
เหตุยกเว้นโทษหรือลดโทษ คดีเบนซ์ชนฟอร์ด
เดชา กิตติวิทยานันท์
โดย...เดชา กิตติวิทยานันท์
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีคดีดัง กรณีลูกเศรษฐีขับรถยนต์เบนซ์ด้วยความเร็วสูง 250 กม./ชม. ตามที่ผู้เชี่ยวชาญได้ให้ความเห็น เป็นเหตุให้ชนรถคันหน้าและเกิดเพลิงไหม้มีผู้เสียชีวิต 2 คน เป็นนักศึกษาปริญญาโท โดยล่าสุดมีข้อมูลว่าผู้ต้องหาจะสู้คดีทำนองว่าเคยเป็นโรคจิตมาก่อน มีประวัติการรักษาและยังพบซองยาที่ใช้รักษาตัวเองในรถคันเกิดเหตุ ขณะกระทำความผิดอาจไม่สามารถบังคับตนเองได้ ซึ่งตามกฎหมายถ้ามีอาการทางจิตจนถึงขนาดก็อาจจะไม่ต้องรับโทษ หรือได้รับโทษน้อยลงได้ ก่อนหน้านี้ศาลฎีกาเคยตัดสินคดีลักษณะนี้มาแล้วหลายคดี
ทนายคลายทุกข์จึงขอยกตัวอย่างคดีที่ศาลฎีกาเคยตัดสินมาแล้วเพื่อประชาชนจะได้ดูไว้เป็นบรรทัดฐาน ว่ากรณีใดบ้างยกเว้นโทษหรือลดโทษได้บ้าง
จิตบกพร่องไม่เป็นตลอดเวลา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 288/2530
แม้จะไม่ปรากฏว่าได้มีการส่งตัวจำเลยไปให้จิตแพทย์ตรวจและลงความเห็น แต่พฤติการณ์ของจำเลยแสดงให้เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำของผู้ที่มีจิตบกพร่อง และได้กระทำไปขณะที่จำเลยไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองได้เพราะจิตบกพร่องหรือจิตฟั่นเฟือนแม้การที่จำเลยมีจิตบกพร่องหรือจิตฟั่นเฟือนนั้นจะไม่เป็นอยู่ตลอดเวลาจำเลยก็ไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 (ที่มา-เนติ)
ผิดปกติทางจิต
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 530/2542
จำเลยมีอาการผิดปกติทางจิตมานานแล้ว จะมีการกำเริบเป็นครั้งคราวและไม่อาจรู้ได้ล่วงหน้า เมื่อมีอาการทางจิต แล้วจะรู้สึกกลัวและจำอะไรไม่ได้ การที่จำเลยฟันทำร้ายผู้เสียหายทั้งสี่ได้รับบาดเจ็บนั้น ไม่ปรากฏว่าจำเลยกับผู้เสียหายทั้งสี่มีเรื่องบาดหมางมาก่อนอันจะเป็นมูลเหตุให้จำเลยโกรธเคืองมุ่งร้ายผู้เสียหาย ถือเป็นการผิดปกติวิสัยที่คนจิตปกติจะมาฟันทำร้ายผู้เสียหายโดยไม่ปรากฏสาเหตุใดๆ มาก่อน ดังนั้นพฤติการณ์ที่จำเลยกระทำย่อมแสดงให้เห็นว่า จำเลยทำร้ายผู้เสียหายทั้งสี่ในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือไม่ สามารถบังคับตนเองได้ เพราะมีจิตบกพร่องหรือโรคจิต จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษสำหรับความผิดดังกล่าวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 วรรคแรก การกระทำของจำเลยที่ไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 วรรคแรกนั้นต้องพิจารณาถึงผู้กระทำว่ารู้สึกผิดชอบในการกระทำผิดลงในขณะนั้นกับขณะนั้นผู้กระทำสามารถยับยั้งหรือบังคับตนเองได้หรือไม่อันเนื่องจากมีจิตบกพร่องหรือโรคจิต มิใช่ถือเอาการกระทำของจำเลยภายหลังเกิดเหตุ ที่นำชี้สถานที่เกิดเหตุกับแสดงท่าทางในการกระทำผิดมาเป็นเกณฑ์พิจารณาประกอบการกระทำความผิดที่กระทำก่อนแล้วไม่
รู้ผิดชอบอยู่บ้าง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 331/2513
จำเลยคลอดบุตรแล้วเป็นโรคบ้าเลือดมีอาการผิดปกติไปจากคนธรรมดาคุ้มดีคุ้มร้าย ซึ่งถือว่าเป็นโรคจิตหรือจิตฟั่นเฟือนบางขณะไม่มีความรู้สึกผิดชอบเยี่ยงบุคคลธรรมดา แต่ยังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้างหรือยังสามารถบังคับตนเองได้บ้าง จำเลยจึงต้องรับผิดดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 วรรคสอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2040/2518
จำเลยวิกลจริตยิง บ.ตายแล้วลงเรือนไป อีก 2-3 นาทีจำเลยกลับขึ้นมายิง จ.อีก เป็นการกระทำหลายกรรมต่างกัน จำเลยรู้ผิดชอบอยู่บ้าง เป็นความผิดตาม มาตรา 288, 288, 80, 65 เรียงกระทงลงโทษ
คุ้มดีคุ้มร้าย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5895/2540
จำเลยมีอาการป่วยทางจิตเนื่องจากประสบอุบัติเหตุรถยนต์คว่ำ จำเลยเคยไปรักษาที่โรงพยาบาลติดต่อกันนานประมาณ 7 ปี แต่ก่อนเกิดเหตุจำเลยยังรับราชการที่แผนกการเงินกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดได้ตามปกติ แสดงว่าบางขณะจำเลยมีอาการคุ้มดีคุ้มร้าย บางขณะก็เป็นปกติ คืนเกิดเหตุจำเลยเคาะประตูเรียก ป.และโวยวายให้คนช่วยหาคนที่เอามดแดงไปใส่ในรองเท้าจำเลยและทำลายข้าวของในห้องพักของจำเลยเมื่อจำเลยไปค้นห้องพักผู้ตายพบมีดและปืนของผู้ตาย จำเลยหยิบมีดและปืนออกจากห้องและเดินตามหาผู้ตายเมื่อพบผู้ตายจำเลยพูดว่า “เฮ้ย มึงว่ากูกล้ายิงไหม” แล้วจำเลยใช้อาวุธปืนยิงทันที นอกจากนี้หลังเกิดเหตุจำเลยได้พูดกับ ป.ว่า “เป็นไงเพื่อน มึงวิ่งหนีกูทำไม” พฤติการณ์ของจำเลยก่อนและหลังกระทำความผิดเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าภาวะจิตใจของจำเลยขณะกระทำความผิดยังสามารถรู้สึกผิดชอบอยู่บ้างหรือยังสามารถบังคับตนเองได้บ้างตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 วรรคสอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2999/2541
ช่วงเวลาใกล้เคียงก่อนเกิดเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยมีอาการป่วยเจ็บแต่อย่างใดและใบรับรองแพทย์แสดงว่า จำเลยเข้ารักษาตัวเป็นระยะเวลาหลังเกิดเหตุนานพอสมควร กรณีไม่สามารถนำมาเป็นเหตุให้ลงโทษจำเลยในสถานเบา และรอการลงโทษให้แก่จำเลยได้
ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 65 ผู้ใดกระทำความผิด ในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบ หรือไม่สามารถบังคับตนเองได้เพราะมีจิตบกพร่อง โรคจิตหรือจิตฟั่นเฟือน ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น
แต่ถ้าผู้กระทำความผิดยังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้าง หรือยังสามารถบังคับตนเองได้บ้าง ผู้นั้นต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น แต่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้
มึนเมาอ้างเพื่อให้หลุดพ้นจากความรับผิดชอบไม่ได้ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 66)
กฎหมายกำหนดให้ผู้ที่ไม่ยอมเป่าให้สันนิษฐานไว้เบื้องต้นก่อนว่าเมาแล้วขับ
มาตรา 142 ในกรณีที่มีพฤติการณ์อันควรเชื่อว่าผู้ขับขี่ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น หากผู้นั้นยังไม่ยอมให้ทดสอบตามวรรคสามโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นฝ่าฝืนมาตรา 43 (2)
การทดสอบตามมาตรานี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
หน่วยงานของรัฐควรจะมีมาตรการเชิงป้องกันพวกที่ขับรถเร็วหรือขับรถขณะหย่อนความสามารถให้มากกว่านี้







