"บัณฑิตน้อย"..ธุระอะไร ต้องปรุงแต่งเด็กให้แก่แดด
เฟซบุ๊ก ตุ๊บปอง เรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป
เฟซบุ๊ก ตุ๊บปอง เรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป
บัณฑิตน้อย..อีกแล้วววววว
ขออีกสักครั้ง..เถอะนะ
การแสดงความคิดเห็นในวันนี้..จะมีคนเกลียดก็ไม่ว่า หรือจะมีคนจะขัดอกขัดใจก็ไม่เป็นไร..ยัง ๆ ก็ขอให้ได้บอกความรู้สึกที่ห่วงใยเด็ก ๆ จนทุกข์ใจ..หนักหนา
เรื่องของเรื่อง คือ..
ช่วงนี้เด็กปฐมวัยกำลังผลัดชั้นขึ้นประถม 1 จึงเห็นภาพที่ขัดอกขัดใจ ขัดหูขัดตาและขัดความรู้สึกที่สุด..ปีละครั้ง คือ บัณฑิตน้อย ที่โรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ต่างแข่งกันสร้างค่าของการเรียนจบในระดับเล็ก ๆ นี้จนทำให้ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ซะเกินความเหมาะสม
มีผู้อำนวยการบางโรงเรียนหยาบคายขนาดที่บอกตุ๊บปองว่า..
"นี่คือการหาเงินเข้าโรงเรียนที่ง่ายและได้มากที่สุด บางปีรายได้ดีกว่าการจัดเลี้ยงโต๊ะจีนซะอีก"
เพราะมีกำไรตั้งแต่ค่าชุดครุย ค่าแต่งหน้าทำผม(ทำทำไมวะ..เด็กตัวเท่าเมี่ยง) ค่าดอกไม้ใบหญ้า และตุ๊กตาหลากหลายที่นำมาขายเพื่อ "แสดงความดีใจ" ต่อบัณฑิตน้อย
เฮ้อ..ตอนนี้กลายเป็นกระแสที่ "เวอร์" และ "ฟุ้งเฟ้อ" โดยใช่เหตุ
มีผู้อำนวยการคนหนึ่งพยายามอธิบายถึงแง่ดีของการจัดกิจกรรมบัณฑิตน้อย โยงไปถึงความประทับใจของเด็กที่จะมีไปตลอดชีวิต จนถึงการที่เด็กจะได้เรียนรู้ และซาบซึ้ง กระทั่งมีสำนึกแห่งความกตัญญูต่อพ่อแม่และครูแถมบอกอย่างหน้าด้าน ๆ ว่า นี่คือเรื่องการลงทุนในเด็กที่พ่อแม่ต้องยอมลงทุน เพื่อจะได้กำไรในอนาคต
ฮาโหล..ฮาโหล..
เข้าใจอะไรผิดรึเปล่าจ๊ะอาจารย์..
การลงทุนในเด็กต้องไม่ใช่การลงทุนที่ให้เด็กเสพติดความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมแบบนี้ การลงทุนในเด็ก ต้องเป็นวิธีที่ทำให้เด็กได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพของตน เด็กต้องเรียนรู้เพื่อสร้างทักษะชีวิต เรียนรู้ในการอยู่และร่วมสร้างสังคมที่ผู้คนไว้วางใจซึ่งกันและกัน เรียนรู้เพื่อฝึกฝนความซื่อสัตย์ ความเห็นแก่ผู้อื่น เห็นแก่ส่วนรวม
พ่อแม่ต้องรู้เท่าทันนะว่า..
บัณฑิตน้อย เป็นช่องทางที่ผู้ใหญ่กำลังใส่เรื่องการแข่งขันลงไปในหัวเด็ก แข่งกันแต่งว่าชุดครุยใครสวยกว่ากัน ใครจะแต่งหน้าฉ่ำ ทำผมสวยกว่ากัน
ซึ่งอยากถามว่า..
"ธุระอะไรที่ต้องปรุงแปลงแต่งเด็กให้แก่แดด..อย่างนี้"
นี่เป็นการปูทางความคิดให้เด็กหรู ติดฟุ่มเฟือยแท้ ๆ เชียว เด็กเล็ก ๆ นี่มีความสดใสตามธรรมชาติและตามวัยอยู่แล้ว ทำไมต้องยัดเยียดความไม่เป็นธรรมชาติให้กับเด็กด้วย ทำไมต้องแต่งหน้าทาคิ้วดำปื้ด ปากแดงแป๊ดเสมือนเสพเลือดเป็นภักษาหาร แก้มแดงช้ำ ทำผมยีตีฟู ดูแล้วมันไม่ใช่เด็ก..อย่างนี้
ในวันที่เรียนจบในระดับนี้ เพียงแค่ "ไอติม" สักถ้วย ในงานปาร์ตี้สนุก ๆ แบบเด็ก ๆ พอดีพองามก็น่าดูกว่าเป็นไหน ๆ
เด็กวัยนี้..
ความสุขในการเรียนรู้ ความสุขในการอยู่ในโรงเรียน ความสุขที่อยู่กับเพื่อนแล้วได้ทำอะไร ๆ ที่สนุกสนานตามวัย ต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ดังนั้นความสำเร็จของการจบการเรียนในระดับปฐมวัย ต้องอยู่ที่การมีความสุขจากการเรียน
แต่การสร้างค่านิยมที่ไม่เหมาะสมอย่างนี้ เป็นจุดขายเชิงธุรกิจมากกว่า
ที่น่าเอน็จอนาถที่สุดเท่าที่เห็น คือ..
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในต่างจังหวัดบางแห่ง บาง อบต. ทุ่มเทจัดสถานที่กันอย่างเว่อร์วังอลังการ แถมยังมีหน้ามาบอกอีกนะว่า อบต.จัดงบให้ไม่อั้น..เพื่ออะไร(วะ) ทุ่มเทงบเพื่อการนี้..ในวันเดียวเนี่ยะนะ
ลองมองดูทีซิว่า แล้วตลอดปีที่เด็กอยู่ในศูนย์นี้น่ะ วัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอนเพียงพอรึเปล่า ที่มีน่ะดีหรือพอรึยัง เอาเงินที่ผลาญในวันเดียว มาซื้อหนังสือดี ๆ เพื่อสร้างสติปัญญาให้เด็กตลอดทั้งปีไม่ดีกว่าหรือ
ยังเชื่อ และแอบหวังว่า..
ถ้าผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองเอาประโยชน์สูงสุดที่เด็กจะได้รับเป็นตัวตั้ง ยังไง ๆ กิจกรรม "บัณฑิตน้อย" ก็จะไม่ใช่กระแสที่ "เวอร์" และ "ฟุ้งเฟ้อ" โดยใช่เหตุ ต่อเนื่องกันมาอย่างนี้หรอก
ผู้ใหญ่..ไม่ใส่ใจซะละมากกว่า
มองมั่ง..มองมั่ง
วันนี้ใครจะเกลียด..ใครจะ Unfriend ก็ไม่ว่ากันนะ
มันขัดตา ขัดใจจนเก็บไว้ไม่ไหว
ยังไง ๆ ก็รักทุกคนจ้ะ
ที่มาจากเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=843223189120277&id=100002978123224


