
บอลยูโร‘เดอะ โชว์ มัสต์ โก ออน’
เชื่อว่าบรรดาแฟนกีฬาทั่วโลกต่างกำลังจดจ่อรอคอยศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร 2016”
โดย...เด็กสวนฯ
เชื่อว่าบรรดาแฟนกีฬาทั่วโลกต่างกำลังจดจ่อรอคอยศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร 2016” ที่ฝรั่งเศส (10 มิ.ย.-10 ก.ค.) เพราะจะดูแต่ละทีต้องรอถึง 4 ปี แต่สิ่งที่หลายคนหวาดหวั่นในศึกยูโรคราวนี้ ก็คือเรื่องความปลอดภัย หลังพวกก่อการร้ายมุ่งเป้าโจมตียุโรปเป็นหลัก
หลังจากเกิดเหตุบอมบ์สนามบิน-รถไฟใต้ดินที่กรุงบรัสเซลส์, เบลเยียม วันที่ 22 มี.ค ซึ่งห่างจากเหตุระเบิดถล่มกรุงปารีสเพียง 4 เดือน ทางสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ถึงกับออกมาเปรย เพื่อความปลอดภัยสูงสุด อาจแข่งโดยไม่ให้แฟนบอลเข้าสนาม และให้ชมผ่านถ่ายทอดสดแทน แต่แล้วในที่สุด ยูฟ่าก็ออกแถลงการณ์ ไม่มีความคิดห้ามแฟนบอลเข้าสนาม แต่จะเตรียมแผนฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัยเต็มที่
ล่าสุดยังมีเรื่องไม่สู้ดี เมื่อมีข่าวว่ากลุ่มไอเอสประกาศสงครามกับยุโรป พร้อมส่งนักรบ 400 คน ก่อการร้ายทั่วทั้งทวีป ทำให้ศึกยูโรแดนน้ำหอมคราวนี้คงจะเจอผลกระทบเข้าไปเต็มๆ แน่ โดยน่าจะพอแบ่งเป็น 3 ประเด็นหลักๆ ดังนี้
1.เศรษฐกิจ มีผลเป็นอันดับแรกแน่ เพราะความปลอดภัยเรื่องชีวิตและทรัพย์สิน ใครก็ต้องนึกถึง เชื่อว่ายอดนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปปักหลักให้กำลังใจทีมชาติของตัวเอง รวมทั้งแฟนบอลที่ตามเชียร์ทีมรักทีมโปรด น่าจะลดลงพอสมควร ทำให้ยอดรายได้มหาศาลที่จะเข้าสู่ประเทศเจ้าภาพพากันหดหายตามไปด้วย
แม้รายได้จากการถ่ายทอดสดไปทั่วโลกจะไม่สูญหาย เพราะปิดดีลไปแล้ว แต่หากต้องโม่แข้งโดยไร้ผู้ชมอย่างที่มีข่าวก่อนหน้านี้ (คงแปลกพิลึก เล่นบอลไม่มีคนดู...ก็เหมือนเล่นดนตรีไม่มีคนฟัง) รายได้จากการขายตั๋วก็จะหายไปโดยสิ้นเชิง
2.สังคม ไลฟ์สไตล์ของบรรดาแฟนบอลที่ไปรวมตัวกันในศึกยูโรคงต้องปรับเปลี่ยน การกินดื่มกันอย่างสนุกสนานตามสถานที่ต่างๆ และเดินเตร็ดเตร่ช็อปปิ้งตามย่านชุมชน ก็คงลดน้อยลง ส่งผลโดยตรงกับรายได้ของฝรั่งเศส ที่ควรจะกอบโกยอู้ฟู่สุดๆ ในช่วงบิ๊กอีเวนต์แบบนี้ เพราะกว่าจะได้เป็นเจ้าภาพ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย
3.อรรถรสของเกม ลำพังตัวนักเตะที่ได้ไปร่วมโม่แข้ง ย่อมได้รับการอารักขาดูแลเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างดี และอยู่ในสถานที่ปิด คงไม่หวั่นเท่าไหร่ แต่พวกญาติพี่น้องกองเชียร์ที่ตามไปนี่สิ น่ากลัวกว่าเยอะ เพราะอยู่ในสถานที่เปิด อาจมีกลุ่มก่อการร้ายอยู่รอบตัวก็เป็นได้ ทำให้นักเตะย่อมเป็นห่วงคนของพวกเขาด้วยจิตใจที่หวาดหวั่น จนอาจส่งผลกับฟอร์มการเล่นในสนาม
อย่างไรก็ตาม “บิ๊กเน” เนวิน ชิดชอบ ที่ถือเป็นหนึ่งในคนบ้าบอล จากไม่เคยมีทีมฟุตบอลของตัวเอง ใช้เวลาไม่กี่ปี ทำทีมสโมสรฟุตบอลบ้านเกิด “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จมากสุดในยุคปัจจุบัน พร้อมกับรั้งอันดับ 1 เมืองไทย กลับเห็นต่างโดยสิ้นเชิง
“ผมว่าฟุตบอลก็คือฟุตบอล ก่อการร้ายไม่น่าจะมีผล ดูแล้วมักจะหวังผลทางด้านจิตวิทยามากกว่า และจะทำการระเบิดแต่ละครั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะทำได้บ่อยๆ ต้องใช้เวลาวางแผนอย่างดี เพราะทุกชาติต่างคุมเข้มมากขึ้นเรื่อยๆ คงไม่รอล่อเป้าให้พวกก่อการร้ายหรอก”
บิ๊กบอสปราสาทสายฟ้า ที่เคยไปชมบอลในยุโรปบ่อยๆ ยังเชื่อด้วยว่า การก่อวินาศกรรมยุโรปที่ผ่านมาไม่น่าจะกระทบเศรษฐกิจและสังคมนัก รายได้ของฝรั่งเศสและยูฟ่าไม่น่าตกเป้า ส่วนการใช้ชีวิตของแฟนบอล พอไปอยู่ที่นั่น ก็คงเฉยๆ ไม่กลัวไปเอง เพราะก่อนตัดสินใจไปก็คงเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัย ส่วนเรื่องอรรถรสของเกม สนุกเหมือนเดิมแน่ เพราะนักเตะล้วนเป็นมืออาชีพ แยกแยะได้ ไม่ใจฝ่อ พร้อมทุ่มเทเพื่อชาติบ้านเกิดและแฟนๆ
“ปีนี้ผมไม่มีแผนจะไปดูบอลยูโร เพราะแค่ทำทีมบุรีรัมย์ก็เหนื่อยแย่แล้ว แต่ถึงไปก็ไม่กลัว” บิ๊กเน กล่าวทิ้งท้าย
หวังว่าคงไม่มีเหตุร้ายใดๆ เกิดขึ้นอีกในช่วงนี้ไปจนถึงช่วงศึกยูโร เพราะกีฬาช่วยสร้างความสุขให้คนทั้งโลกพร้อมกันได้เสมอ







