
แผนพัฒนาบุคลากร สานต่อตำแหน่ง
ในครั้งนี้จะขอกล่าวถึงเรื่องการวางแผนการสืบทอดงาน (Succession Planning) ซึ่งก็คือ กระบวนการวางแผนเพื่อให้งานในตำแหน่งงานหลัก (Key Position)
โดย...ทายาท ศรีปลั่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัทเดอะไนล์
ในครั้งนี้จะขอกล่าวถึงเรื่องการวางแผนการสืบทอดงาน (Succession Planning) ซึ่งก็คือ กระบวนการวางแผนเพื่อให้งานในตำแหน่งงานหลัก (Key Position) ของหน่วยงานนั้นมีความต่อเนื่อง (Leadership Continuity)
รูปแบบการวางแผนการสืบทอดงานนั้น จะเน้นไปที่การพัฒนาบุคลากรให้มีภาวะผู้นำ และมีความพร้อมที่จะดำรงตำแหน่งดังกล่าวในอนาคตเพื่อสืบทอดงานของบุคลากรเดิมทั้งที่กำลังจะเกษียณอายุหรือที่ยังคงทำงานอยู่
ทั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงจากการสูญเสียบุคลากรเหล่านั้นในอนาคต
สำหรับหลักเกณฑ์ทั่วไปที่จะใช้ในการคัดเลือกว่าตำแหน่งใดควรมีการจัดทำแผนการสืบทอดงานนั้นจำแนกได้ตามลักษณะของตำแหน่งและผู้ดำรงตำแหน่งดังนี้
- ตำแหน่งที่ผู้ดำรงตำแหน่งใกล้เกษียณ หมายถึง
1.ตำแหน่งบริหารขององค์กรที่รายงานตรงต่อกรรมการผู้จัดการโดยตรงหรือถัดลงมา 2 ลำดับ
2.ตำแหน่งที่มีลักษณะงานเฉพาะ เรียนรู้งานได้ยาก
3.ระยะเวลาการทำงานที่เหลือก่อนเกษียณของผู้ดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน
4.มีผลต่อความสำเร็จขององค์กรและหาคนทดแทนได้ยากทั้งคนภายในและภายนอกองค์กร
ประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับ จากการทำแผนสืบทอดตำแหน่งที่ผู้ดำรงตำแหน่งใกล้เกษียณ คือ
1.องค์กรจะได้วางแผนและดำเนินการพัฒนาบุคลากรสำหรับตำแหน่งซึ่งปัจจุบันมีผู้ใกล้เกษียณหรือเกษียณไปแล้ว
2.เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับพนักงานที่เป็นผู้บริหารระดับสูงและระดับกลาง
3.เป็นส่วนหนึ่งของ Retention Strategy
- ตำแหน่งที่อยู่ในแผนยุทธศาสตร์องค์กร หมายถึง
1.ตำแหน่งบริหารที่อยู่ในลำดับที่ 3 ต่อจากกรรมการผู้จัดการ
2.มีผลต่อความสำเร็จขององค์กรและหาคนทดแทนได้ยากทั้งคนภายในและภายนอกองค์กร
ประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับ จากการทำแผนสืบทอดตำแหน่งที่อยู่ในแผนยุทธศาสตร์องค์กร คือ
1.เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมองค์กรสำหรับแผนงานในอนาคต
2.เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับพนักงานที่เป็นผู้บริหารระดับกลางและระดับต้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับในบางองค์กรก็ได้จัดทำเกณฑ์การคัดเลือกตำแหน่งที่เป็นมาตรฐานเอาไว้เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการเลือกปฏิบัติในการคัดตำแหน่งที่ต้องมีการสืบทอดงาน ดังนี้
1.ผลกระทบที่มีต่อองค์กร (เช่น เป็นตำแหน่งที่สร้างรายได้โดยตรง) เช่น มีน้ำหนัก 20%
2.ลักษณะเฉพาะของงานในองค์กร
ก.Uniqueness - ความเฉพาะเจาะจงของตำแหน่ง เช่น มีน้ำหนัก 15%
ข.Immediate Replicability - ความสามารถในการทดแทนจากภายในองค์กร เช่น มีน้ำหนัก 15%
3.ระยะเวลาทำงานก่อนเกษียณของผู้ดำรงตำแหน่งปัจจุบัน (เช่น เป็นตำแหน่งว่าง หรือผู้ดำรงตำแหน่งปัจจุบันกำลังจะเกษียณภายในปีนี้) เช่น มีน้ำหนัก 50%
จากการดำเนินการเช่นนี้จะส่งผลให้องค์กรสามารถระบุได้ว่าตำแหน่งที่จำเป็นจะต้องมีการทำแผนสืบทอดงานนั้นมีอยู่กี่ตำแหน่ง และแบ่งเป็นตำแหน่งใดบ้าง
สำหรับขั้นตอนถัดไปหลังจากที่ทราบตำแหน่งที่ต้องทำแผนสืบทอดแล้วก็คือ การกำหนดบุคลากรที่มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง ซึ่งทางผู้เขียนจะแจกแจงรายละเอียดนำเสนอในบทความครั้งต่อไป







