
กนอ.แรลลี มีความรู้ ได้กุศล
....ตุ๊กกี้
การแข่งขันแรลลีเป็นที่นิยมของคนไทยอยู่มากเหมือนกัน เป็นการใช้เวลาช่วงวันหยุดสร้างความสัมพันธ์ภายในครอบครัวกันมากขึ้น แต่สำหรับในแนวความคิดของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. ที่เลือกใช้กิจกรรมนี้ นอกจากเป็นการสานสัมพันธ์ระหว่างพันธมิตรที่ติดต่อกันเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานต่างๆ ภาคเอกชน ยังเพิ่มแนวคิดในการสานสัมพันธ์กับชุมชนด้วย เพราะงานของ กนอ.นั้นก็มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับชุมชนโดยตรง
มณฑา ประณุทนรพาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า กนอ. ได้จัดกิจกรรม
“แรลลีเที่ยวไปในนิคมอุตสาหกรรม 2553” ซึ่งก็มีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ซึ่งนอกจากความสนุกสนานที่ได้จากการใช้เวลาช่วงวันหยุดแล้ว ผู้เข้าร่วมแข่งขันจะได้เยี่ยมชมความพร้อมการพัฒนาพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 5 แห่งใน 3 จังหวัดครอบคลุมกรุงเทพฯ ชลบุรี และระยอง ได้แก่ นิคมฯ ลาดกระบัง นิคมฯ อมตะ นิคมฯ อีสเทิร์น ซีบอร์ด นิคมฯ เอเชีย และนิคมฯ มาบตาพุด โดยกิจกรรมในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง กนอ. มูลนิธินิคมอุตสาหกรรมไทย ผู้พัฒนานิคมฯ และผู้ประกอบการ ในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกันขณะที่ อัญชลี ชวนิชย์ ประธานมูลนิธินิคมอุตสาหกรรมไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมแรลลีในครั้งนี้ ได้นำรายได้ส่วนหนึ่งไปซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอนให้กับโรงเรียนต่างๆ ซึ่งมูลนิธิฯ มีวัตถุประสงค์ที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีของทุกภาคส่วน และเปิดโอกาสให้ผู้แข่งขันได้ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งจะทำให้นิคมอุตสาหกรรมเป็นแหล่งเรียนรู้และสถานที่ทัศนศึกษาด้านอุตสาหกรรมเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการประกอบการอุตสาหกรรมแก่บุคคลทั่วไปได้เป็นอย่างดี
สำหรับรายได้จากการจัดงาน มูลนิธิฯ จะนำไปสมทบทุนเพื่อพัฒนาโครงการ VChepc (Vocational Chemical Engineering Practice College) ของวิทยาลัยมาบตาพุด จ.ระยอง ให้เป็นศูนย์พัฒนากำลังคนต้นแบบในการผลิตและฝึกอบรมบุคลากรระดับช่างเทคนิคที่มีคุณภาพป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงานในภาคอุตสาหกรรมต่อไป
ตลอดช่วงระยะทาง 346 กิโลเมตร จุดเริ่มต้นที่สำนักงานนิคมฯ ลาดกระบัง และเข้าเส้นชัยที่นิคมฯ มาบตาพุด จ.ระยอง จึงไม่ได้มีแค่เพียงความสนุกเท่านั้น ผู้เข้าแข่งขันได้เรียนรู้และทำความเข้าใจกับเรื่องความรับผิดชอบสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งยุคนี้อุตสาหกรรมเป็นสิ่งที่เราคงหลีกเลี่ยงยาก แต่เราสามารถสร้างอุตสาหกรรมที่คำนึงถึงโลก สภาพแวดล้อมโดยส่วนรวมได้ ดังนั้นเมื่อปฏิเสธไม่ได้ ภาคอุตสาหกรรมก็ต้องอยู่กับธรรมชาติให้เป็นไปอย่างกลมกลืน มีประสิทธิภาพ และตระหนักเสมอถึงความรับผิดชอบ







