posttoday
สร้างกลไก...ลดความสูญเสีย

สร้างกลไก...ลดความสูญเสีย

30 กรกฎาคม 2553

....จันจิ

ทุกวันนี้ หลายธุรกิจให้ความสำคัญต่อการลดความสูญเสียในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน เพื่อช่วยกันใช้ทรัพยากรในทุกภาคส่วนบนโลกใบนี้ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด หรือลดการทิ้งขว้างให้น้อยที่สุดนั่นเอง ซึ่งโดยมากเรามักจะรับรู้กระแสความตื่นตัวรักษ์โลกผ่านภาคการผลิตทั้งในอุตสาหกรรม เกษตร และบริการ

หากแต่ในกลุ่มของไอทีก็ตื่นตัวในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน เพราะการผลิตซอฟต์แวร์ก็มักมีของเสียเกิดขึ้นตลอดเวลา คิดเป็นมูลค่ามหาศาล

จากรายงานวิจัยของไอบีเอ็ม พบว่า การผลิตซอฟต์แวร์ 1 โปรแกรม จะสูญเสียต้นทุนราว 7080% ในการค้นหา ป้องกัน แก้ไข ไวรัส

ดังนั้น การผลิตซอฟต์แวร์ 100 ล้านบาท บริษัทผู้ผลิตอาจต้องเสียเงิน 7080 ล้านบาท ไปกับเรื่องค้นหา ป้องกัน แก้ไข ของเสีย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไม่รู้ตัว

สมมติว่า 1 ปี บริษัทผู้ผลิตมีต้นทุนในองค์กร เช่น เงินเดือนพนักงาน ค่าพัฒนาโปรแกรม ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอุปกรณ์ต่างๆ ในองค์กร เป็นต้น ตกปีละ 70 ล้านบาท ในจำนวนนี้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ราว 60 ล้านบาท

ยกตัวอย่าง บริษัท เว็ลธ์ แมเนจเม้นท์ ซิสเท็ม ก่อตั้งโดยกลุ่มผู้บริหารจัดการลงทุน การบริหารเงิน และเทคโนโลยีสารสนเทศ จากธนาคารซิตี้แบงก์ และบริษัท เชลล์ มุ่งวิจัยพัฒนาระบบซอฟต์แวร์เฉพาะทางด้านบริหารการเงิน ลงทุน ให้คำปรึกษา และพัฒนาระบบบริหารให้กับสถาบันการเงินทั้งไทยและต่างประเทศ เจ้าของ “ซอฟต์แวร์โบนันซ่า” ซอฟต์แวร์ด้านบริหารการเงิน การลงทุน และความเสี่ยงให้กับสถาบันการเงิน

เปิดดำเนินการมาแล้ว 15 ปี คูณด้วย 60 ล้านบาท เท่ากับค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่บริษัทต้องจ่ายเพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ไปแล้วราว 900 ล้านบาท

หากคิดง่ายๆ เพียง 50% คือ 450 ล้านบาท จะเป็นต้นทุนเกี่ยวกับการจัดการของเสีย คิดตามรายงานวิจัยต้นทุนของเสียของไอบีเอ็มจะสูงถึง 7080% เป็นเงินที่ต้องสูญเสียไปโดยแทบไม่รู้ตัว

ต้นทุนของเสียนั้นมักถูกผลักไปที่ลูกค้าต้องจ่ายบ้าง จ่ายโดยโบนัสของพนักงาน หรือเงินปันผลของผู้ถือหุ้น

ดังนั้น สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญที่สุดคือ ใส่ใจในทุกกระบวนการผลิต ต้องพบของเสียให้เร็วที่สุด เพราะต้นทุนในการแก้ไขจะสูง 5 เท่าในช่วงการออกแบบ และจะกลายเป็น 200 เท่าทันที หากพบของเสียหลังการส่งมอบโปรแกรมแล้ว

“ไม่มีอุตสาหกรรมไหนอยู่รอดได้ หากมีของเสียจากกระบวนการผลิตมาก ต้องไม่ลืมว่าต้นทุนการผลิตซอฟต์แวร์กว่า 70–80% เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการป้องกัน ค้นหา และแก้ไขไวรัส หัวใจสำคัญคือ กระบวนการผลิตต้องลดไวรัส หรือหาเจอและแก้ไขให้เร็วที่สุดจึงอยู่รอดได้” สมเกียรติ ชินธรรมมิตร์ ซีอีโอแห่ง เว็ลธ์ แมเนจเม้นท์ ซิสเท็ม กล่าว

ที่สำคัญ สมเกียรติ มองว่า หากพบของเสียตั้งแต่ต้น จะทำให้บริษัทลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ลงไปได้มาก บริษัทจึงได้สร้างกระบวนการผลิตที่มีต้นทุนของเสียน้อยสุด มองหาแม่แบบที่ดีในการทำงาน นั่นก็คือ Capability Maturity Model Integration หรือ CMMI ที่สถาบันวิศวกรรมซอฟต์แวร์ (SEI) แห่งมหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน สหรัฐอเมริกา พัฒนาขึ้น และนำไปใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก เป็นแม่แบบที่จะช่วย “ลดของเสีย ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มโบนัสทีมงาน”

บริษัทได้เข้าร่วมโครงการการสนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจซอฟต์แวร์ปรับปรุงกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ (SPI@ease) ได้รับการสนับสนุนจากเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) และโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP)

การเข้าร่วมโครงการนี้เหมือนมีโค้ชคอยแนะว่าต้องทำอย่างไรบ้าง เนื่องจากขณะนี้การแข่งขันไม่ใช่กับบริษัทซอฟต์แวร์ไทย ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีมาตรฐานสากลเช่นเดียวกับบริษัทซอฟต์แวร์รายใหญ่ทั่วโลกที่แข่งด้วย

พร้อมกันนี้ ยังวางอนาคตของการทำมาตรฐานซอฟต์แวร์เพื่อประหยัดงบประมาณและเวลาในการผ่านการประเมินมาใช้ด้วย

ยิ่งแนวโน้มค่าใช้จ่ายมีโอกาสลดได้มาก สวนทางกับการพัฒนาที่ได้มาตรฐานสูงขึ้น ก็ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับแวดวงไอทีไทย โดยเฉพาะผู้ใช้บริการ

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล