
(เพราะ)หัวใจไม่เคยชรา
Crazy Heart ให้บรรยากาศคล้ายๆ The Wrestler เพียงแต่เปลี่ยนสถานะจากนักมวยปล้ำ (มิกกี รูค นำแสดง) มาเป็นนักร้อง....
Crazy Heart ให้บรรยากาศคล้ายๆ The Wrestler เพียงแต่เปลี่ยนสถานะจากนักมวยปล้ำ (มิกกี รูค นำแสดง) มาเป็นนักร้อง....
เรื่อง วิชช์ญะ ยุติ / ภาพ ไม่มีเครดิต
“แบด แบล็ก” คืออดีตนักร้องคันทรีชื่อดัง คนมักจดจำเขาได้ดีจากภาพลักษณ์ด้านลบ ตั้งแต่ขี้เมาหยำเป อัดบุหรี่มวนต่อมวน ไปจนถึงมีชีวิตคู่ที่ล้มเหลว แถมยังทะนงตนว่าตัวเองนั้นเจ๋งกว่าใคร
เมื่อเวลาล่วงเลยผ่าน กาลแห่งดาวอับแสงมาเยือน แบด แบล็ก ก็จำต้องเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญและความจีรังที่ไม่เคยคอยท่า
ชื่อเสียง เงินทอง เกียรติยศ ล้วนเป็นเพียงมายา ได้มาก็จากไป ไม่มีอะไรอยู่ยั่งยืน นั่นทำให้ผู้เกรียงไกรในโลกดนตรีคันทรีเช่นเขา จึงมุ่งสู่หนทางเพื่อความอยู่รอดของปากท้อง
ค่ำคืนอันเงียบหงอย ณ บาร์เล็กๆ แบด แบล็ก เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสีสันความครึกครื้น เขาแทบไม่มีสิทธิปฏิเสธขึ้นโชว์ แม้ว่ามันอาจจะดูกระจอกเกินไปสำหรับซูเปอร์สตาร์ก็ตาม
บนเวที แบด แบล็ก ยังคงวาดลวดลายฝีไม้ลายมือได้อย่างแพรวพราว สะกดแฟนเพลงรุ่นราวคราวเดียวกับเขาให้รู้สึกปลาบปลื้มใจสุดๆ น้ำเสียง จังหวะ ลีลา ล้วนบ่งชี้ชัดว่าความเลวในตัว หรือพฤติกรรมไม่น่าเลียนแบบ ก็พร้อมจะถูกกลบด้วยคุณสมบัติเด่นที่เขาแสดงออกมา
ดนตรีคันทรีได้กลายเป็นสิ่งเยียวยาชีวิต แบด แบล็ก ช่วยต่อลมและหล่อเลี้ยงตาเฒ่าให้กลับมายืนจุดเดิม แน่นอนมันย่อมไม่เหมือนสมัยรุ่งโรจน์ แต่อย่างน้อยๆ หัวใจที่เคยแห้งเฉาก็ดูชื่นฉ่ำอีกครา ดั่งผืนดินร้อนแล้งยามโดนหยดน้ำฝนร่วงหล่นพรม
ผลงานที่ไม่ได้อยู่ในกระแสหลักและอาจจะฉีกต่างไปจากเหล่าหนังตัวเต็งหามออสการ์ ยิ่งเมื่อซิวสาขานักแสดงนำชายและเพลงประกอบไปครอง โดยไม่มีใครคาดคิดว่าจะชนะ เสียงวิพากษ์เซ็งแซ่ก็ย่อมเกิดขึ้นถึงต่อการเป็นม้ามืดมาแรง
แต่ด้วยคุณภาพและความโดดเด้งที่การันตีไว้จากการแสดงของพระเอกรุ่นลุง “เจฟฟ์ บริดเจส” (เข้าชิงออสการ์มาแล้ว 4 ครั้ง The Contender/Starman/Thunderbolt and Lightfoot/The Last Picture Show แต่ชวดหมด) ซึ่งเล่นได้นวลเนียนแนบสนิทในบทร้อง-เล่นดนตรีเองในทุกๆ ฉาก จนเชื่อสนิทใจว่าเขาคือนักร้องคันทรีตัวจริง หรือกระทั่งเพลงเก่าๆ ที่นำมาใช้ประกอบ ก็เป็นความกลมกล่อมที่ไปกันได้ดีกับเนื้อหา ดนตรีคันทรีที่บรรเลงสะท้อนความจริงบางเสี้ยวชีวิตที่ตัวละครกำลังเผชิญ ความหมายของเนื้อร้องก็คือ ภาพร่างที่ถอดมาจากสิ่งปรากฏ
จากการกำกับเรื่องแรกของดาราตัวประกอบที่หันมาทำงานเบื้องหลัง “สกอตต์ คูเปอร์” (Get Low/Gods and Generals/Austin Powers: The Spy Who Shagged Me) ถือว่าสอบผ่านฉลุย เพราะประเด็นที่เขาตั้งใจเล่านั้นมีความหลากอารมณ์ ไม่เอนเอียงทางใดทางหนึ่งสุดขั้ว แม้จะเน้นหนักความเป็นดรามาเศร้าสร้อย แต่ก็ไม่พยายามรุกเร้าอารมณ์คนดูจนอึดอัดน่าเกลียด
ขณะเดียวกันหนังก็ไปสุดทาง โดยไม่ปล่อยให้คนดูคอยสงสัยใคร่รู้ต่อสารที่กำลังสื่อ โดยเฉพาะแบ็กกราวด์อดีตนักร้องคันทรีตกอับที่ต้องพลิกผันชีวิตมาสู่นักร้องต๊อกต๋อย ด้วยการตะลอนไปยังที่ต่างๆ เพื่อหาเลี้ยงชีพแลกเหล้า-บุหรี่
Crazy Heart ให้บรรยากาศคล้ายๆ The Wrestler เพียงแต่เปลี่ยนสถานะจากนักมวยปล้ำ (มิกกี รูค นำแสดง) มาเป็นนักร้อง ทั้งคู่เคยผิดหวังพลาดพลั้งกับการใช้ชีวิต และมีบาดแผลเหวอะหวะในใจ ทว่าพวกเขาก็กลับฮึดสู้ไม่ย่นย่อท้อแท้ต่อโชคชะตา
ท่ามกลางความโดดเดี่ยว ความอ้างว้าง ความเหงา ขาดไม่ได้คือ ความห่วยแตก ความเส็งเคร็ง ที่ แบด แบล็ก เจอมาจนชาชิน แต่เขาก็ยังคงก้าวย่างเดินหน้าด้วยหัวใจไม่เคยรู้จักความชรา โดยมีดนตรีคันทรีคอยทำหน้าที่เชื่อมโยงไปถึงความสุขเล็กๆ ที่รออยู่เบื้องหน้า
Crazy Heart
ปี 2009
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
ประเภท ชีวิต/เพลง/รัก
ความยาว 112 นาที
ภาษา อังกฤษ/สเปนิช
กำกับ สกอตต์ คูเปอร์
แสดงนำ เจฟฟ์ บริดเจส/โรเบิร์ต ดูวัล/โคลิน ฟาร์เรลล์/แมกกี จิลลินฮาล







