไม่ดีขึ้น หรือมีอาการข้างเคียง ต้องกลับมาหาคุณหมอคนเดิม เพื่อหมอจะได้ปรับยาหรือเปลี่ยนยาที่เหมาะสมให้ อย่าเพิ่งใจร้อนเปลี่ยนหมอ

3.หายแล้วไม่ต้องไปหาหมออีก

ผู้สูงอายุบางคนสงสัยว่าโรคหายแล้วหมอจะนัดอีกทำไม มาตรวจดูก็แค่นั้น หลายโรคโดยเฉพาะโรคเรื้อรังต้องติดตามดูอาการเป็นระยะ ไม่หายขาด เพียงแต่ไม่แสดงอาการเท่านั้น มีโอกาสที่จะเป็นมากได้ถ้าไม่ตรวจสุขภาพเลย ในบางช่วงที่ผู้สูงอายุร่างกายเปลี่ยนไป อาจรับประทานอาหารน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือมีโรคอื่นมาแทรก ก็อาจทำให้อาการของโรคกำเริบได้ ผู้สูงวัยเมื่อป่วยเป็นโรคเรื้อรังแล้วไม่ควรห่างหมอ หายแล้วหรือมีอาการดีขึ้น ก็ต้องกลับไปตรวจเช็กให้สม่ำเสมอ

4.ต้องหาอะไรมากินจะได้สุขภาพดี

ผู้สูงวัยมักถามกันว่า กินอะไรแล้วดี กินวิตามิน กินอาหารเสริม กินสมุนไพร บางช่วงมีกระแสมะรุม กระแสใบย่านาง กระแสดื่มน้ำมันมะพร้าว ฯลฯ แล้วแต่ว่าอย่างไหนมาแรงก็นิยมกันไปเป็นพักๆ อย่าเชื่อว่ามีอะไรดี 100% ไม่มีอาหารเสริมหรือวิตามินอะไรที่กินแล้วอยู่ได้ 100 ปี ทุกอย่างในโลกมีสองด้านเสมอ กินผักดีแต่ถ้ากินแต่ผักอย่างเดียวก็ขาดโปรตีน ขาดแร่ธาตุบางอย่างจากเนื้อสัตว์ กิน
เนื้อสัตว์อย่างเดียวก็ไม่แข็งแรง ไตทำงานหนัก ได้ไขมันมาก

สุขภาพเป็นสิ่งที่ต้องดูแลในองค์รวม สุขภาพดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับการกินดีอย่างเดียว ต้องกินถูกสุขลักษณะ ออกกำลังกาย สุขภาพจิตดี ไม่เครียด ดูแลรักษาโรคเรื้อรัง ไม่มีปัจจัยเดี่ยวๆ ดูแลสุขภาพได้ทั้งหมด ต้องทำร่วมกันทุกๆ ด้าน

5.กินอาหารเสริมโดยไม่บอกหมอ

สิ่งที่เวชศาสตร์ผู้สูงอายุถือว่าเป็นยา คือ พวกอาหารเสริมหรือสมุนไพรต่างๆ ผู้สูงอายุต้องดูแลใส่ใจในเรื่องเหล่านี้ อย่าคิดว่าเป็นแค่สมุนไพรหรืออาหารจากธรรมชาติ ความจริงแล้วในกระบวนการสกัดทำมาเป็นผงหรือเม็ด สมุนไพรอัดเม็ดหรือยาเหล่านี้จะต่างจากอาหารที่เรากินเข้าไป อาจไม่ได้เป็นของต้องห้าม เพียงแต่ถ้าจะรับประทานต้องปรึกษาหมอ เพราะอาหารเสริมหรือสมุนไพรเหล่านั้นอาจไม่เหมาะกับเรา หรือแม้กระทั่งเป็นโทษกับเรา

6.กินยาของคนอื่น

มีความเข้าใจผิดว่ายาที่ใช้เพื่อรักษาโรคให้คนคนหนึ่งจะใช้ได้กับคนอีกคนหนึ่ง เวลามีอาการเจ็บป่วยไม่สบายตัว ญาติ หรือเพื่อนอาจแบ่งยามาให้ด้วยความหวังดี ปรารถนาดี พึงสังวรว่าการรักษาโรคๆ หนึ่งมีตัวยาหลายชนิด ยารักษาโรคที่หมอสั่งจ่ายจะเหมาะกับคนไข้แต่ละคน ไม่ได้เหมาะกับคนทุกคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุใช้แล้วนอกจากจะไม่หายยังอาจเกิดอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต

แค่นี้เอง 6 ความเชื่อ 6 ความเข้าใจ ที่ต้องปรับเปลี่ยนเมื่อถึงคราวสูงวัย ดูแลตัวเองด้วยความข้อมูลความรู้ที่อัพเดทเสมอๆ อายุมาถึงปูนนี้แล้วต้องดูแลตัวเอง ไม่ดูแลตัวเองแล้วใครจะมาดูแลตัวเรา (ดี) เท่าตัวเราเอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท