
รายการเด็กเอาใจผู้ใหญ่
โลกของเด็กเป็นสิ่งที่น่ารักและสวยงาม มีสิ่งที่คาดไม่ถึงในตัวของพวกเขาอยู่เสมอ โดยเฉพาะการแสดงความสามารถที่พวกเขาชื่นชอบและถนัด ซึ่งเวลาเด็กๆ เหล่านี้ไปทำกิจกรรมต่างๆ ก็ทำให้โลกสดใสอย่างน่าอิ่มใจ
โลกของเด็กเป็นสิ่งที่น่ารักและสวยงาม มีสิ่งที่คาดไม่ถึงในตัวของพวกเขาอยู่เสมอ โดยเฉพาะการแสดงความสามารถที่พวกเขาชื่นชอบและถนัด ซึ่งเวลาเด็กๆ เหล่านี้ไปทำกิจกรรมต่างๆ ก็ทำให้โลกสดใสอย่างน่าอิ่มใจ
มีโอกาสได้ดูรายการคิดส์ซ่าส์ ทางช่อง 3 ซึ่งออกอากาศทุกวันเสาร์ช่วงพลบค่ำ คือเวลา 19.15-20.00 น. เรียกว่าจัดยาวถึง 45 นาทีกันเลยทีเดียว ความจริงก็ดูมาหลายครั้งสนุกสนานได้ยิ้มหัวกับการแสดงของเด็กๆ ที่มีอายุ 2-7 ขวบ ซึ่งมาแข่งขันแสดงความสามารถพิเศษเพื่อจะได้ถูกเลือกจาก คูซ่า ครูใหญ่ของโรงเรียนคิดซ่า ที่รับหน้าที่เป็นผู้คัดเลือกเด็กๆ ให้เข้ารอบไปแข่งขันกันต่อเพื่อก้าวสู่ความเป็นซูเปอร์สตาร์ฟันน้ำนม ก็รื่นเริงดี ไม่ได้คิดอะไรมาก
ล่าสุดได้ดูอีกครั้ง เป็นการนำเด็กๆ ที่เข้ารอบแล้วมาร้องเพลงบันทึกเสียงและแสดงมิวสิควิดีโอโชว์ความสามารถในการร้องเพลงและแสดงกันคนละท่อนคนละประโยค และมีเบื้องหลังกระบวนการทำงานทั้งหมด ท้ายที่สุดก็มีการคัดเลือกเด็กเพียง 2 คน ที่จะได้ไปพบกับนิชคุณที่เกาหลีใต้ ซึ่งในตอนท้ายเด็กทุกคนก็รอลุ้น และมีความเสียใจกันเป็นส่วนใหญ่
อย่างที่ว่า ถ้ารายการนี้เป็นรายการแบบเรียลิตี้ของผู้ใหญ่ก็ไม่เท่าไหร่นัก แต่เป็นการประชันแข่งขันของเด็กๆ ที่ยังอ่อนเดียงสา ไม่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์มากมายนัก ก็ต้องตกเป็นหน้าที่ของพ่อแม่และผู้ปกครองคอยประคบประหงมปลอบใจกัน ก็คิดได้สองมุมคือ สร้างภูมิต้านทานให้เด็กตั้งแต่ยังเล็กๆ โตขึ้นจะได้เข้มแข็งในเรื่องความพ่ายแพ้และลุกขึ้นมาสู้ต่อ แต่มองอีกมุมก็คือ อาจจะสอนให้เด็กรู้สึกตกต่ำหรือสร้างความก้าวร้าวด้วยแรงทะเยอทะยานเพื่อเอาชนะและให้ถึงฝั่งฝันของตัวเอง (หรือสนองตอบความต้องการของพ่อแม่ที่อยากให้โลดแล่นในวงการบันเทิงที่เป็นอาชีพทำเงินได้เร็วและเยอะ)
เพราะฉะนั้น รายการที่นำเด็กมาแสดงความสามารถตามที่เด็กชอบหรืออยากจะเป็นตามที่ส่งเสริมกันมาให้แสดงออกเพื่อเข้าสู่วงการบันเทิง จะว่าดูสนุกก็ใช่ แต่ไม่น่าจะเหมาะกับช่วงวัยของเด็กๆ เท่าไหร่นัก ในการประกวดประขันร้องเพลง เต้นรำ และเล่นดนตรี ซึ่งจุดนี้น่าจะเป็นการฝึกฝนเพื่อความสนุกสนานมากกว่าการแข่งขันเพื่อเข้าสู่โลกมายา
แม้ว่าช่องที่ออกรายการนี้ไม่ใช่ช่องที่เป็นเด็กและเยาวชนโดยตรง แต่การผลิตรายการต้องเข้าใจธรรมชาติ พัฒนาการแต่ละช่วงวัยของเด็กซึ่งมีความแตกต่างกัน มีข้อควรคำนึงและพึงระวังมากมายที่คนทำรายการเด็กและเยาวชนต้องรู้ หยิบเอาคำแนะนำจากนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนที่แนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่บอกว่าผู้ประกอบการ ผู้ผลิตรายการต้องมีนักจิตวิทยาเด็กหรือผู้ที่มีความรู้ให้คำแนะนำ เพื่อให้รายการที่ผลิตออกมาเป็นรายการที่ดีมีประโยชน์มีคุณภาพสำหรับเด็ก ต้องคำนึงถึงสิทธิเด็กที่นำมาออกรายการหรือข่าว ไม่นำเสนอเด็กในลักษณะที่เบี่ยงเบน และทำให้เด็กสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างรอดปลอดภัยอย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือสิทธิที่เด็กควรได้รับตามวัยของเขา
แน่นอน แม้รายการเด็กที่กล่าวถึงข้างต้นจะอยู่ในช่องที่มีการผลิตเพื่อความบันเทิงเป็นหลัก และต้องการที่จะหาเด็กเพื่อมาปั้นและผลักดันเป็นนักแสดงรุ่นเยาว์มากความสามารถในด้านต่างๆ แต่วิธีคิดในการทำรายการและการประกวดประชันขันแข่งที่ไม่แตกต่างกับรายการผู้ใหญ่
เพราะฉะนั้น ความตั้งใจที่จะผลิตรายการบันเทิงแฝงสาระประโยชน์ให้เด็กๆ ได้แสดงออกอย่างสมวัย และเป็นรายการที่เด็กอยากดู กลับกลายเป็นรายการเด็กที่เน้นผลประโยชน์จากโฆษณาและทำตามใจผู้ใหญ่ที่อยากให้ลูกๆ ของตนเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยวิธีการที่ไม่สมวัยเท่าไหร่นัก







