posttoday
The Fastest Generation

The Fastest Generation

21 มีนาคม 2559

ผ่านไปแล้วเหมือนพายุแรงๆ เมื่อหลายวันก่อนกับสัปดาห์แฟชั่น ทั้งที่นิวยอร์ก ลอนดอน มิลาน ปารีส

โดย...Katieismonster

ผ่านไปแล้วเหมือนพายุแรงๆ เมื่อหลายวันก่อนกับสัปดาห์แฟชั่น ทั้งที่นิวยอร์ก ลอนดอน มิลาน ปารีส ใครที่เป็นสาวแฟชั่นหนุ่มแฟชั่นก็คงได้อัพเดทเทรนด์ข่าวคราวต่างๆ กันแบบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ดีไซเนอร์
คนนั้นออก อ่ะอ่ะเดี่ยวคนนี้เข้า คนนั้นมาแทนคนนู้นคนนี้อำลาวงการ โชว์ไหนสวยน้อย โชว์ไหนสวยมาก สารพัดสัตว์ปีกก็ว่ากันไป อันนั้นก็ถือเป็นอรรถรสของวัฏจักรวงการนี้ ยิ่งเดี๋ยวนี้อินเทอร์เน็ตย่อโลกเราให้ใกล้กันแค่ปลายนิ้วสัมผัส

ถ้าเป็นเมื่อก่อนอยากรู้อะไรเกี่ยวกับโชว์ที่แฟชั่นวีกต้องรอนิตยสารแฟชั่นเป็นเดือนนู่นกว่าจะออกแต่ละเล่ม เดี่ยวนี้สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวกดปุ๊บแชร์ปั๊บข้ามฝั่งมหาสมุทรอีกทวีปก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง โลกเปลี่ยนวิถีแฟชั่นก็เปลี่ยนตาม ใครจะคิดว่าสื่ออินเทอร์เน็ตและโลกโซเชียลที่รวดเร็วดั่งถอดจิตในวันนี้จะมีผลอย่างมากมายกับวงการแฟชั่นแบบที่ไม่รู้ว่าโลกจะหมุนตามเราทันมั้ย

สองปีก่อนเมื่อตอนที่ เจเรอมี่ สกอต เข้ามารับตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์ให้กับมอสคีโน่ นางก็เขย่าวงการด้วยการออกแคปซูลคอลเลกชั่นกับลุครันเวย์ราว 10 ลุคแรกของโชว์ที่ขายจริงทันทีในวันรุ่งขึ้น ด้วยคอนเซ็ปต์ฟาสต์แฟชั่น มาปีนี้ยักษ์ใหญ่อย่างเบอร์แบร์รี่ออกกลยุทธ์ใหม่ หลังจากการแสดงโชว์ F/W16 ภายใต้คอนเซ็ปต์ Patchwork ที่รวบรวมการปะต่อผ้าลวดลายต่างๆ อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของเบอร์แบร์รี่และหนังแบบต่างๆ รวมถึงวัสดุพิเศษสุดแสนจะเลอค่า เดินโชว์เสร็จปุ๊บสามารถให้ลูกค้าสั่งได้ปั๊บ เรียกได้ว่าช็อกวงการรีเทลเลยทีเดียว

เบอร์แบร์รี่ให้เหตุผลสำคัญในการเดินปุ๊บขายปั๊บแบบนี้ว่า เพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของไอเท็มรันเวย์ได้ก่อนใคร แถมกันปัญหาการก๊อบปี้ของพ่อค้าแม่ขายไฮสตรีท ที่เตรียมรอจะก๊อปของนาง เออแถมตบท้ายอีกด้วยว่านี่จะเป็นครั้งแรกในการพลิกประวัติศาสตร์วงการแฟชั่นเลยทีเดียว แต่เท่าที่ดิชั้นได้มีโอกาสไปชมโชว์รูมในวันรุ่งขึ้นหลังแฟชั่นโชว์กลับไม่พบว่ามีการขายจริง เพียงแต่ให้พรีออร์เดอร์โดยเฉพาะไอเท็มปังๆ ก็ยังต้องรอใช้เวลาผลิต 4-8 สัปดาห์เลยทีเดียว คือมีวางหน้าร้านจริง แต่ชิ้นเด็ดชิ้นปังก็ยังต้องสั่งแล้วรออยู่ดี แบบนี้ก็รอขายไปเลยอีก 6 เดือนปกติไม่เก๋กว่าเหรอ ว่ามั้ยคะ

ที่ปราด้ามาแบบเงียบๆ พูดน้อยต่อยหนัก ไม่มีการออกตัวว่าจะขายอะไรทันที แต่พอโชว์ที่มิลานจบปุ๊บ ก็ไม่รอช้า วันรุ่งขึ้นหน้าร้านก็ดิสเพลย์เป็นกระเป๋ารูปทรงสวยจากรันเวย์ ที่ดีไซน์มาตั้งใจเรียกยอดขายทันทีไม่รีรอ แบบซื้อได้เลย แถมไม่ประกาศออกสื่อด้วย ที่สำคัญ กระเป๋ารันเวย์ทุกใบจำกัดเวลาขายแค่ราวๆ 1 เดือน ขายได้หรือไม่ได้ไม่สน เก็บแล้วค่อยนำมาขายอีกทีอีก 6 เดือนหน้าตามเวลาที่จะขายจริงอ่ะ เปรี้ยวไปอีกอารมณ์ ว่าชั้นให้โอกาสเธอเป็นเจ้าของก่อนใคร แต่ถ้าเธอไม่คว้าไว้ ก็เจอกันอีก 6 เดือนค่ะ อะไรแบบนี้

สุดท้ายสรุปว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบการขาย และระบบธุรกิจแฟชั่นแบบเดิม ที่แฟชั่นโชว์มีขึ้นเพื่อแสดงเทรนด์เสื้อผ้าของอีก 6 เดือนข้างหน้า หรือเหล่าแบรนด์ยักษ์ใหญ่ต้องการสร้างยอดขาย เลยหากลเม็ดเด็ดพรายมาล่อลวงลูกค้าตาดำๆ อย่างเราๆ จริงๆ การอยากเพิ่มยอดขาย ดิชั้นว่าก็น่าจะเป็นเหตุผลหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นเหตุผลหลักเลยก็ว่าได้ เพราะตอนนี้ไม่ว่าจะเดินเข้าออกร้านค้าไหน ตั้งแต่
ไฮเอนด์ยันตลาดนัด พนักงานขายก็จ้องลูกค้าตาเป็นประกาย พร้อมส่งสายตาแบบมีนัยว่า ซื้อมั้ยคะๆ!

เมื่อโลกเล็กลง บทบาทหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์ถูกมอบให้กับคนรุ่นใหม่ ที่เรียกตัวเองว่าบล็อกเกอร์ ภาพต่างๆ ที่ถูกแชร์ลงตามสื่อโซเชียลแพร่อย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่าวินาทีต่อวินาที ผู้เสพผู้ซื้อได้รับสารเห็นภาพคอลเลกชั่นที่จริงๆ จะวางขายในอีก 6 เดือนข้างหน้า แต่บล็อกเกอร์แชร์ภาพกันซ้ำแล้วซ้ำอีก คนแล้วคนเล่า ความสดใหม่ของเสื้อผ้าก็ลดลง เพราะผู้ซื้อเห็นภาพที่แชร์จนรู้สึกเฉยๆ พอวันที่ขายจริงก็ไม่ตื่นเต้น กรรมก็ตกอยู่ที่ดีไซเนอร์ต้องเร่งผลิต เร่งดีไซน์ออกคอลเลกชั่นใหม่มาให้ทันความต้องการของผู้บริโภค

อันนี้ขายไม่ดีงั้นเซลส์ แล้วรีบออกพรีฟอลไม่ดีอีกงั้นเซลส์แล้วออกครูซ สุดท้ายสินค้าในร้านที่วางขายกลับไม่ตรงกับสภาพอากาศจริงๆ เช่น เสื้อผ้าฤดูร้อนแต่ออกวางขายช่วงเดือน ม.ค. เซลส์ช่วงเดือน ก.ค. ลูกค้าและผู้บริโภคเองก็เกิดการสับสนซื้อไม่ถูก กลายเป็นยอดขายตก แต่จะโทษบล็อกเกอร์เองก็ไม่ได้ เพราะนางก็ทำหน้าที่ของนาง คือโปรโมททุกสิ่ง แชร์ทุกอย่างที่เห็น ยิ่งยุคดิจิทัลแบบนี้แล้วด้วย ครั้นถ้าจะไม่เสพไม่เล่นไม่มีโซเชียล โดยเฉพาะคนที่ทำงานเกี่ยวกับแฟชั่นตรงนี้ก็อาจตกข่าวจนเชยและตามคู่แข่งไม่ทัน เพราะแมกกาซีนแฟชั่นต่างๆ ก็มีช่องทางดิจิทัลเอาไว้ให้ผู้บริโภคอัพเดทและเป็นทางเลือก ถ้ามัวรอหนังสือวางแผงก็คงไม่ทันกิน เล่มอื่นหัวอื่นเขาอัพเดทไปแล้ว ถ้าไม่มีโซเชียลหรือบล็อกเกอร์ช่วยก็จะกลายเป็นเต่าล้านปีไปอีก เฮ้ออออ...กลุ้ม

ในเมื่อวันนี้ โลกใบเดิมที่เราเคยใช้ชีวิตเมื่อหลายปีก่อน กลายเป็นโลกใบใหม่ที่มีสื่อโซเชียลและดิจิทัลมาเป็นตัวแปรให้โลกหมุนเร็วขึ้น ถ้าเรารู้สึกเหนื่อย เราก็พักบ้าง ไม่น่าจะมีใครว่า เพราะบางทีเราก็ไม่จำเป็นต้องรู้ และเอาทุกสิ่งมาใส่สมองหรืออัพเดทเช็กฟีดเฟซบุ๊กไอจีกันตลอดเวลา ยังมีอย่างอื่นอีกมากมายที่น่าสนใจมากกว่า แต่เมื่อพักแล้วก็กลับมาใหม่ เพราะถ้าพักนานลืมตามาอีกทีเราอาจตกเทรนด์แฟชั่นร้อนๆ ที่นี่ก็เป็นได้นะคะ

เพราะเราก็ยังต้องอาศัยอยู่ในโลกใบเดียวกัน ใบที่หมุนเร็วใบนี้ด้วยกันไปอีกนานแสนนานค่ะ

เกี่ยวกับผู้เขียน Katieismonster หรือไก่ต๊อกLondoner/Central Saint Martins/Exclusive buyer and style adviser @loves_kt/Ellester at Elle magazine.Instagram @katieismonster Email : [email protected]

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ