เที่ยวไม่มีเบื่อ เที่ยวตอนเหนือเวียดนาม
ปัจจุบันการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศนั้น ไม่มีข้อจำกัดหรือยุ่งยากมากนักหากเทียบกับสมัยก่อน
โดย...ทีมงานโลก 360 องศา [email protected]
ปัจจุบันการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศนั้น ไม่มีข้อจำกัดหรือยุ่งยากมากนักหากเทียบกับสมัยก่อน เพราะหลายประเทศมีการส่งเสริมทางด้านการท่องเที่ยวมากขึ้น อีกทั้งเงื่อนไขในการเดินทางเข้าประเทศต่างๆ นั้นก็ลดหย่อนลงมา เพื่อเปิดโอกาสให้กับนักท่องเที่ยวได้เดินทางได้ง่ายและสะดวกขึ้น แต่สำหรับการเดินทางไปบางประเทศยังคงต้องขอวีซ่าเพื่อเข้าประเทศนั้นๆ อยู่ แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า
สำหรับประเทศที่เดินทางไปโดยไม่ต้องขอวีซ่านั้น ปัจจุบันประกาศให้มีทั้งหมด 28 ประเทศด้วยกัน และประเทศเวียดนามคือหนึ่งในนั้น ซึ่งประเทศเวียดนามนั้นเป็นอีกประเทศที่มีความหลากหลายในด้านของการท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวที่ประเทศเวียดนามเพิ่มมากขึ้นทุกปี
กรุงฮานอย เมืองหลวงของประเทศเวียดนาม คือปลายทางอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยว เพราะความสะดวกสบายต่างๆ ที่เอื้อต่อการเดินทางมาท่องเที่ยวในเมืองนี้ ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน Noi Bai ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางกรุงฮานอยมากนัก รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวย่านใจกลางเมืองที่มีอยู่หลายที่หลายแห่ง ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างมุ่งตรงมาที่นี่
สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงฮานอยที่นักท่องเที่ยวนิยมมา ได้แก่ ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม วัดหง็อกเซิน เจดีย์เติ่นกวั๊ก พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ และย่าน Old Quarter ซึ่งถือเป็นย่านช็อปปิ้งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวเวียดนามและชาวต่างชาติ นอกจากนี้ หากเดินทางมาเที่ยวที่กรุงฮานอย แต่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากตัวเมือง ไปเป็นการได้สัมผัสบรรยากาศของธรรมชาติ หรือไปดูวิถีชีวิตของผู้คนในประเทศนี้ ที่ทางตอนเหนือของประเทศเวียดนามก็ยังมีสถานที่ที่ยังมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ วิวทิวทัศน์ที่สวยงาม รวมถึงวิถีชีวิตของชาวเขาที่อาศัยอยู่แถบตอนเหนือของประเทศ สิ่งเหล่านี้คืออีกหนึ่งสีสันที่หากว่าใครมีโอกาสได้ไปเยือน รับรองว่าจะต้องประทับใจ จนอยากจะเดินทางกลับมาเที่ยวอีกอย่างแน่นอน
จังหวัดทางตอนเหนือของเวียดนาม ที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่นิยมเดินทางมาอันดับต้นๆ ก็คงจะเป็นเมืองซาปา เมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองโรแมนติกที่สุดของประเทศ เพราะด้วยทำเลที่ตั้งที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาสูง จึงทำให้ที่ซาปามีอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี และยิ่งไปกว่านั้น หากเป็นช่วงฤดูหนาวที่นี่ก็มีหิมะตกเอาใจบรรดานักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบหิมะเป็นพิเศษอีกด้วย
เมืองซาปานั้น เป็นเมืองที่มีการพัฒนาในด้านธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพราะนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวกันมากขึ้น จึงทำให้ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางที่สามารถมาได้โดยทางรถยนต์หรือรถไฟก็ได้ หรือจะเป็นโรงแรมที่พักที่มีมากเพียงพอรองรับนักท่องเที่ยว รวมถึงร้านค้าร้านอาหารต่างๆ เรียกได้ว่ามาเที่ยวที่นี่ได้ครบทุกมิติ แต่ถ้าหากว่าเที่ยวในตัวเมืองจนจุใจแล้ว ที่เมืองซาปายังมีหมู่บ้านชาวเขาที่ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ไม่ว่าใครเดินทางมาก็จะต้องแวะไป นั่นก็คือ หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองซาปาเพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น และเมื่อมาที่หมู่บ้านนี้นอกจากจะได้เรียนรู้และได้สัมผัสกับวิถีชาวเขาเผ่าม้งแล้ว ยังมีวิวของทุ่งนาขั้นบันไดที่สวยงามตามฤดูการเจริญเติบโตของต้นข้าว ให้นักท่องเที่ยวได้ซึมซับกับธรรมชาติที่สวยงามอีกด้วย
จังหวัดห่าซาง คืออีกหนึ่งจังหวัดที่มีความหลากหลายไม่แพ้ที่ซาปา ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของภูมิประเทศ ที่มีทั้งภูเขาสีเขียวขจี หรือจะเป็นแบบภูเขาหินสีเทาเข้มๆ ที่เขตด่งหวาน ก็เป็นอีกหนึ่งสีสันที่จะทำให้การเดินทางครั้งนี้ดูน่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ที่ห่าซางยังมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ มีทิวทัศน์ที่สวยงามของทุ่งนาขั้นบันได เช่นเดียวกับที่ซาปา นอกจากนี้ที่นี่ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่ออีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ตำหนักกษัตริย์ม้ง หรือหอธงชาติหลุงกู๋ ที่เขตด่งหวาน รวมถึงตลาดนัดวันอาทิตย์ที่เขตเหมี่ยวแหวก ซึ่งถือเป็นตลาดนัดที่รวมพ่อค้าแม่ค้าชาวเขาไว้มากที่สุด อีกทั้งที่ตลาดแห่งนี้ก็ยังถือเป็นตลาดปศุสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดห่าซางอีกด้วย
หากมีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวทางตอนเหนือของเวียดนาม นอกจากซาปาและห่าซางแล้ว ก็ยังมีอีกหนึ่งเมืองที่มีความสำคัญของประเทศเวียดนาม นั่นก็คือ เมืองเดียนเบียนฟู เมืองที่มีบันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของประเทศ ซึ่งถ้าหากใครอยากทำความรู้จักหรือทำความเข้าใจประเทศเวียดนามให้มากยิ่งขึ้นมาที่เมืองนี้ รับรองว่าไม่ผิดหวัง
เมืองเดียนเบียนฟู มีพื้นที่ติดกับประเทศลาว สามารถเดินทางมาได้โดยรถยนต์และรถไฟ เป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็มีโรงแรม ที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร เพียงพอสำหรับรองรับนักท่องเที่ยว และสถานที่แรกซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์คของเมืองก็คือ อนุสาวรีย์แห่งชัยชนะ ที่สร้างอยู่บนเนินเขาสูง โดดเด่นอยู่ใจกลางเมือง ที่นี่สร้างขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงชัยชนะของกองทัพเวียดมินห์ ที่นี่นอกจากจะได้มาเห็นและเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ของประเทศเวียดนามแล้ว ก็ยังถือเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวเมืองเดียนเบียนฟูได้อย่างชัดเจน
นอกจากเที่ยวชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แล้ว วิถีชีวิตของผู้คนที่เมืองนี้ก็ยังคงเอกลักษณ์วัฒนธรรมของตนเองไว้ให้เราได้เห็นและรู้จักพวกเขาให้มากยิ่งขึ้น ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้ส่วนใหญ่จะเป็นชาวไทดำ หรือไตดำ ซึ่งปัจจุบันพวกเขาก็ยังคงรักษาวัฒนธรรมประเพณีของตนเองไว้ เช่น ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วจะต้องเกล้าผมขึ้น และจะต้องเกล้าแบบนี้ไปตลอดชีวิต หากใครมีโอกาสเดินทางมาที่นี่ก็คงจะสังเกตได้ไม่ยาก ว่าสาวๆ คนไหนโสดหรือแต่งงานมีครอบครัวแล้ว นอกจากนี้ เมืองเล็กๆ สงบๆ เมืองนี้ ยังเป็นทำเลที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินเที่ยวชมเมืองแบบสโลว์ไลฟ์อีกด้วย
การเริ่มต้นออกเดินทางไปยังสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง หรือประเทศใดๆ ก็ตาม หากเราได้มีโอกาสไปสัมผัสครบทุกมิติของประเทศนั้นๆ รับรองว่าการเดินทางจะมีสีสันและมีความประทับใจมากเป็นพิเศษ และทั้งหมดนี้ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันของการเดินทางท่องเที่ยวทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม ที่จะทำให้เที่ยวได้แบบไม่มีเบื่ออย่างแน่นอน


