posttoday
ที่มาของนายกรัฐมนตรี

ที่มาของนายกรัฐมนตรี

31 มีนาคม 2559

เฟซบุ๊ก Kamnoon Sidhisamarn

เฟซบุ๊ก Kamnoon Sidhisamarn


ที่มาของนายกรัฐมนตรี : ปัญหาของมาตรา 88, 159 และบทเฉพาะกาลมาตรา 272 !

บทถาวรของรัฐธรรมนูญแม้จะไม่ได้บัญญัติให้นายกรัฐมนตรีต้อง เป็นส.ส.เท่านั้น แต่การไปบัญญัตินวัตกรรมใหม่ให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกนายกรัฐมนตรีจากรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอต่อกกต.ก่อนวันปิดสมัครรับเลือกตั้งส.ส.พรรคละไม่เกิน 3 ชื่อ (มาตรา 159 และมาตรา 88) ทำให้เกิดปัญหาอย่างน้อย 2 ประการ

หนึ่ง - ทำให้ยากที่จะได้คนนอกพรรคการเมืองมาเป็นแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี ด้านหนึ่งเพราะคงไม่มีพรรคการเมืองไหนเสนอชื่อคนนอกพรรคตนเองตั้งแต่ก่อนวันปิดสมัครส.ส. อีกด้านหนึ่งก็คงไม่มีคนนอกพรรคการเมืองสักกี่คนที่จะเซ็นยินยอมให้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเสนอชื่อตนเป็นแคนดิเดทตั้งแต่ไก่โห่ สุดท้ายนายกรัฐมนตรีจะเป็นส.ส.หรือไม่ไม่รู้แต่เป็นคนของพรรคการเมืองหรือคนใกล้ชิดพรรคการเมืองแน่

สอง - การไปล็อคการเลือกนายกรัฐมนตรีในสภาผู้แทนราษฎรไว้กับบุคคลที่แต่ละพรรคการเมืองเสนอชื่อในวันก่อนปิดสมัครรับเลือกตั้งส.ส. เท่ากับเป็นการล็อคไว้ตลอดอายุของสภาผู้แทนราษฎรชุดนั้น คือถ้าไม่มีการยุบสภาก็เท่ากับ 4 ปี หากมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีโดยไม่มีการยุบสภาเกิดขึ้นไม่ว่าจะกี่ครั้งในระหว่างอายุของสภาผู้แทนราษฎรชุดนั้น แคนดิเดทที่จะให้สภาผู้แทนราษฎรมาเสนอเลือกมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ก็จะจำกัดอยู่กับคนกลุ่มเดิมที่ถูกเสนอชื่อไว้นานแล้ว เป็นการจำกัดทางเลือกอย่างชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน อาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ความเหมาะสมความจำเป็นขณะนั้น

เป็นการจำกัดทางเลือกของทางออกทางการเมืองอย่างยิ่ง

จำกัดยิ่งกว่าการบัญญัติให้นายกรัฐมนตรีมาจากส.ส.เท่านั้นเสียอีก นั่นยังมี 500 คนให้เลือกเสนอ

และไม่ต้องพูดว่าจำกัดกว่าการบัญญัติแต่เพียงให้นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกของสภาผู้แทนราษฎรโดยเปิดเผยมากขนาดไหน ในกรณีนี้ถ้าต้องการเน้นว่าต้องให้โอกาสผู้ที่เป็นส.ส.ก่อน ก็บัญญัติไว้ว่าถ้าจะเสนอคนที่ไม่ได้เป็นส.ส.ก็ต้องใช้มติเสียงข้างมากพิเศษ 2 ใน 3 ของสภาผู้แทนราษฎรก็ได้

ข้อเสนอของคสช.ฉบับ 13 มีนาคม 2559 ที่อิงความเห็นของแม่น้ำอีก 3 สาย ไม่เห็นด้วยกับบทบัญญัตินี้ โดยได้ชี้แจงแสดงความเห็นไปเกือบ 1 หน้ากระดาษ

เป็น 1 หน้ากระดาษที่ใช้ถ้อยคำหนักแน่นพอสมควร

โดยระบุในทำนองว่าถ้ากรธ.จะยืนยันความเห็นในบทบัญญัตินวัตกรรมที่ออกแบบมา ก็ขอว่าในช่วงเปลี่ยนผ่านระยะ 5 ปีอย่าเพิ่งนำบทบัญญัตินี้มาใช้

กรธ.ตอบสนองประเด็นนี้ โดยบัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาล มาตรา 272

แต่ค่อนข้างน้อยมาก !

ตามข่าวที่ปรากฎออกมาก่อนหน้าเผยแพร่ร่างฯสุดท้าย ก็ทราบว่าแก้ไขเพียงว่าถ้าสภาผู้แทนราษฎรเลือกนายกรัฐมนตรีตามนวัตกรรมใหม่ในบททั่วไปแล้วไม่สำเร็จ จึงให้สิทธิส.ส.กึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรเข้าชื่อกันขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นไม่ต้องเลือกนายกรัฐมนตรีแต่เฉพาะจากรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองเสนอไว้ แล้วให้เรียกประชุมรัฐสภา และรัฐสภาต้องมีมติ 2 ใน 3 จึงจะยกเว้นได้ แล้วจึงกลับมาเลือกนายกรัฐมนตรีในสภาผู้แทนราษฎรโดยเปิดกว้างได้

ฟังแล้วก็รู้สึกว่ายากจะเกิดขึ้นได้ง่าย นอกจากถึงทางตันจริง ๆ

ที่สุดแล้วนายกรัฐมนตรีก็คงเป็นบุคคลที่แต่ละพรรคการเมืองเสนอชื่อมาในวันก่อนปิดสมัครเลือกตั้งส.ส.

เอาละ แม้ว่าจะยาก ก็ยังดีกว่าไม่มีบทเฉพาะกาลเปิดทางแก้ปัญหาทางตันไว้เสียเลย

ส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าบทเฉพาะกาลนี้ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี

แต่พอมาอ่านตัวบทมาตรา 272 แล้ว หาเป็นเช่นนั้นไม่ !

เพราะเป็นการยกเว้นให้เฉพาะในการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งแรกครั้งเดียวหลังเลือกตั้งครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญใหม่เท่านั้น ไม่ใช่เป็นบทเฉพาะกาลที่ยกเว้นไว้ตลอด 5 ปี

มาตรา 272 เขียนขึ้นต้นไว้อย่างนี้จะให้ตีความว่าอย่างไร

"ในวาระเริ่มแรก เมื่อมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 268 แล้ว..."

ตีความได้ว่ายกเว้นให้เฉพาะการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งแรกครั้งเดียวหลังเลือกตั้งครั้งแรก ไม่ยกเว้นให้ในครั้งต่อ ๆ ไป ไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งทั่วไปหรือไม่

แปลว่าหากมีวิกฤตหรือมีความจำเป็นที่จะต้องได้นายกรัฐมนตรีให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในช่วง 5 ปี นอกเหนือไปจากการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งแรกหลังการเลือกตั้งครั้งแรก ก็จะไม่มีบทเฉพาะกาลใด ๆ ช่วยได้เลย นายกรัฐมนตรีต้องมาจากคนที่พรรคการเมืองเสนอชื่อไว้เท่านั้น

ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง ในสถานการณ์เปลี่ยนผ่านไม่น่าไปจำกัดทางเลือกชนิดไม่เคยปรากฎมาก่อนขนาดนี้

ที่มา https://www.facebook.com/kamnoon/posts/1037201599657127

ข่าวล่าสุด

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก