posttoday
อาจารย์ป๋วยกับร่าง รธน.ปี’59

อาจารย์ป๋วยกับร่าง รธน.ปี’59

17 มีนาคม 2559

ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์ อดีตผู้อำนวยการ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ

โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์ อดีตผู้อำนวยการ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ

วันที่ 9 มี.ค. 2559  หากอาจารย์ป๋วย  อึ๊งภากรณ์ มีชีวิตอยู่ ท่านจะมีอายุครบ 100 ปีพอดี เมื่อพูดหรือเขียนถึงอาจารย์ ป๋วย สิ่งหนึ่งที่คนพูดและคิดถึงคือ บทความเรื่อง “จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ที่อาจารย์ป๋วยได้บอกถึง “สิ่งที่ผมปรารถนา” แทนคนไทยทุกคน

สรุปสาระสำคัญได้ว่า ท่านขอตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ขอให้คุณแม่ของท่านซึ่งอุ้มท้องอยู่ได้รับการดูแลจากรัฐเรื่องสวัสดิภาพของแม่และเด็กตั้งแต่ก่อนและหลังคลอด มีอาหารที่เป็นประโยชน์ เพียงพอ สำหรับแม่และเด็ก พอโตหน่อยก็ขอให้รัฐช่วยดูแลเรื่องการศึกษา ไม่ว่าจะรวยหรือจน อยู่ในเมืองหรือชนบท เด็กทุกคนได้เล่าเรียนเหมือนกัน ใครมีสติปัญญาที่จะเรียนสูงได้ก็ให้โอกาสเขาเรียนไป เรียนรู้สังคมของตนและสังคมโลก ออกจากโรงเรียนก็มีงานทำ ได้ทำงานที่เป็นประโยชน์กับสังคม ถ้าเป็นชาวนาชาวไร่ก็ขอให้มีที่ดินทำกินของตัวเองสักแปลงหนึ่ง มีช่องทางยืมเงินจากรัฐมาลงทุน มีตลาดขายผลผลิตได้ในราคายุติธรรม ขอดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข มีกฎหมายคุ้มครอง ไม่มีการกดขี่ ประทุษร้ายคน มีหนังสือพิมพ์อ่าน มีโทรทัศน์ดู ได้รับรู้ข่าวสารบ้านเมืองและต่างประเทศ อย่ามีโฆษณามากนัก   รัฐต้องให้บริการการป้องกัน รักษาโรคฟรี หาหมอพยาบาลได้สะดวก เมื่อแก่เฒ่าก็ได้รับการดูแลจากรัฐ  หากจะตายก็อย่าตายเพราะถูกฆ่าตายโดยผู้ร้าย ถูกรถชนตาย ตายในสงคราม ตายเพราะความขัดแย้งทางการเมือง ท่านไม่ได้ขอฝ่ายเดียว แต่ยินดีจ่ายภาษีตอบแทนทุกบาททุกสตางค์ตามควรแก่อัตภาพไม่ให้ขาดตกบกพร่อง

ในหลายสิบปีที่ผ่านมา คนไทยได้เรียกร้องสิ่งเดียวกันนี้จากรัฐ ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แล้วแต่ความกรุณาจากรัฐ กว่าจะได้ก็ต้องต่อสู้ บางทีต้องแลกด้วยชีวิต บาดเจ็บล้มตายกัน แต่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่หากผ่านประชามติและนำมาใช้ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ที่รัฐจะต้องจัดหาให้ประชาชน โดยประชาชนไม่ต้องไปเรียกร้องดังเช่นที่ผ่านมา  

หมวดหน้าที่ของรัฐเป็น “นวัตกรรม” สำหรับร่างรัฐธรรมนูญปี 2559 เป็นของใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนที่ กรธ.กำหนดไว้ว่า รัฐมีหน้าที่จะ "ต้อง" ทำอะไรบ้างให้กับประชาชน ไม่ต้องรอให้ประชาชนเรียกร้อง นัยหนึ่งเป็นการบังคับให้รัฐต้องทำ หากไม่ทำประชาชนสามารถฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ หรือต่อกลไกอื่นที่กำหนดไว้ได้ ผลก็คือรัฐบาลที่ทำหน้าที่ในนามรัฐต้องพ้นจากอำนาจไปหากถูกตัดสินว่าผิดตามที่ประชาชนร้อง สำหรับนโยบายที่รัฐบาลจะทำหรือไม่ทำก็ได้ แต่เป็นสิ่งที่รัฐบาล “พึง” จะทำหรือสมควรจะทำถูกใส่ไว้ในหมวดว่าด้วย “แนวนโยบายแห่งรัฐ” อย่างไรก็ดี ถ้าประชาชนเกรงว่าสิทธิของตนจะเสียไป อยากไปชุมนุมเรียกร้องก็ได้ ไม่มีใครว่า  เพราะสิทธิของประชาชนไม่ได้หายไปไหนเลย อยู่ครบ

“จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ที่อาจารย์ป๋วยเรียกร้อง บัดนี้ได้รับการตอบสนองแล้วด้วย “จากท้องแม่จนแก่เฒ่า” ที่ทำเป็นอินโฟกราฟฟิกให้อ่านง่ายๆ โดย ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองเลขาธิการสำนักงานกฤษฎีกาและเลขานุการ กรธ. ที่ชี้ให้เห็นว่า “สิทธิของมารดาในช่วงระหว่างก่อนและหลังการคลอดบุตร ย่อมได้รับการคุ้มครองและช่วยเหลือตามที่กฎหมายบัญญัติ” รัฐธรรมนูญให้ความสำคัญแก่ครอบครัว เพราะถือว่าเป็นรากฐานของสังคม โดยกำหนดไว้ว่า “รัฐพึงเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว อันเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญของสังคม” เราให้ความสำคัญแก่เด็กๆ  เพราะเด็กๆ ของเราต้องได้รับการคุ้มครอง ในรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่า “รัฐพึงให้ความช่วยเหลือเด็กและเยาวชน ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและคุ้มครองป้องกันมิให้มีการใช้ความรุนแรง หรือปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อเด็กและเยาวชน”

ร่างรัฐธรรมนูญกำหนดหน้าที่ของรัฐไว้ด้วยว่า “รัฐต้องให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาตั้งแต่วัยเรียนจนจบ การศึกษาภาคบังคับที่มีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย” และ “รัฐต้องดำเนินการให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาตามความถนัดของตน” โดย กรธ.ได้เน้นเรื่องการเลือกเรียนตามความถนัดหลังการศึกษาภาคบังคับ นอกจากนั้นยังกำหนดด้วยว่า “การศึกษาต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได้ตามความถนัด และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ”

เมื่อจบการศึกษาแล้ว ทุกคนต้องมีความสามารถในการประกอบอาชีพ โดยกำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญว่า “รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนมีความสามารถในการทำงานอย่างเหมาะสมกับศักยภาพและวัย และให้มีงานทำ มีรายได้ และสวัสดิการที่เหมาะสม และมีการออมเพื่อการดำรงชีพ”

บางคนเกรงว่า สิทธิชุมชนที่เคยมีมาจะหายไปนั้น ข้อเท็จจริงไม่ได้หายไปไหน แต่ถ้าอยากให้เขียนชัดๆ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เขียนไว้ให้แล้ว “สิทธิชุมชนตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ใช้สิทธิได้ทันที ไม่ต้องรอมีกฎหมาย” ซึ่งสามารถใช้สิทธินี้ได้ถึง 9 ประการตามคำขวัญของรัฐบาลที่ว่า “ชุมชนร่วมรัฐ  พัฒนาชาติไทย ไปสู่ประชารัฐ”

มีคนบางกลุ่มปล่อยข่าวหาว่าร่างรัฐธรรมนูญบับนี้จะไม่ให้บริการ 30 บาทรักษาทุกโรคอีกต่อไป ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะร่างรัฐธรรมนูญได้ให้ประชาชนจะได้รับการบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึง โดยกำหนดไว้ว่า

“รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง  เสริมสร้างให้ประชาชนมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค”

ร่างรัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ว่า “รัฐพึงให้ความช่วยเหลือสตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาสให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ” และ “บุคคลที่มีอายุเกินหกสิบปีบริบูรณ์  ไม่มีรายได้เพียงพอแก่การดำรงชีวิต และบุคคลผู้ยากไร้ ย่อมมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ” การที่มีการปล่อยข่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไม่ให้เงินยังชีพแก่ผู้สูงวัยอีกต่อไปจึงไม่เป็นความจริง

“จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ของอาจารย์ป๋วย ได้รับการสนองตอบโดยคลิป “จากท้องแม่จนแก่เฒ่า” ที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ทำให้ความฝันของอาจารย์ป๋วยเป็นความจริง  วิญญาณของอาจารย์คงมีความสุขที่ได้รับข่าวว่าคนรุ่นหลังได้ทำให้ความฝันของท่านเป็นความจริงแล้ว

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน