
แครธริน ทรงพัฒนะโยธิน เขียนและทำหนังสือด้วยความตั้งใจ
บ่ายวันอาทิตย์วันหนึ่ง ผมเดินเข้าไปในร้านหนังสือแห่งหนึ่ง พลันสายตาของผมได้ประสบพบเจอกับหนังสือเล่มหนึ่งที่มีชื่อว่า Genius ทางอารมณ์
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
บ่ายวันอาทิตย์วันหนึ่ง ผมเดินเข้าไปในร้านหนังสือแห่งหนึ่ง พลันสายตาของผมได้ประสบพบเจอกับหนังสือเล่มหนึ่งที่มีชื่อว่า Genius ทางอารมณ์ โดยถ้อยคำบนหนังสือเล่มนี้ได้กล่าวไว้ว่า นี่คือหนังสือเล่มที่จะทำให้เราได้รู้วิธีที่ผู้ยิ่งใหญ่ใช้ความฉลาดทางอารมณ์สร้างโอกาสทางสังคมในวันที่เขาตัวเล็ก
เห็นแค่นี้ ก็เกิดความสนใจขึ้นมาโดยทันที
ยิ่งพลิกไปดูท้ายเล่มก็พบว่า ผู้เขียน แคท-แครธริน ทรงพัฒนะโยธิน เธอจบปริญญาโทเกียรตินิยม สาขา Cognitive and Decision Sciences จากมหาวิทยาลัย University College London (UCL) ไม่รอช้า ผมจึงติดต่อสัมภาษณ์หญิงเก่งคนนี้โดยด่วน
“แคทเรียนเกี่ยวกับการศึกษาเรื่องความคิดและวิทยาศาสตร์แห่งการตัดสินใจ ที่ผสมผสานระหว่างสองสาขาวิชาคือ เศรษฐศาสตร์และจิตวิทยา ซึ่งทำให้แคทได้รู้ว่าคนเราควรตัดสินใจอย่างไรเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุด โดยคำนึงถึงจิตวิทยาของมนุษย์ ซึ่งมีอารมณ์เป็นส่วนประกอบสำคัญ”
ในส่วนของที่มาของหนังสือเล่มนี้ แครธรินเผยว่า เกิดขึ้นเมื่อตอนที่เธอทำธุรกิจส่วนตัว แล้วต้องประสบกับภาวะทางการเมืองในช่วง แบงค็อก ชัตดาวน์ จนทำให้เธอต้องหยุดกิจการ และมีเวลาว่างมากพอที่จะทำให้เธอได้ทำในสิ่งที่เธอรัก นั่นคือการเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมานั่นเอง
“จุดเริ่มต้นมาจากการที่แคทชอบอ่านงานวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์ การอ่านทำให้แคทได้ค้นพบว่า เราทุกคนเกิดมาพร้อมกับพื้นอารมณ์ที่ต่างกัน คนที่มีอัจฉริยภาพทางอารมณ์สามารถล่วงรู้พื้นอารมณ์ของตนเองได้ และมักเป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะสูง คนเหล่านี้มักได้รับการยกย่องจากคนรอบข้าง สามารถโน้มน้าวคนให้คล้อยตามอย่างง่ายดาย ผู้ใหญ่เอ็นดู และมีความสุขในชีวิตสมรส”
แครธรินเผยว่า โดยทั่วไปคนเรามักเข้าใจว่าอารมณ์ด้านลบเป็นของเสีย เป็นของไม่ดี แต่แท้ที่จริงแล้ว อารมณ์ด้านลบสามารถสร้างประโยชน์กับเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่งได้มากมายมหาศาล หากเราเรียนรู้และทำความเข้าใจถึงที่มาที่ไปของอารมณ์ด้านลบ และรู้จักใช้มันให้ก่อเกิดประโยชน์
“เมื่อแคทตั้งใจนำเสนอการใช้อารมณ์ให้ก่อเกิดอย่างชาญฉลาด แคทจึงเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา โดยตั้งใจว่า มันจะช่วยทำให้ผู้อ่านได้เข้าใจวิธีการเสริมสร้างและดูแลอิทธิพลของอารมณ์ที่มีอยู่ในตัวเรา และเรียนรู้ว่าเราควรจะดูแลอารมณ์เหล่านี้อย่างไร ไม่ให้อารมณ์มีอำนาจควบคุมเหนือเรา แต่ให้เขาเป็นลูกน้องที่ดี และยังสร้างประโยชน์ต่อตัวเราและคนอื่นได้อีกด้วย”
ภายในเล่ม แครธรินได้แบ่งส่วนของการเรียนรู้และใช้งานอารมณ์เป็นสองส่วน โดยส่วนแรก เป็นส่วนที่เราเรียนรู้และใช้งานกับผู้คนรอบข้างของเรา ส่วนต่อมา เป็นส่วนที่เราเรียนรู้และใช้งานกับตัวเราเอง
“แคทเขียนหนังสือเล่มนี้ โดยใช้เวลากว่า 1 ปี ซึ่งแคทตั้งใจเขียนหนังสือเล่มนี้มาก ละเอียดและใส่ใจในข้อมูลต่างๆ ที่แคทได้นำมาใช้งานในหนังสือเล่มนี้ แคทต้องอ่านหนังสือมากมายหลายเล่ม รวมทั้งงานวิจัยต่างๆ ที่ได้รับการยอมรับอย่างละเอียด เพื่อป้องกันความผิดพลาด เมื่อนำมาเขียน ก็พยายามเขียนให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่ายที่สุด และสามารถนำไปใช้งานได้จริง”
แครธรินเผยว่า นอกจากเธอจะเขียนหนังสือเล่มนี้เองแล้ว เธอยังเป็นผู้ผลิตหนังสือเล่มนี้เองอีกด้วย นั่นหมายความว่า เธอเป็นเจ้าของหนังสือเล่มนี้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ “สนุกดีค่ะ กับการทำหนังสือของตัวเองด้วยทุนของตัวเอง แคทดูแลทุกกระบวนการทำงานทุกขั้นตอนอย่างละเอียด ทำให้จากจุดเริ่มต้นจนหนังสือพิมพ์เสร็จใช้เวลากว่า 1 ปีครึ่ง เมื่อวางขาย แล้วได้รับการยอมรับ จนทำให้ติดอันดับหนังสือขายดี และได้พิมพ์ซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ก็ดีใจและภูมิใจมากๆ ค่ะ”







