posttoday
อยากให้ลูกเก่งต้องทำยังไง

อยากให้ลูกเก่งต้องทำยังไง

09 มีนาคม 2559

ศ.นพ.เซอร์ ไมเคิล รัทเธอร์ จิตแพทย์เด็กชาวอังกฤษชื่อดังของโลก ได้สรุปจากงานวิจัยว่าพ่อแม่ที่มีลูกเก่งต้องมีลักษณะอย่างไรบ้าง

โดย...กันย์ ภาพ... คลังภาพโพสต์ทูเดย์

ศ.นพ.เซอร์ ไมเคิล รัทเธอร์ จิตแพทย์เด็กชาวอังกฤษชื่อดังของโลก ได้สรุปจากงานวิจัยว่าพ่อแม่ที่มีลูกเก่งต้องมีลักษณะอย่างไรบ้าง

1.พูดคุยและเล่นกับลูกมากๆ ที่สำคัญคือการปฏิสัมพันธ์แบบสองทาง พูดคุยและฟังลูก ไม่ใช่พูดกับลูกฝ่ายเดียว การเล่นกับลูกด้วยใจที่เกี่ยวข้องด้วยมิใช่เล่นแบบขอไปที เด็กก่อนวัยเรียนทันทีที่เริ่มเล่นได้มักจะชวนคุณพ่อคุณแม่มาเล่นด้วย หลายคนมักได้รับคำตอบว่า “เดี๋ยว” “ไปเล่นกับพี่ไป” “พ่อแม่ไม่มีเวลา” “ลูกเล่นคนเดียวไปก่อนนะลูก” เมื่อลูกขยันถามพ่อแม่ก็ควรขยันตอบ มิใช่ตอบว่า “เด็กอะไรถามซ้ำซากไม่รู้จักจบ หยุดได้แล้ว รำคาญ” ผลก็คือเด็กเสียโอกาส

2.รู้ใจลูก พ่อแม่ที่มีลูกเก่งมักอ่านใจ อ่านอาการทางกายของลูกออก เช่น รู้สึกว่าลูกเบื่อแล้ว ตอนนี้ไม่พร้อมคุยหรือเรียน หรือรู้ว่าลูกอยากได้ประสบการณ์แบบใด เมื่อรู้ใจก็รู้เวลาจังหวะในการเพิ่มสติปัญญาในการสอนให้กับเด็ก ปัจจุบันพ่อแม่หลายคนไม่ได้ “รู้ใจ” ลูก แต่หาก “เดาใจ” ชอบคิดแทนลูกไปเสียทุกเรื่อง โดยคิดว่าถ้าเราชอบหรือรู้สึกเช่นนี้ ลูกน่าจะชอบและคิดเช่นนี้ด้วย เคล็ดลับของการรู้ใจลูกคือการฟังให้มากและหมั่นสังเกตอารมณ์ของลูก อย่าพูดมากแต่ฟังให้มาก บางครั้งไม่รู้ว่าลูกคิดอย่างไร ก็ถามตรงๆ เช่น “ลูกคิดอะไรอยู่” “เกิดเรื่องแบบนี้ทำให้ลูกรู้สึกอย่างไร” ฟังลูก ถามความเห็นเขาเยอะๆ

3.สนับสนุนลูก พ่อแม่ที่มีลูกเก่งมักสนับสนุนลูกตามกำลังความสามารถของตน เช่น เด็กกำลังทำงานตัวปะต้องการกรรไกรเพิ่มพ่อแม่ก็จัดหาให้ เด็กเหนื่อยจากการเรียนก็หาอาหารว่างหรือน้ำเย็นๆ ให้ เด็กต้องการหนังสือประกอบการเรียนบางวิชาก็สนับสนุนลูก

4.หาประสบการณ์ กิจกรรม ของเล่นที่หลากหลาย ต่างจากข้อ 3 เล็กน้อย คือ ต้องคิดหาประสบการณ์พ่อแม่ เพราะเราโตกว่า มีประสบการณ์มากกว่าเด็ก เราอาจคิดหรือเห็นบางอย่างที่ลูกคิดกิจกรรม ของเล่นที่เหมาะสมกับวัยให้ลูกโดยไม่ต้องให้ลูกขอ รวมถึงการพาไปดูสิ่งแปลกใหม่ การเปิดโอกาสให้เด็กได้เพิ่มพูนประสบการณ์ที่หลากหลาย ย่อมทำให้เด็กได้พัฒนาแนวคิดอย่างหลากหลาย ทำให้สติปัญญาดีขึ้น สรุปคือเห็นมาก สัมผัสมาก ทำมากก็ฉลาดขึ้น

5.สอนตรง อยากให้เด็กเก่งอะไรก็สอนสิ่งนั้น เช่น อยากให้อ่านหนังสือเก่งก็สอนอ่านหนังสือ อยากให้เก่งดนตรีก็สอนดนตรี การเรียนพิเศษทักษะบางชนิดก็คือ การสอนตรงนั่นเอง แต่อย่าลืมดูข้อรู้ใจลูกด้วย บางทีการพยายามสอนตรงมากกลับเป็นผลเสีย คือกลายเป็นการบังคับยัดเยียดให้ลูกจนเกิดปัญหา

ทั้งหมดเป็นเรื่องของโอกาส หัวใจสำคัญมิใช่การยัดเยียดสิ่งต่างๆ ให้เด็ก หากเป็นเรื่องปฏิสัมพันธ์โดยที่พ่อแม่เปิดโอกาสและเด็กเป็นผู้ออกแรง สมองแรงกายในการเรียนรู้ ขณะที่พ่อแม่สนับสนุนเต็มที่ งานวิจัยพบว่าปัจจัย 5 ข้อข้างต้นมีความสำคัญอย่างมากในวัยเด็ก 2-5 ปี

การทดลองชิ้นหนึ่งในหนู คือผู้วิจัยศึกษาเปรียบเทียบหนู 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นหนูที่มีโอกาสอยู่อย่างสบายมีเครื่องเล่น กระตุ้นให้แก้ปัญหามากมายหลายทางในกรง ส่วนหนูอีกกลุ่มหนึ่งอยู่ในกรงเปล่าๆ ค่อนข้างแห้งแล้งในเรื่องกิจกรรมและเครื่องเล่น ผลการทดลองผ่านไประยะหนึ่งหนูที่มีโอกาสมากกว่าจะฉลาดกว่า แก้ปัญหาเก่งกว่า เมื่อหนูตายผู้ทดสอบเปรียบเทียบน้ำหนักและขนาดสมองพบว่าหนูที่มีโอกาสมากมีสมองใหญ่กว่า มีรอยหยักมากกว่า และเมื่อตัดชิ้นเนื้อสมองมาส่องกล้องจุลทรรศน์ก็พบว่าสมองของหนูที่มีโอกาสมากกว่ามีสมองเซลล์และใยประสาทต่อกันซับซ้อนกว่า ยังมีการทดลองที่คล้ายกันนี้ในลิงก็พบผลเช่นเดียวกัน

ความเก่งนี้ถูกควบคุมด้วยสองปัจจัย ปัจจัยแรกคือกรรมพันธุ์เป็นเรื่องของสมองที่ถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ ปัจจัยที่สองคือสิ่งแวดล้อม ปัจจัยแรกเราคงควบคุมลำบากเพราะผ่านมาแล้ว ปัจจัยที่สองซึ่งสำคัญไม่แพ้กันคือ สิ่งแวดล้อมทั้ง 5 ข้อข้างต้นคุณอาจเป็นคนที่ให้โอกาสลูก คุณอาจมีลูกที่เก่ง แต่คุณอาจมีลูกที่นิสัยไม่ดี มีคุณธรรมน้อยก็ได้ เพราะงานวิจัยชี้ให้เห็นชัดว่าการเลี้ยงลูกให้เป็นคนดี มีอารมณ์ที่ดีมีปัจจัยต่างกับการเลี้ยงลูกให้เก่ง

ฝึกลูกน้อยให้มีวินัย

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ แนะนำถึงการฝึกลูกน้อยให้มีวินัยตั้งแต่ยังเล็กว่า เด็กเล็กควรฝึกให้กินข้าวบนโต๊ะร่วมกับพ่อแม่ให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด หากไม่กินหรือกินช้า เมื่อหมดเวลาคือเก็บ นี่คือการฝึกให้เด็กมีความรับผิดชอบตั้งแต่แรก ทำเช่นนี้เราจะได้เด็กที่คุมตนเองได้ รู้จักกติกา เคารพส่วนรวม รู้จักทำเรื่องยากก่อนเรื่องง่าย คือกินเสร็จแล้วค่อยไปเล่น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท