
ลุ้น ‘ช้างศึก’ หักด่าน ‘อิรัก’ ฉลุยแชมป์กลุ่ม
“ช้างศึก”มีภารกิจนัดสำคัญลงฟาดแข้งกับ “สิงโตแห่งเมโสโปเตเมีย” อิรัก เพื่อคว้าตั๋วเข้ารอบ 3 หรือ 12 ทีมสุดท้าย
โดย...ราชันเบอร์23
แฟนบอลชาวไทยพลาดไม่ได้ สำหรับฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มเอฟ นัดสุดท้าย คืนนี้ (24 มี.ค.) เมื่อ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย มีภารกิจนัดสำคัญลงฟาดแข้งกับ “สิงโตแห่งเมโสโปเตเมีย” อิรัก เพื่อคว้าตั๋วเข้ารอบ 3 หรือ 12 ทีมสุดท้าย
อิรัก - ไทย
สนาม : ปาส กาวามิน กรุงเตหะราน อิหร่าน
เวลา : 21.00 น. ถ่ายทอดสด : ช่อง One (31)
ถือเป็นนัดชี้ชะตาหาแชมป์ของกลุ่ม โดยทีมชาติไทย ซึ่งรั้งจ่าฝูง มี 13 คะแนน ต้องการแค่เสมอเกมนี้จะมี 14 แต้ม หรือ ชนะ (16 แต้ม) ก็จะเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มทันที ขณะที่ อิรัก แข่ง 4 นัด มี 8 คะแนน ต้องชนะทั้ง 2 นัดที่เหลือ เพื่อเข้ารอบในฐานะแชมป์ของกลุ่มเอฟ และปล่อยให้ช้างศึกไปลุ้นเข้ารอบในฐานะ 1 ใน 4 ทีมอันดับ 2 ที่ดีที่สุด
อย่างไรก็ตาม “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย ยืนยันหนักแน่นไม่มีเงื่อนไขอื่น นอกจากต้องคว้าแชมป์กลุ่มกลับเมืองไทยให้ได้
“เรามาที่นี่เพื่อ 3 แต้ม แต่หากได้ 1 คะแนนเป็นอย่างน้อย ก็ถือว่าน่าพอใจ นี่เป็นเกมที่มีความหมายของเรา เราไม่คิดจะยืมจมูกคนอื่นหายใจ เราจะไม่คิดว่าให้เวียดนามมาช่วยเรา เราจะทำผลงานกับอิรักให้ได้ตามเป้าหมาย แล้วผ่านเข้ารอบด้วยตัวของเราเอง แม้เราจะไม่แพ้อิรักมาในนัดแรก พวกเขายังเป็นทีมที่แข็งแกร่ง แต่เราไม่ได้รู้สึกหวาดหวั่น เราจะเล่นเพื่อแฟนบอลชาวไทยทั้งประเทศไทย และเพื่อเป้าหมายเข้ารอบ 12 ทีมต่อไป” กุนซือวัย 42 ปี กล่าว
แม้ต้องรับมือกับ ยูนิส มะห์มูด กองหน้าตัวเก่งของอิรัก ที่ยิงประตูใส่ไทยในเกมแรกที่เสมอ 2-2 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน แต่อดีตกองหน้าทีมชาติไทย มั่นใจลูกทีมไม่กดดัน
“ผมคิดว่าความกดดันน่าจะไปอยู่ที่อิรักมากกว่าไทย ที่ต้องการ 3 แต้ม ก่อนไปเล่นกับเวียดนาม แต่ทั้งนี้เราจะไม่ตั้งรับอย่างเดียว ส่วนมะห์มูด ผมกับเขาเป็นเพื่อนกัน เพราะเคยเล่นเจอกันมาก่อน ก็ยังคิดว่าเขาอันตรายอยู่ แต่ก็จะไม่สั่งให้ลูกทีมระวังเขาคนเดียว ซึ่งอิรักชุดนี้ใช้ทีมชุดโอลิมปิกผสมเข้ามาด้วย คงจะแข็งแกร่งทุกตำแหน่ง”
สภาพของทีมไทย ไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บ คาดว่าจะเล่นระบบ 4-3-3 ประกอบด้วย กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (ผู้รักษาประตู) กองหลัง ธีราทร บุญมาทัน, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, กรวิทย์ นามวิเศษ, ทริสตอง โด กองกลาง สารัช อยู่เย็น, ปกเกล้า อนันต์, “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, มงคล ทศไกร และมี “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา เป็นกองหน้า
“เมื่อ 14 ปีที่แล้ว ผมยังนั่งดูความสำเร็จของพี่ซิโก้อยู่ ที่ทีมชาติไทยในยุค ปีเตอร์ วิธ ผ่านเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้ายเอเชีย จากวันนั้นถึงวันนี้ ผมใกล้จะได้สัมผัสบรรยากาศความสุขนั้น ผมพร้อมที่จะถวายชีวิตเพื่อช่วยให้ทัพช้างศึกผ่านเกมนี้ไปให้ได้” เกริกฤทธิ์ กล่าว
ขณะที่ ยะยาห์ อัลวาน กุนซือทีมชาติอิรัก มั่นใจในศักยภาพลูกทีมจะเอาชนะไทยและเวียดนาม (29 มี.ค.) เพื่อเก็บ 6 แต้ม แม้จะไม่ใช่งานง่ายก็ตาม
“เราตระหนักดีถึงศักยภาพของทีมชาติไทย แน่นอนว่าเราจะไม่ประมาท แต่ขณะเดียวกันผมก็เชื่อมั่น ในศักยภาพลูกทีมของผมทุกคนว่ายังดีกว่าไทย และเราจะเอาชนะพวกเขาเพื่อเป้าหมายการเป็นแชมป์กลุ่มต่อไป” กุนซือทีมชาติอิรัก กล่าว
อิรักจะไม่มี อาเหม็ด ยาซิน ปีกขวาที่เล่นในสวีเดน กับ ยาเซอร์ คาซิม กองกลางที่เล่นกับสวินดอนทาวน์ ที่ยังบาดเจ็บ แต่ยังมี ยูนิส มะห์มูด กองหน้ากัปตันทีม และ อาลี อัดนาน ตัวริมเส้นที่ค้าแข้งกับอูดิเนเซ
สำหรับผู้ตัดสินเกมนี้ ใช้ทีมผู้ตัดสินจากกาตาร์
ทั้งหมด ประกอบด้วย อับดุล ราห์มาน อัล จัสซิม เป็นผู้ตัดสินที่ 1 ถือเป็นผู้ตัดสินดาวรุ่งวัยแค่ 29 ปี ส่วนไลน์แมน คือ ทาเล็บ อัล มาร์รี และ ซาอูด อาห์เหม็ด อัลมากาเลห์ ขณะที่ผู้ตัดสินที่ 4 ซาอูด อาลี อัดบา
ความน่าจะเป็น : แม้ว่าจะเล่นที่ประเทศอิหร่าน สนามกลาง แต่คงไม่แตกต่าง เพราะอิรักทีมนี้เข้าบอลหนัก ถึงลูกถึงคน และทักษะเยี่ยม แต่ทีมไทยยุคของ “ซิโก้” เรื่องพละกำลังสู้ได้ อยู่ที่ปรับแท็กติกเล็กน้อย น่าจะต่อกรอิรักสนุก และแบ่งแต้มกันไป ส่งผลให้“ช้างศึก” คว้าแชมป์กลุ่มสำเร็จ







