
ทำใจ(ได้)เมื่อถูกทิ้ง
เคยมีภาพยนตร์โฆษณาเรื่องหนึ่ง มีลูกหมาน้อย 2 ตัว กำลังยืนงงๆ อยู่ด้านหน้าสนามโล่งๆ ว่างๆ แห่งหนึ่ง ก็ไม่ได้อะไร เห็นไม่มีอะไรทำก็คุยกัน
โดย...บีเซลบับ
เคยมีภาพยนตร์โฆษณาเรื่องหนึ่ง มีลูกหมาน้อย 2 ตัว กำลังยืนงงๆ อยู่ด้านหน้าสนามโล่งๆ ว่างๆ แห่งหนึ่ง ก็ไม่ได้อะไร เห็นไม่มีอะไรทำก็คุยกัน ขณะที่ลูกหมาสองตัวคุยกันอยู่ก็มีหมารุ่นพี่หน้าตาเนื้อตัวบอกความอาวุโสสไตล์หมาวัดเก๋าๆ ลูกพี่เกาหูเกาหัวรำคาญเสร็จก็กระแทกเสียงใส่บักซิเด๋อน้อย 2 ตัวนั้นว่า “มัวแต่คุยกันอยู่นั่นแหละ ไม่รู้เหรอว่าถูกเขาเอามาทิ้ง!” หมาใหญ่กระแทกเสียงตรงคำว่า “ทิ้ง” ลูกหมาน้อย 2 ตัว เพิ่งรู้ชะตากรรมร้องจ๊าก
ฮาฮา...ดูหนังไม่คิดอะไรก็ว่าขำดี ไม่รู้ตัวว่าถูกทิ้งก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ารู้ตัวเมื่อไหร่ก็กลายเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ ไม่ว่าคนว่า(ลูก)หมา รับไม่ได้และคงต้องร้องจ๊ากเสียงหลงเหมือนๆ กัน มนุษย์จะรู้สึกมีค่า ถ้าได้มีของรักมีคนที่จะรัก หาของที่รัก หาคนที่รักได้พบแล้ว จะอยากอยู่เพื่อดูแลของรักนั้น
แต่ถ้าเสียของหรือคนรักไป จะรู้สึกชีวิตขาดหายบางสิ่ง บางคนโศกเศร้ามาก เพราะรู้สึกว่าตัวเองด้อยความสามารถที่ไม่สามารถปกป้องหรือดูแลของรักคนรักนั้นๆ ไว้ให้อยู่กับตัวเองได้ การที่มีแฟนหรือคนรักแล้วคนรักจากไป เช่น ตาย หรือไปมีแฟนใหม่ มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเศร้าที่ถูกทิ้งในหลายรูปแบบ
ยกตัวอย่าง คนรักจากไปมีคนใหม่ บางคนจะดูถูกตัวเอง หรือโทษคู่รักและโกรธตัวเองด้วย ทำให้เศร้าและแค้น บางคนแค่เพื่อนรักไปมีเพื่อนใหม่ที่สนิทกว่าก็เหงาและโกรธแล้ว การสูญเสียของรักทุกอย่าง ทำให้สูญเสียอีโก้ของตัวเองลงไปชั่วคราว เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะพยายามสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่
สำหรับบางคนเมื่อถูกทิ้งทอดไป ไม่ว่าด้วยเหตุใด ก็จะพานทอดทิ้งตัวเอง ไม่ออกสังคม ไม่อยากคบใคร ไม่อยากยอมรับพฤติกรรมของคนอื่นในสังคม บางคนอาจคิดว่าเป็นปมด้อยที่ลบไม่หาย คิดอย่างนี้จะยิ่งทุกข์มากขึ้นไปอีก บางคนเกิดอาการหวาดกลัว อยู่ลำพังคนเดียวไม่ได้ นอนคนเดียวไม่ได้ ต้องมีเพื่อนมาอยู่หรือมานอนเป็นเพื่อน เพื่อให้เกิดความมั่นใจหรือปลอดภัย
บางคนต้องการกอดเพื่อให้อบอุ่น ซึ่งอาจเป็นเพราะขาดมาตั้งแต่วัยเด็กที่ไม่ได้รับความรักหรือการแสดงความรักที่เหมาะสมจากพ่อแม่ (หรือผู้เลี้ยงดู) มาก่อน ความเป็นไปได้เมื่อถูกทิ้งของแต่ละคน จึงไม่เหมือนกันและไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับบุคลิกภาพพื้นฐานของแต่ละคน
บางคนถูกทิ้งแล้วชิลมาก สบายมาก ใช้เวลาปรับตัวหรือบางคนเรียกว่าช่วงทำใจไม่นานก็กลับเป็นปกติดังเดิม แต่บางคนถูกทิ้งแล้วกลายเป็นเรื่องใหญ่โต ยากที่จะรับมือ หรือแม้กระทั่งในบางคนที่(คิดเอาเองว่า)ยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป คีย์เวิร์ดคือผลลัพธ์ของการประเมินความรู้สึกจากการสูญเสียของรักคนรัก หรือการถูกทิ้ง ที่ไม่เท่ากันนั่นเอง
6 เทคนิคพิชิตใจ(ตัวเอง)เมื่อถูกทิ้ง
1.ผู้รู้แนะนำให้อ่านหนังสือที่เบาๆ สบายๆ ไม่จริงจังกับชีวิต ดูทีวีเกี่ยวกับความรู้รอบตัว เรื่องราวสนุกๆ ของคนอื่น ของชุมชนอื่น หรือของประเทศอื่น ชีวิตสัตว์บกสัตว์น้ำ งานอดิเรกหรือกีฬาที่อยากเรียนรู้
2.การทำสมาธิ
ฝึกสติและจิตใจให้อยู่กับปัจจุบัน ปล่อยวาง ไม่ยึดถือ ไม่ยึดติด
3.เปลี่ยนสไตล์การกิน
บางคนใช้วิธีหันมากินเจ ฝึกตัวเองที่จะลดความต้องการลง ต้องการมากก็ทุกข์มาก ต้องการน้อยก็ทุกข์น้อย การกินเจใช้ฝึกฝนตนได้ในระดับหนึ่ง
4.เดินทางท่องเที่ยว
ใช้การเดินทางใหม่ๆ เสริมสร้างประสบการณ์ชีวิต ออกท่องเที่ยวเรียนรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอนในโลกด้วยสายตาของตัวเอง ได้รู้ได้เห็นว่าในโลกนี้ไม่มีใครที่ไม่เคยถูกทิ้ง ต่างคนต่างเคยกันมามากบ้างน้อยบ้าง ไม่จากเป็นก็จากตาย
5.ออกงานสังคม
ออกงานสังคมเพื่อพบปะผู้คนใหม่ๆ เช่น ไปกินอาหารนอกบ้าน ไปสมัครเรียนเต้นลีลาศ ไปสมัครเรียนการซ่อมรถยนต์ ฯลฯ
6.ออกกำลังกาย
การออกกำลังกาย ทำให้เกิดการหลั่งของสารเอนดอร์ฟิน จิตใจเบิกบาน







