posttoday
มองการลงทุน เพื่ออนาคต

มองการลงทุน เพื่ออนาคต

31 มีนาคม 2559

เคยมีผู้เชี่ยวชาญทางการเงินท่านหนึ่งได้กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า “การลงทุนคือความเสี่ยง แต่การไม่ลงทุนอะไรเลยคือความเสี่ยงมากกว่า” เพราะถ้าคุณเก็บเฉพาะเงินฝากค่าเงินคุณจะลดลงจากค่าเงินเฟ้อเฉลี่ยปีละ 1.5 % และเมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี จากเงิน 100 บาท เงินคุณจะหายไป 15 บาท จากราคาสินค้าและของใช้ที่เพิ่มขึ้น แล้วเราจะเอาเงินไปลงทุนกับอะไรถึงจะปลอดภัยที่สุด

เคยมีผู้เชี่ยวชาญทางการเงินท่านหนึ่งได้กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า “การลงทุนคือความเสี่ยง แต่การไม่ลงทุนอะไรเลยคือความเสี่ยงมากกว่า” เพราะถ้าคุณเก็บเฉพาะเงินฝากค่าเงินคุณจะลดลงจากค่าเงินเฟ้อเฉลี่ยปีละ 1.5 % และเมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี จากเงิน 100 บาท เงินคุณจะหายไป 15 บาท จากราคาสินค้าและของใช้ที่เพิ่มขึ้น แล้วเราจะเอาเงินไปลงทุนกับอะไรถึงจะปลอดภัยที่สุด

ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ไม่มีความรู้เรื่องหุ้นก็คือการลงทุนในกองทุนอาร์เอ็มเอฟ ( RMF/ Retirement Mutual Fund กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ) และแอลทีเอฟ (LTF/Long-Term Equity Fund กองทุนรวมหุ้นระยะยาว) ทั้งสองกองทุนนี้เป็นกองทุนรวมที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าดอกเบี้ยธนาคารและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปีโดยเฉลี่ย อาจจะมีบางปีที่ผลตอบแทนไม่ดีนักแต่ภาพรวมแล้วจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าและสามารถนำไปลดหย่อนภาษีประจำปีได้อีกด้วย แต่กองทุน อาร์เอ็มเอฟ นั้นต้องลงทุนอย่างน้อย 3 % ของรายได้ต่อปี หรือประมาณ 5,000 บาท ขึ้นอยู่กับกว่าหน่วยใดน้อยที่สุด ต้องถืออย่างน้อย 5 ปี และถอนได้เมื่ออายุครบ 55 ปี

ส่วนแอลทีเอฟนั้นไม่ได้จำกัดเงินลงทุนต่อปี แต่เมื่อซื้อแล้วต้องถือไว้อย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป

ซึ่งผลกำไรจากการลงทุนทั้งสองแบบไม่ต้องเสียภาษีเพิ่มเติมเพียงแต่เลือกบริหารตามสไตล์การลงทุนของคุณ แต่สำหรับผู้ที่ไม่อยากลงทุนอะไรมากนักกองทุนอาร์เอ็มเอฟ ดูจะเหมาะกับคนที่มีวินัยการออมเงินมากที่สุดครับ ส่วนแอลทีเอฟนั้นเหมาะสำหรับคนที่มีแผนต้องการหมุนเงินหรือนำเงินมาลงทุนหลังการฝาก 5 ปีไปแล้วก็ดูเข้าที แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีแผนการใช้เงินในอนาคตอย่างไรเพราะทั้งสองตัวเลือกนั้นดีกว่าเงินฝากประจำแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท