posttoday

การล่มสลายของบ้านเกิดเมืองนอน

13 มีนาคม 2559

ภาพวิถีชีวิตที่ได้เห็นบนหน้ากระดาษนี้ มิอาจปฏิเสธความงดงามและยากจะหักห้ามใจให้ต้องมนต์เสน่ห์วิถีชีวิตชนบท

โดย...นกขุนทอง

ภาพวิถีชีวิตที่ได้เห็นบนหน้ากระดาษนี้ มิอาจปฏิเสธความงดงามและยากจะหักห้ามใจให้ต้องมนต์เสน่ห์วิถีชีวิตชนบทของไทย เพลิง วัตสาร ตั้งใจรังสรรค์ขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2555 กินเวลาไป 3 ปี ถึงรวบรวมผลงานจิตรกรรมมาจัดแสดงในชื่อนิทรรศการ บ้านเกิดเมืองนอน (My Hometown) ถิ่นฐานอันเป็นแรงบันดาลใจให้เขาสร้างงาน

ศิลปินนำภาพมาจาก จ.หนองบัวลำภู ดินแดนที่ราบสูงทางภาคอีสาน มาจัดแสดงกลางเมืองกรุง เพราะต้องการเผยแพร่ความงามให้คนเมืองได้เห็น แม้จะไม่ได้เห็นสถานที่จริง แต่พลังที่ซ่อนอยู่ในภาพคงสะท้อนออกมาสัมผัสใจได้ไม่มากก็น้อย และยิ่งไปกว่านั้นเขาต้องการให้ผู้ชมได้ซาบซึ้งและรู้สึกหวงแหนในความงามนี้ ไม่อยากให้มันต้องสูญสลายไป...เหมือนที่เขากำลังรู้สึก

การกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดเมืองนอน ที่มีทุ่งนา ป่าไม้ ห้วย หนอง ลำธาร วัว ควาย มีไก่ไข่ในเล้า มีอากาศบริสุทธิ์ เสมือนเมื่อตอนเด็กๆ นับเป็นความสุขยิ่ง หากแต่ภาพของความสุขเยี่ยงนั้นค่อยๆ เลือนหาย ป่าไม้ถูกบุกรุก ต้นไม้ต้นแล้วต้นเล่าถูกโค่นล้ม ป่าถูกถากถาง ไร่นาที่เคยมีรวงข้าวสีทองกลายเป็นไร่อ้อย ป่าไม้กลายเป็นป่าอ้อยมองดูสุดลูกหูลูกตา ลมเย็นกลายเป็นลมร้อน เขาในบทบาทของจิตรกร จะลุกขึ้นมาเรียกร้องอะไรได้มากกว่าหยิบพู่กันจุ่มสีอะครีลิกขึ้นมาถ่ายทอดปรากฏการณ์ความเป็นไปในบ้านเกิดเมืองนอนลงบนผืนผ้าใบทั้งขนาดใหญ่เล็กลดหลั่นกันไป

การล่มสลายของบ้านเกิดเมืองนอน

 

“ผมเริ่มรู้สึกว่าวิถีชีวิตผู้คนในสังคมเกษตรกรรมรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป จากเมื่อก่อนชาวบ้านทำนาไร่แบบพออยู่พอกินเป็นหลัก แต่มาตอนนี้ผู้คนเริ่มทำเกษตรกรรมเคมีกันมากขึ้นเพื่อส่งเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรม การแผ้วถางทำลายป่าได้เกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้ผมเริ่มตระหนักว่าต่อไปนี้คงไม่สามารถที่จะได้พบเห็นเกษตรกรรมที่พึ่งพาธรรมชาติอย่างเคารพอ่อนน้อมอีกแล้ว นี่คงเป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่ผมควรบันทึกเรื่องราวอันดีงามในอดีตเอาไว้เผื่อว่าลูกหลานในวันหน้าจะมีโอกาสได้ศึกษาเรียนรู้”

แม้สิ่งแวดล้อมของเขาจะเปลี่ยนไปในทางเลวร้าย แต่เขาไม่เลือกนำเสนอภาพผืนดินแห้งแล้ง ไม่นำเสนอโรงงานที่พ่นควัน หากแต่เริ่มลงมือเก็บเกี่ยวหาข้อมูลของความงามในวิถีชีวิตชนบทที่ยังพอหลงเหลืออยู่ ควบคู่ไปกับการทำงานสลับกันไปเป็นเวลา 3 ปี

“การได้เกิดและเติบโตอยู่บนแผ่นดินที่ราบสูงของภาคอีสาน ทำให้ผมมีโอกาสได้สัมผัสวิถีชีวิตที่สงบเรียบง่าย ธรรมชาติอันสวยสดงดงามตามฤดูกาล เป็นแรงบันดาลใจให้ผมได้ถ่ายทอดเป็นผลงานศิลปะในครั้งนี้ ในหน้าร้อนอากาศร้อนจัดมองไปทางใดก็จะพบสีสันของแมกไม้นานาพันธุ์ ผลิดอกออกใบเบ่งบานเต็มท้องทุ่ง ทั้งดอกคูณ ดอกจานและดอกไม้ต่างๆ หลากสีต่างพันธุ์ นอกจากนี้ยังมีอาหารป่านานาชนิดทั้ง ไข่มดแดง ผักหวาน พอถึงหน้าฝนน้ำท่าชุ่มฉ่ำ ชาวนาเริ่มไถหว่าน ปักดำ แลไปทางใดก็มีแต่ความเขียวขจี เป็นภาพคุ้นชินตา พอล่วงเข้าปลายฝนต้นหนาวทุ่งข้าวเหลืองอร่าม ลมหนาวเริ่มโชยพัด เป็นภาพติดตาไม่รู้ลืม ผมอยากเก็บความงามแบบนั้นไว้ ให้ยังพอเห็นคราบเงาความงามของอดีตอยู่บ้าง”

การล่มสลายของบ้านเกิดเมืองนอน

 

เพลิง วัตสาร ได้แต่งแต้มจินตนาการเข้าไปในภาพ ทำให้แลดูเสมือนภาพฝัน ให้ความรู้สึกของความงามที่มีอยู่จริงย้อนแย้งกับความงามที่มีอยู่เพียงในความฝันหรือในภาพเท่านั้น ไม่สามารถดูสัมผัสแบบนี้ได้อีกแล้ว ถึงตอนนี้บ้านเกิดเมืองนอนของเขาอาจจะเกินเยียวยา ทว่าบ้านเกิดเมืองนอนของคุณผู้ชมอาจจะยังมีความงามอยู่ ผลงานจิตรกรรมชุดนี้ศิลปินจึงวาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นเตือนให้ผู้คนเกิดความหวงแหนธรรมชาติและใส่ใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวมากขึ้น ให้เกิดการอนุรักษ์และพัฒนาอย่างมีสติ

งานชุดนี้แม้จุดเริ่มต้นจะสีดำ แต่เพลิง วัตสาร เลือกถ่ายทอดให้ออกมาเป็นสีทอง ดั่งความรุ่งโรจน์สวยงามของรวงข้าว ในภาพปราศจากประเด็นรุนแรงทางสังคม การรุกคืบของนายทุน การเผาทำลายป่าเกษตรกรรม ฯลฯ เขาเลือกใช้ความสุนทรีย์ให้พูดแทน ผลจะสำเร็จหรือไม่นั้น เขาก็ได้ทำหน้าที่หนึ่งในฐานะจิตรกรแล้ว

นิทรรศการ บ้านเกิดเมืองนอน จัดแสดง ณ ห้องนิทรรศการ 2 ชั้น 1 หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดให้เข้าชมวันที่ 20 มี.ค.-7 เม.ย. และสามารถชมผลงานศิลปะของเขาได้ที่หอศิลป์เพลิง วัตสาร จ.หนองบัวลำภู โทร.นัดล่วงหน้าที่ 08-1769-6824 และติดตามผลงานความเคลื่อนไหวของเขาทาง  https://www.facebook.com/ploeng.wattasan และ http://rama9art.org/ploeng

การล่มสลายของบ้านเกิดเมืองนอน

 

ข่าวล่าสุด

เปิดข้อเท็จจริงระบบพลังงาน เช็คสต๊อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ทำได้จริงไหม?