
ชินนานันท์ เสฏฐชานันท์ จากนำเข้าไวน์ สู่อาหารเหนือออนไลน์
มีโอกาสได้พูดคุยกับสาวเจียงใหม่ (เชียงใหม่) ที่ผันตัวจากผู้นำเข้าไวน์ สู่การเป็นแม่ค้าขายอาหารเหนือสูตรเจียงใหม่แต๊ๆ (แท้ๆ)
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร / ศศิธร จำปาเทศ ภาพ...วิศิษฐ์ แถมเงิน
มีโอกาสได้พูดคุยกับสาวเจียงใหม่ (เชียงใหม่) ที่ผันตัวจากผู้นำเข้าไวน์ สู่การเป็นแม่ค้าขายอาหารเหนือสูตรเจียงใหม่แต๊ๆ (แท้ๆ) ที่ขายทางออนไลน์ ทั้งไลน์ (Jiangmai) เฟซบุ๊ก (ครัวเจียงใหม่ อาหารเหนือ Delivery) และอินสตาแกรม (krua_jiang_mai) เธอคือ มิ้นท์-ชินนานันท์ เสฏฐชานันท์ เจ้าของร้านอาหารเหนือเดลิเวอรี่ที่มีชื่อว่า ครัวเจียงใหม่ นอกจากลุคที่ดูดี สวย มีเสน่ห์ เธอยังมีเรื่องราวชีวิตและมุมมองความคิดที่น่าสนใจอยู่มิใช่น้อย
“มิ้นท์เป็นคนเชียงใหม่ค่ะ ที่บ้านทำร้านขายอาหารเหนือมาตั้งแต่มิ้นท์เรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งมิ้นท์จะลงไปช่วยงานในครัวอยู่ตลอด ทำให้มิ้นท์ซึมซับเกี่ยวกับการทำอาหารเหนือตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยแม่จะเป็นคนสอนมินท์ ซึ่งยายก็สอนแม่มาอีกที สูตรอาหารเหนือของมิ้นท์จึงเป็นสูตรของคุณยาย โดยเมนูแรกที่มิ้นท์ทำเป็น คือ น้ำพริกอ่อง ต่อมาก็ขนมจีนน้ำเงี้ยว นอกจากนี้ พวกเครื่องแกงของอาหารเหนือ มิ้นท์ก็ทำเองได้ค่ะ ไม่ได้ยากอะไร”
ชินนานันท์ บอกเล่าว่า ตั้งแต่อดีตเป็นต้นมา คนเหนือมักจะทำอาหารเหนือกินกันเองภายในครอบครัว มีขายบ้างในตลาด หรือหน้าบ้านริมถนน
“ต่อมาก็เริ่มเป็นร้านอาหาร ที่ลูกค้าจะเข้ามากินกันเป็นครอบครัว จนเดี๋ยวนี้ เราจะเห็นว่ามีร้านอาหารเหนือระดับเรสเทอรองต์ที่มีการตกแต่งสวยงาม ขายความเป็นเหนือทั้งการตกแต่งร้าน อาหาร และวัฒนธรรมการกิน เช่น การกินแบบขันโตก โดยมุ่งเน้นลูกค้าชาวต่างชาติที่เป็นนักท่องเที่ยว แต่คนท้องถิ่น ก็ยังทำอาหารกินกันเองภายในครอบครัว ไม่ก็ในตลาด หรือหน้าบ้านริมถนนเหมือนเดิม”
เราถามชินนานันท์ว่าเธอคิดอย่างไรเกี่ยวกับการนำวัฒนธรรมการกินของคนเหนือมาทำเป็นสินค้าเชิงวัฒนธรรม ชินนานันท์ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า มันก็เป็นสิ่งที่ดี ทำให้คนรู้จักอาหารเหนือ และวัฒนธรรมการกินของคนเหนือเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญคือ มันยังสามารถแตกยอดออกเป็นสินค้าได้อีกหลากหลายรูปแบบ
“ในส่วนของอาหาร ต่อไปคนจะรู้จักอาหารเหนือที่ไม่ได้มีแค่ขนมจีนน้ำเงี้ยว ข้าวซอย ไส้อั่ว แคบหมู น้ำพริกอ่อง หรือน้ำพริกหนุ่มเท่านั้น คนกรุงหรือชาวต่างชาติจะได้รู้จักแกงผักปั๋ง ยำจิ้นไก่ จอผักกาดใส่ไก่ แกงคั่วเห็ดถอบ แอ๊บอ่องออ และอีกหลากหลายเมนูที่เหนือเนื้อเหนือ เพียงแต่ต้องค่อยๆ ใช้เวลาในการนำเสนอเมนูเหล่านี้ออกมา”
สิ่งที่เป็นปรากฏการณ์ใหม่ และผู้หญิงคนนี้ก็ได้เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์นั้น นั่นก็คือ การนำอาหารเหนือมาขายในกรุงเทพมหานคร ที่ไม่ได้ขายหน้าร้าน แต่อย่างที่เรารู้กัน เธอขายอาหารเหนือผ่านทางออนไลน์ และจัดส่งแบบเดลิเวอรี่
“จุดเริ่มมาจากการที่มิ้นท์มาเรียนและใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพมหานคร จนได้มาทำงานด้านไวน์ ทั้งขายและนำเข้า เวลาว่างๆ มิ้นท์จะลงครัวทำอาหารเหนือกินเอง เพราะก่อนหน้านี้อาหารเหนือหายากมากในกรุงเทพฯ และเวลาอยากจะกิน ก็ต้องเดินทางไปไกลกว่าจะถึงร้านต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ได้อยู่ในตัวเมืองหรือริมถนน ทำให้เราทำกินเองง่ายกว่า ทีนี้เวลาเพื่อนมากินด้วย เพื่อนก็ชมว่าอร่อย และเชียร์ให้เราทำขาย มิ้นท์เลยทำขาย โดยไม่อายว่าเราทำงานด้านไวน์มาก่อน เพราะมันดูคนละขั้วกันเลย มิ้นท์เริ่มต้นขายที่ฟู้ดคอร์ตแถวเพลินจิต ซึ่งมิ้นท์ขายแค่ข้าวซอยและขนมจีนน้ำเงี้ยว ซึ่งข้าวซอยขายดีกว่า พอเราเกิดปัญหาขาดคนมาช่วยงาน เราก็เลยปิดกิจการ หยุดไป 4-5 ปีถึงได้มาทำตรงนี้อีกครั้ง ซึ่งก็ทำมาได้กว่า 6 เดือนแล้ว”
ชินนานันท์เผยว่า แม้เธอจะเคยผ่านประสบการณ์การทำอาหารเหนือมาแล้ว แต่การขายผ่านทางออนไลน์ ก็ทำให้เธอต้องเปลี่ยนรูปแบบการขายใหม่ การควบคุมต้นทุน รวมทั้งกะปริมาณวัตถุดิบให้ได้พอดีกับการขายในและวัน
“สิ่งสำคัญคือวัตถุดิบต้องดี รสชาติต้องดี ทำให้เกิดปากต่อปาก”
เมื่อเทียบกับการขายหน้าร้าน ชินนานันท์เผยว่า การขายทางออนไลน์มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า ปวดหัวมากกว่า กว่าจะคืนทุนก็ใช้เวลานาน แต่การขายผ่านทางออนไลน์ก็ต้องมีการบริการลูกค้าไม่ต่างจากขายหน้าร้าน เพียงแต่เป็นการบริการคนละรูปแบบ
“เราจะบริการลูกค้าเรื่องของการสั่งอาหารทางออนไลน์ การจัดส่ง ความเร็วและความอร่อยก็ยังเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้ขายหน้าร้านเหมือนกัน”
นอกจากนี้ ชินนานันท์ยังบอกเล่าอีกว่า การทำธุรกิจขายอาหารเหนือก็แตกต่างจากการทำธุรกิจนำเข้าไวน์
“ถ้าเป็นเรื่องของนำเข้าไวน์เข้ามา เราต้องไปติดต่อร้านอาหารโรงแรม เพื่อการนำไวน์เข้าไปวางขาย การรับเงินก็ยากกว่า แต่ขายอาหารจะรับเงินสด มันเลยดีกว่า อันนี้เป็นสิ่งสำคัญ (หัวเราะ)”
เราถามชินนานันท์ว่า ต่อไป อาหารเหนือจะสามารถกินคู่กับไวน์ได้ไหม มันจะมีโอกาสเป็นสิ่งที่คู่กันได้ดีได้ไหม เธอเผยว่า มีทางเป็นไปได้ เพียงแต่ต้องดูอาหารแต่ละเมนูว่าคู่กับไวน์ตัวไหนถึงจะเหมาะ มันเป็นเรื่องของรสชาติและความเหมาะสม
“มาจนถึงวันนี้ มิ้นท์มีความสุขนะ ยังอยากอยู่กับอาหารเหนือต่อไป กับธุรกิจอาหาร มิ้นท์เชื่อมันยังไปต่อได้ เพราะอย่างไร คนก็ยังต้องกิน แม้คนจะบอกว่าเศรษฐกิจไม่เหมือนเดิมก็ตาม อีกทั้งอาหารทำให้คนมีความสุข เมื่อได้กินอาหารดี มีประโยชน์ มีคุณภาพ และมีความอร่อย”
สำหรับบทบาทการเป็นนักธุรกิจ เธอเผยถึงหลักในการทำงานว่า ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ทำให้ดีกว่าเมื่อวาน
“พยายามพัฒนาตัวเอง หาอะไรใหม่ๆ ให้กับตัวเอง เปิดโลกตัวเองว่าลูกค้าต้องการอะไรมากที่สุด การบริหารมีอะไรที่ลุ่มๆ ดอนๆ อยู่แล้ว แต่เราก็ไม่ท้อ ต้องเดินหน้าต่อไป ปัญหามีทุกวัน เกิดตลอด เราก็ต้องเข้มแข็ง เราลงทุนขนาดนี้ มีสิ่งที่ต้องดูแลนั่นคือพนักงาน เราจึงต้องเดินหน้าอย่างไม่ย่อท้อ มุ่งมั่น และตั้งใจจริง”
ในส่วนของไลฟ์สไตล์ ชินนานันท์เผยว่า เธอชอบไปดำน้ำ
“ในประเทศไทย มิ้นท์ชอบไปที่ภูเก็ต เกาะสิมิลัน เกาะเต่า เกาะตะรุเตา ต่างประเทศมีที่มัลดีฟ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และยังอยากไปอีกหลายที่ แต่ช่วงนี้ลุยทำธุรกิจ เลยเว้นช่วงไปดำน้ำบ้าง”







