ว่าด้วยเรื่อง... พิธีไหว้ครู
บทสรรเสริญพระคุณด้านบนนั้น ใครหลายคนคงเคยได้ยินมาบ้าง หรือใครหลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อน
โดย...หมอมุ่ยหูทิพย์ ภาพ พรพรหม สาตราภัย
สิบนิ้ว จะประนม เหนือเกศา
ไหว้พระพุทธ พระธรรม ล้ำโลกา
พระสงฆ์ ทรงศีลา ว่าโดยจง
คงคา ยมนา มาเป็นเกณฑ์
พระสุเมรุ หลักโลก สูงระหง
ดิน น้ำ ลม ไฟ อันมั่นคง
จึงดำรง ได้รอด เป็นกายมา
ลูกจะไหว้ คุณบิดา และมารดร
ครูพัก อักษร สิ้นทั้งหลาย
อันสถิต แทบสาย สมุทรธา
อนึ่งจะ บังคม บรมพงศ์
ทรงหงส์ เหิรระเห็จ พระเวหา
ไหว้องค์ พระอิศวร เจ้าโลกา
พ่อพระพรหม เทวา ธิบดี
ไหว้พระ ฤๅษีสิทธิ์ และคนธรรพ์
พระวิษ ณุกรรณ อันเรืองศรี
สาบสรร เครื่องเล่น ในธรณี
จึงได้มี ปรากฏ แต่ก่อนมา
บทสรรเสริญพระคุณด้านบนนั้น ใครหลายคนคงเคยได้ยินมาบ้าง หรือใครหลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อน สำหรับบทสรรเสริญพระคุณด้านบนนี้ คือการสรรเสริญพระคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้นเป็นประธาน พระธรรม พระสงฆ์ ดิน น้ำ ลม ไฟ พ่อ แม่ ครูอาจารย์ พระอินทร์ พระพรหม พระฤๅษี และก็เรียงลำดับจนจบสุดท้ายคือเครื่องเล่นในธรณี หรือเครื่องดนตรีนั้นเอง การที่เราได้ยินคำสรรเสริญเหล่านี้ เราจะสามารถรับรู้ได้ว่าเป็นการบอกกล่าวหรือเรียกเชิญท่านทั้งหลายเหล่านั้นลงมาสดับรับฟังการแสดงมุทิตาจิตของผู้ที่อ่านบทสรรเสริญ หรือที่เรียกว่า การไหว้เชิญครู
เพราะการไหว้ครูเป็นการแสดงมุทิตาจิตที่สำคัญในทุกศาสตร์และศิลป์ มีคำพูดกล่าวไว้ว่า หากเราเป็นศิษย์มีครู นอกจากจะมีความรู้แล้วยังต้องมีคุณธรรมที่ดีด้วย การระลึกนึกถึงพระคุณครูจึงเป็นเสมือนการแสดงความเคารพอย่างดีพร้อม
เมื่อกล่าวมาถึงจุดนี้ ผมจึงอยากจะเล่าและยกตัวอย่างการไหว้ครูแบบฉบับนาฏศิลป์ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าการไหว้ครูนั้นเป็นพิธีกรรมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น มีการบอก การสอน การลักจำ เพื่อมาประกอบเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ ในอดีตการไหว้ครูของนาฏศิลป์ หรือศิลปะการแสดงทุกแขนงนั้น เป็นการประกอบพิธีขึ้นเพื่อให้เหล่าบรรดาลูกศิษย์นั้นมารวมตัวกันเพื่อขอต่อท่ารำจากพ่อครูหรืออาจารย์อย่างถูกต้อง รำได้ไม่ผิดเพี้ยน เช่น ในทุกๆ ปี การไหว้ครูที่ชมรมนาฏศิลป์กรุงเทพฯ จะทำพิธีไหว้ครูเพื่อแสดงมุทิตาจิตแก่ครูอาจารย์ต่างๆ ที่ลาลับจากโลกนี้ไป และก็จะต่อท่ารำให้แก่ลูกศิษย์รุ่นใหม่ๆ ซึ่งก็จะทำกันทุกปี และก็มีลูกศิษย์ที่รำได้ดีแล้วมาช่วยต่อท่ารำให้แก่รุ่นน้อง ซึ่งจะเห็นได้ว่าการกระทำพิธีไหว้ครูนั้น เป็นเหมือนการสอนให้ลูกศิษย์ได้รู้แนวทางการร่ายรำอย่างถูกต้องจากครูหรือผู้รู้วิชา
ในปัจจุบันการไหว้ครูมีการประยุกต์หรือเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามยุคตามสมัย ตัวผมเองนั้นก็ได้ประกอบพิธีกรรมการไหว้ครูในทุกปี ช่วงเดือน มี.ค. เพราะถือฤกษ์ตามปฏิทินโบราณ ถือว่าเป็นเดือนคู่ เดือนมงคล การประกอบพิธีกรรมไหว้ครูของผมเองนั้นเป็นการกระทำพิธีโดยยึด 3 หลัก คือ
1.บูชาองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเทวดา
2.แสดงมุทิตาจิตแด่ครูอาจารย์และผู้มีพระคุณ
3.สักการะอักขระวิชาตำราเรียนที่ถูกถ่ายทอดมา
ทั้งสามประการนี้จึงเป็นการรำลึกนึกถึงพระคุณของครูที่ได้สั่งสอนวิชามาให้ เป็นสิ่งดีของพิธีไหว้ครูที่มีแต่ความหมายดีๆ ต่อชีวิต แต่ปัจจุบันมีมนุษย์หลายกลุ่มนำพิธีไหว้ครูมาใช้ในทางไสยศาสตร์ จนเป็นเรื่องของความงมงาย ซึ่งผมจะขอกล่าวเพียงให้รู้ว่า การกระทำพิธีไหว้ครู ถ้าผู้กระทำพิธีไม่มุ่งเน้นไปในเรื่องของการแสดงมุทิตาจิตหรือเคารพครู มนุษย์เหล่านั้นก็อาจจะถูกครูลงโทษได้เช่นกันครับ


